Tuesday, March 31, 2009

ก้าวเล็กๆของการทำ Mass ของตัวเอง


และแล้ววันนี้ก็กำไรวันแรกจากการทำคว. mass จะนับว่าโชคดีก็เป็นได้เพราะว่าสินค้าเกือบครึ่งที่ขายได้แทบไม่ใช่สินค้าที่ต้องการขายเลย แต่ยังนับว่าโชคดีบวกดีใจเล็กน้อยที่ว่าคว.ชุดนี้คนยังเข้ามาซื้ออย่างอื่นบ้าง ดีไม่ดีวันอื่นอาจซื้อของที่ใหญ่กว่าก็เป็นได้

วันนี้กำไรไม่เยอะแล้ว กำไรตกสามร้อยกว่าบาท แต่แค่กำไรก็ดีใจไปไหนๆแล้ว เพราะคว.ชุดนี้ไม่ต้องแก้ไขไรมากมายเลย ไม่ต้องดูราคาสินค้า ไม่ต้องดูแนวโน้ม ก็เพราะมันเป็นคว. mass เสร็จชุดนี้ถ้ายอดคงที่ก็ไปหาชุดอื่นได้แล้วล่ะ

ตอนนี้ออเดอร์ต่อวันก็ตกวันละอย่างน้อย 10 ออเดอร์ ค่อนข้างโอเคเลย เพราะสินค้าดึงเรท % ได้แถมได้ค่าคอมฯตามเรทที่ได้ด้วย เพราะไม่ใช่สินค้า CE ได้เรทเต็ม 7% เลยตอนนี้

แต่คว.ชุดนี้ยังต้องติดตามผลต่อไป เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ตัดคว.ที่ไม่ทำเงินออก ก็ดูๆกันต่อไป ถ้าวิธีการนี้ใช้ได้กับชุดอื่นๆที่จะได้ต่อไป ก็แสดงว่าตัวเองได้วิธีหรือหนทางของตัวเองแล้วล่ะ สู้เว้ย


คว. = คีย์เวิร์ด
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, March 30, 2009

เทคนิค ง่ายๆ ในการสร้าง Content ให้ติดอันดับ Search Engine อย่างรวดเร็ว

สวัสดีครับพี่ๆ ทุกคน

หลังจากที่ได้ศึกษาการทำ Seo มาซักระยะ พบว่า "เนื้อหา" มีผลต่อการติด Search Engine เป็นอย่างมากในการทำ Seo มากกว่าการทำ Black link มาก ผลจากการทำ Seo โดยไม่ใช้ Black link เลยซักนิดเดียว ก็สามารถขึ้นไปยืนอยู่ที่ 1 ของผลการค้นหาได้แบบสบายๆ ซึ่งผมคิดว่าหลักสำคัญในการทำ Seo อยู่ที่ "เนื้อหา" แต่จะทำยังไงให้เนื้อหาติด Search engine ได้ละ? การเขียนเนื้อหาให้ติดอันดับนั้น ต้องใช้เวลาในการคิดเนื้อหาจาก Keyword พอสมควร ซึ่งผมก็มีเทคนิคดีๆ มาฝาก เกียวกับการสร้าง "เนื้อหา" ให้ถูกใจ Google มาฝากสำหรับเพื่อนๆ ที่มองข้ามจุดนี้ไปครับ

1. ใช้ Keyword ตามความนิยมของ Keyword คืออะไร?
ในการสร้างเนื้อหา ปัจจัยหนึ่งที่ google จับตามองมากๆ ก็คือ เนื้อหาใหม่ที่ไม่ใช่ไป copy เนื้อหาเก่าๆ
จำ้ไว้ว่า Google จะไม่เหลียวมองในข้อมูลที่ Google มีแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือ การสร้างเนื้อหาใหม่

2. การใช้ Keyword ใส่ลงในเนื้อหา ข้อนี้หลายๆ คนคงรู้แล้ว แต่ต้องจัดลำดับความสำคัญของ Keyword ให้กระจาย
ในเนื้อหาพอสมควร ไม่มากเกินไป เพราะ Google คงไม่สนใจแต่ Keyword. เนื้อหาต่างๆมีผลต่อ Google มากไม่
น้อยไปกว่า Keyword เลย

3. การสร้างเนื้อหา ตามความนิยมของ Keyword เช่น Keyword นี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไรที่สำคัญอยู่บ้าง website
ที่ติดอันดับต่างๆ นั้น มีเนื้อหาอะไรติดตา Google ซึ่งก็คือการเขียนเรื่องราวที่กำลัง Hot อยู่นั้นเอง หรือคิดง่ายๆ ก็คือ
ถ้าเราเป็นคน Search Keyword คำนี้ เราต้องการจะรู้อะไรใหม่ๆ ในตอนนี้

4. ไม่เขียนเรื่องสเป็ะสปะ(เขียนผิดหรือปล่าวไม่แน่ใจ) ก็คือการเขียนเนื้อหาให้สัมพันธ์กันภายใน website โดยใช้
Keyword ทีมีผลการค้นหาสูงๆ หรือกำลัง Hit มาสร้างเนื้อหาใหม่นั้นเอง ซึ่งจะทำให้ Google คิดว่า website เรา
กำลังสร้างเนื้อหาใหม่ๆ ตาม Trands ที่กำลังนิยมอยู่ แล้ว Google ก็จะตามง้อเรานั้นเอง ง่ายๆก็คือนำ Keyword
หลายๆตัวที่มีผลการค้นหาสูง มาแยกสร้างเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ใน website ของเรา ให้รู้ว่า web เราพูดถึงอะไร

5. การส่งบทความสู่ website อื่นๆ เช่น Zickr! DigZa หรือ website ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ Keyword เท่านั้น
ยกตัวอย่าง ถ้าเขียนบทความเกี่ยวกับ บ้านน่าอยู่ คุณไปโปรโมทบทความที่ website เกี่ยวกับ อาหาร ก็จะถูก
Google มองว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ข้อมูลเกี่ยวกับบ้าน ไปอยู่ใน web อาหารทำไม อย่าคิดว่า Google ไม่รู้นะครับ
มันส่งผลเสียต่อเนื้อหาของคุณมาก อย่าหวัง Traffic จนลืม เนื้อหา

6. ข้อนี้อาจจะดูแปลกๆ แต่ยืนยันนอนยันว่า จริง! ก็คือการเขียนเนื้อหาในภาษาของ Google ครับ... งงไหม?
ภาษาของ Google คืออะไร ?... สังเกตุดูเวลาเข้าไปใน Google Help หรือปล่าวครับ ภาษาที่ Google สื่อถึงเรา
อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ไหม นั้นแหละคือภาษาของ Google.. Google ใช้การตีความภาษาของ Google เองในการ
สร้างพี่ทึ่มขึ้นมาใช้ในการประมวลผล ว่าเนื้อหาเราเขียนยังไง Google เข้าใจว่าอะไร หลายๆคนก็คงมองข้ามจุดนี้ไป
แล้วจะเขียนยังไงละ ? สังเกตุดู Google จะใช้ภาษาฟังแล้วเป็นวิชาการ มาอธิบายให้เข้าใจ และตรงประเด็น
ไม่เขียนนอกเรื่อง เขียนอะไรจะสื่อความหมายออกมาโดยใช้ประโยคสุภาพ
เช่น "วันนี้ผมมีความคิดดีๆเกียวกับการหลักการทำอาหารมาฝากเพื่อนๆกันครับ"
ภาษา Google จะเขียนว่า "ความคิดเกี่ยวกับหลักการทำอาหาร"
เห็นไหมครับว่า Google จะใช้หลักภาษาที่ชัดเจนในการสื่อความหมาย โดยตัดคำที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาออก แล้วเรียบ
เรียงมาอธิบาย



ปล.ที่ทดลองแล้วก็มีแค่นี้อยู่ กำลังทดสอบอื่นๆอยู่ึีัครับ ได้ข้อมูลใหม่ๆ ยังไงเดียวจะมาเผยแพ่ให้ฟังกัน
Addinfor

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, March 28, 2009

ใครมีเทคนิคดีๆในการหา kw ที่ทำเงินมาแบ่งปันกันหน่อยค่ะ Addinfor 1

ปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ Keyword ทำเงินครับ บอกไว้เลยว่าอยู่ที่การโฆษณาครับ
ปัญหาก็คือ
1. ไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงิน เพราะทดสอบได้ไม่หมด
2. เจอคุ่แข่งที่เค้าครองอยู่แล้ว

โฆษณาของคุณจึงทดสอบได้ไม่หมดหรือไม่เจอนั้นเองครับ
ถึงได้บอกครับ ว่ามันไม่ได้มาง่ายๆ Boy Book online, Buy นู้ๆ นี้ๆ ออนไลน์
มันก็เรียกได้ว่า Keyword ทำเงินหมดแหละครับ แต่คุณจะทำโฆษณายังไงให้ได้เงิน
เปลี่ยนความคิดกันใหม่ครับ หมกหมุ่นอยู่กับ Keyword มันไม่ได้ช่วยอะไร
เจอไปเดียวแป๊ปเดียวก็โดนแย่งไปเหมือนหลายๆคนที่เคยโดนมาครับ
ใส่ใจกับการทำโฆษณาดีกว่า เช่นทำยังไง เมืองไหน เวลาไหน
หาข้อมูลดูซิ มีอะไรบ้าง ใครทำบ้าง.... อะไรพวกนี้ จะดีกว่าครับ
--------------------------------------------------------------------------------------

Keyword ขายได้เรียกว่า Keyword ทำเงิน Keyword ขายไม่ได้เรียกว่า Keyword ไม่ทำเงิน
มันก็คงเป็นคำที่เพื่อนๆ หลายๆ คนหมกมุ้นจนเรียกมันว่าอย่างงั้นนะครับ หลายๆ คนใส่ใจกับการมอง
หา Keyword ทำเงิน..... แต่ทำไมมันไม่เจอซักกะทีใช่ไหมครับ หลายๆ คนเจอแล้วก็โดยแย่งไป

Keyword ทำเงินจริงๆ แล้วมันก็คือ Keyword ธรรมดาๆ ที่มี Buying Keyword นั้นแหละครับ
จะไปคิดกันทำไมให้มันปวดหัว.... แต่ก่อนผมก็ปวดหัวกับมันจะตายเอาเหมือนกันครับ แต่จริงๆแล้ว
Keyword ทำเงินมันไม่ใช่พระเจ้า! คนจะซื้อ กับ สินค้าต่างหากคือพระเจ้า! กว่าจะคิดได้บ้าอยู่นาน
Keyword เป็นแค่คำค้นหาของคนที่ต้องการสิ่งที่เค้าอยากจะได้ เป็นสิ่งเชื่อมระหว่างลูกค้ากับสินค้า
เค้าหากันแล้วเกิดผลประโยชน์ครับ เลยแปลได้ว่าหน้าที่ของเราก็คือหา Keyword ซะงั้นแหละครับ

Keyword จะทำเงินได้อยู่ที่คนโฆษณาครับ ไม่ได้อยู่ที่ตัว Keyword
ที่เข้าใจว่า Keyword ทำเงิน ต้องทำเงินได้อย่างที่หลายๆคนบอก
มันก็หมายถึงถูกที่ถูกเวลา คือมันเข้ากันทุกประการของการทำโฆษณาก็คือ

หาข้อมูลลูกค้า > เขียนโฆษณา > คัด keyword > โฆษณาแหล่งลูกค้า > จัดทำโฆษณา > สู้กับคู่แข่ง >
ลูกค้าใช้ Keyword > เห็นโฆษณาของเราขณะที่เค้าอยากได้ > ลูกค้าเปรียบเทียบ > แล้วก็ซื้อ

แต่จะทำยังไงให้ขายได้..... มันอยู่ที่ Keyword หรอครับ ?
จะเห็นว่ามีปัจจัยหลายๆอย่างเห็นไหมครับ ? อย่าสนใจแต่ Keyword ครับ
ดังนั้นหลายๆ อย่างมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉนั้นก็อย่าทำโฆษณาแบบง่ายๆ
ถ้าทำได้หลายๆคน คงรวยไปแล้ว ทำโฆษณาแบบง่ายๆ ก็จะขาดทุนแบบง่ายๆ

ยกตัวอย่าง ทำโฆษณาขาย Nokia 3310 ทั่ว USA 24 ชม. (สมมุตินะครับ) คิด Keyword มาได้คือ

Nokia 3310
buy Nokia 3310
Nokia 3310 Best price
Nokia 3310 for sale
(เอาแค่นี้พอ)

โอ้โหหห Keyword Niche มากๆ ขายได้แน่ๆ หึหึหึ......
สร้างโฆษณาแยก Keyword ลง add จัดการ tracking ซะเรียบร้อย
Test ไป 1 วัน โหห 40 Click ขายได้ 1 ชิ้น ขาดทุน! แต่ขายได้ 1 ชิ้น ยังดีใจ

---ถ้าคน Track ไว้จะรู้ว่าขายได้ยังไง ถ้าไม่ได้ Track ก็จะไม่รู้เลยว่า
ขายได้จาก Keyword อะไร ขายได้ที่รัฐไหน เวลาอะไร ก็จะมีข้อมูลเก็บไว้

ทำวันต่อมาทีนี้ 50 Click ขายได้ 1 ชิ้น ขาดทุน! แต่ยังเก็บไว้ดีใจยังขายได้
--- ถ้าคน Track ไว้ก็ได้ข้อมูลมากขึ้น

ทำวันต่อมา 60 Click ขายไม่ได้ซักชิ้น ทีนี้จะคิดยังไงครับ คู่แข่งรู้ตัวแล้วครับพี่น้อง
คู่แข่งเค้าจะ Bid ในเวลาที่ขายได้เท่านั้น ดังนั้นเวลาที่มีแต่ Click ไม่มี Order ก็
จะตกอยู่ที่เราหมดครับ คือสาเหตุที่มีแต่ Click ไม่มี Order ทั้งๆ ที่ Keyword
มันก็เป็น Keyword ทำเงิน แต่มันขายไม่ได้นั้นเองครับ ก็คือเจอ Keyword แล้ว
แต่ขายไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงินนั้นเอง

แต่ถ้าเพื่อนๆ มองภาพดีๆ แล้ว Tracking เก็บข้อมูลได้อยู่ก็จะมีโอกาศเข้าถึง
Keyword ทำเงินตัวนั้นได้ครับ ผมจะบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ก็แล้วกันครับ

ให้เราดูครับเวลาเจอคู่แข่งที่โฆษณาเฉพาะเวลาที่ขายได้ โฆษณาของเราที่โฆษณา 24ชม.
จะมีเวลาที่โฆษณาของเราไม่ขึ้น ให้สันนิฐานว่า เวลานั้นคือเวลาที่ขายได้นั้นเองครับ
เราก็ลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว แค่นั้นเองครับ

ผมถึงบอกว่า Keyword มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้มัน ทำเงิน และ ไม่ทำเงิน ในตัว Keyword เดียวกัน
ดังนั้นการทำโฆษณาไม่ได้อยู่ที่ Keyword แต่อยุ่ที่การทำโฆษณาของเรานั้นเองครับ
--------------------------------------------------------------------------------------

Quote
ผมอ่านไปมาหลายรอบเลยครับเฉพาะตรงนี้ อยากจะขออนุญาตเข้าของกระทู้ถามต่อเพิ่มเติมอีกนิดครับ

ให้เราดูครับเวลาเจอคู่แข่งที่โฆษณาเฉพาะเวลาที่ขายได้ โฆษณาของเราที่โฆษณา 24ชม.
จะมีเวลาที่โฆษณาของเราไม่ขึ้น ให้สันนิฐานว่า เวลานั้นคือเวลาที่ขายได้นั้นเองครับ
เราก็ลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว แค่นั้นเองครับ

1.เราจะดูได้ว่าเวลาที่โฆษณาไม่ขึ้น จาก imp โดยการ Track เป็นรายชั่วโมงเลยใช่ไหมครับ

2.เราจะลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยวิธีใดครับ ใช้วิธีเพิ่มบิดให้โฆษณาเราขึ้นใช่ไหมครับ

ขอบคุณมากครับ

ถามแบบนี้ก็จะตอบง่ายๆ แบบเคลียๆให้ ว่าไม่จำเปนต้องไป ทงไป Track อะไรมันก็ได้ครับ
รายงานที่พี่ goo เค้าจัดให้มันมีเยอะแยะครับ ลองศึกษาดูดีๆ มีประยชน์ไม่น้อยกว่าการ Track เลย

ที่ถามว่า
1.เราจะดูได้ว่าเวลาที่โฆษณาไม่ขึ้น จาก imp โดยการ Track เป็นรายชั่วโมงเลยใช่ไหมครับ

จะไป Track ทำไมลาย ชม. ขนาดนั้น ใช้ Report Track เอาง่ายกว่าครับ cheesy
ไปที่ รายงาน >>>> สร้างรายงาน >>>>> ผลการทำงานของแคมเปญ >>>>> เลือกแบบราย ชม.
แล้วก็ตั้งค่าที่อยากจะรู้ แหม ง่ายไหมครับ cheesy หรือจะ Track 24 ชม. แล้ววัดผล ใช้วิธีไหนก็ได้ครับ

2. .เราจะลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยวิธีใดครับ ใช้วิธีเพิ่มบิดให้โฆษณาเราขึ้นใช่ไหมครับ

เอาเทคนิกที่ผมใช้เลยละกัน ง่ายๆ ถ้าเจอสถานะการอย่างนี้นะครับ
อันดับแรก Bid $100 ในเวลาที่ขายได้ ดู Click แรกว่าเท่าไร ให้เราลด Bid เราให้อยู่ต่ำกว่า Bid จริงๆ
เรียกง่ายๆ คือ Bid จ่อตูดเค้าก่อน แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทีละ 0.2 จนโฆษณาเราขึ้น
แล้วก็วัดผลว่าขายได้หรือไม่ แค่นั้นเองครับ ส่วนใหญ่คู่แข่งจะยังไม่รู้ตัว แต่ถ้ารู้ตัวแล้วต่อไปให้เราระมัดระวังดีๆ
ถ้าขายได้ก็รักษามันไวนานๆให้ได้ครับ โดยทำ CTR สูงๆ อย่างที่คุณ R@y บอกครับ

จริงๆ แล้วถ้าคนจับจุดการโฆษณาหรือการทำโฆษณาด้้วยการแข่งขัน Keyword แล้ว จะไม่ทำโฆษณา 24 ชม.
เค้าจะดูการทำโฆษณาของคู่แข่งก่อนแล้วเข้าไปสู้อย่างผู้รู้ครับ ไม่ใช่ สุ่ม 4 สุ่ม 5 ไปอย่างนั้น
หลายๆ คนก็คงเจอแต่ Click ไม่่มี Order กันปเป็นแถบๆ เลยไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงินหรือปล่าว
--------------------------------------------------------------------------------------

Quote from: cyberlife on March 20, 2009, 08:28:49 PM
อยาก จะถามคุณ istupid หน่อยนะครับว่า แล้วถ้าเราได้ 1 ออเดอร์จาก kw นี้ เราควรจะปล่อยเทสดูอีกกี่วันดีครับ ถึงจะลง tracking เป็นเวลา เพราะว่า ออเดอร์ก็ไม่ได้มีทุกวัน กับ kw นี้ซ้ำๆนะครับ เลยไม่รู้ว่าเป็น kw ทำเงินหรือป่าว ช่วยชี้แนะด้วยครับ wanwan012


จริงๆแล้วผมไม่ค่อยใช้วันทดสอบ ผมจะดูที่ Click มากกว่าครับ เพราะสินค้าหลายอย่างนานๆทีขายได้ก็มีเยอะ
วิธีการหรือเทคนิคต่างๆ เวลาใช้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ จริงๆเวลาผลปล่อยโฆษณาหรือ keyword ออกไปเนีย
ไม่จำเป็นต้องไปรอว่าจะลงมือ Track ตอนไหน แรกๆ ผมจะ Track Keyword โดย Run Report ดูเวลาไว้
เสร็จพอ Report ออกมาผมก็เอามาเปรียบเทียบกับ adgroup ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าเราจะ Track เวลาไหน
ควรจะลอง Bid เพิ่มขึ้นในเวลาไหน ในทุกๆ keyword มันเชื่อมโยงที่จะมี Order ได้หมด เพราะฉนั้น
เราต้องลอง Track ทุกๆ keyword ที่คิดว่าน่าจะมี order หรือมีมาแล้ว อย่าไปปักหลักเชื่อว่า Keyword นี้
เป็น Keyword ที่เราต้องใส่ใจที่สุด เพราะมันมี Order วิธีที่ีที่สุดคือเรา Track ทุก Keyword เหมือนๆ กัน
แล้วดู Report เพื่อเปรี่ยบเทียบ ผลที่ออกมาเราก็จะรู้มากกว่าการใส่ใจกับ Keyword เพียงตัวเดียว
สำคัญที่สุดเลยก็คือการเก็บข้อมูลวัดผลยังไงให้เร็วและมากที่สุด ดังนั้นข้อมูลที่เราจะต้องตามเก็บก็ต้องมากเหมือนกัน

เราทำโฆษณาแข่งกัับคนที่ทำอยู่แล้วเราต้องรู้ให้ได้ครับ ว่าข้อมูลที่เค้ามีมันคืออะไร เวลาไหนที่ขายได้
เทคนิคการดูผมก็บอกไปแล้ว เราต้องจับผิดคู่แข่งเราให้ได้ แล้วความลับและข้อมูที่เค้าเก็บไว้จะออกมา

เทคนิคอีกอย่างนึงก็คือ ให้เราคิดเสมือนว่าเราเป็นคู่แข่ง ดังนั้นเวลาที่มีมือใหม่เข้ามาทำจะทำยังไง
ในเมื่อข้อมูลเราก็มีขอมูลอยู่แล้ว ให้เราว่างหมากอยู่เหนือเค้าก้าวนึง คือรู้ว่าต่อไปเค้าจะทำอะไร
แล้วเรากดักเก็บข้อมูลไวรอเลย พยายามคิดหักมุมให้เยอะๆ

ตัวอย่าง อย่างเช่น รู้แล้วว่าคู่แข่งมีข้อมูล ก็แสดงว่าเค้าต้อง Bid ในเวลาที่ขายได้อย่างแน่นอนถ้าเราเข้าไปทำ
เพื่อให้เวลาที่มีแต่ Click จะมาอยู่กับเรา แล้วเราก็จะแพ้ไปเอง ถูกไหมครับ

- ถ้าเราไม่รู้จักพลิกแพลง เราก็จะ Track ไปงั้นๆละทุก ชม. กว่าจะเจอเค้าก็หวานหมูไปแล้ว ก็คือเราติดกับดักเค้า

- ถ้าเรารู้จักพลิกแพลง เราก็แค่จับผิดว่าเค้าทำตอนไหนโดยใช้ Report ช่วย Report มันก็บอกนิครับว่า เวลานี้มีกี่ Click
โฆาณาเราไม่แสดงตอนไหน อะไรยังไง เยอะแยะ เราเอามาประยุคใช้ หรือรู้จักเอาข้อมูลที่เรามีอยู่มาประยุค เพื่อให้รู้ข้อมูลมากขึ้น
แล้วรู้จักสังเกตุ ทีนี้เราก็ลอง Test ดูเวลาที่โฆษณาเราไม่แสดง แค่นั้นก็รู้แล้วครับ ว่าเวลาที่ขายได้คือเวลาอะไร
ไปนั่ง งมเข็มในมหาสมุทรทุกๆ ชม. ตั้งนานจะเจอไหมครับ เจออาการ Bid บดบัง เข้าไปก็หาอะไรไม่เจอแล้ว


wanwan037



Addinfor
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, March 16, 2009




บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, March 7, 2009

Orderism

เดี๋ยวอธิบายวิธีเลยแล้วกัน ถือว่าเป็น โบนัสกับคนคุยเป็นเพื่อนตอนดึกๆ แล้วเดี๋ยวลบวิํธีออก
คนอื่นๆค่อยเอาตอน ผมแจกอีกที ไม่รู้ว่าเคยทำกันรึป่าว
วิธีนะ
ผมจะบอกสิ่งที่ผมได้จากข้อมูลชุดนี้ละกัน
ข้อมูลชุดนี้มาจากเว็ป Shopping.com หน้า Top search ทุกคนก็รู้
ไม่รู้ว่าเห็นไรกันมั่งนะครับ แต่คัดออกไปเลยคือ KW ที่โอมบอก พวกที่เป็นMass อะ
แล้วทีนีั้เราจะได้รุ่นสินค้าที่ คนนิยม เป็นตลาดที่มีความต้องการหรือสนใจ เพราะถ้าไม่สนใจคงไม่รู้รุ่น
จนเอามาค้นหาจนเป็น Top search ได้ เท่ากับว่าเราไม่ต้องResearch หาเทรนด์เอง แต่เขาทำมาให้แล้ว
ที่ นี้เราเอา ชื่อรุ่นพวกนี้มาเข้ากระบวนการแปรรูป ดูว่าตัวไหนมั่งที่ เป็นBest ของอเมซอน ถ้าติดหน้า1 นี่เอาออกไปได้เลย อัตราการแข่งขันสูง เราเอาตัวที่ มันไม่ติดมาลองดู ที่ Yahoo หรือ Google
มีใครเอาลิ้งของ สินค้าตัวนี้ที่เป็นโดเมน Amazon ไปโฆษณา รึยัง ถ้ายัง เราก็เริ่มเข้ากระบวนการ Compare ราคาครับ ถ้ามันถูกสุด หรือว่า โปรโมชั่นดีกว่า เจ้าอื่น
ก็จับมาลองได้เลย ส่วนจะบิดเท่าไร KW แบบไหนผมว่าโอมบอกไปแล้วมะกี้

วิธี นี้มันได้ประโยชน์คือ เราไม่ต้อง Research ตลาดเอง เทรนด์ก็ค่อนข้างจะ+ สินค้าบางตัว ยัีงไม่มีโดเมนของamazonด้วยซ้ำ ผมเองก็เจอมาบ้าง ที่จริงเป็นวิธีง่ายๆ เว็บที่ให้ข้อมูลก็ รู้จักทุกคน แต่การเอาข้อมูลมาใช้ไม่เหมือนกัน แค่นี้เราก็ได้ สินค้า+KW ที่กำลังนิยม แล้วพอผ่านกระบวนการ เรายังได้เจอสินค้า ที่อัตราการแข่งขันน้อย แต่มีความต้องการในระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าไปเจอสินค้าที่ยังไม่มีโดเมน Amazonอยู่ เราอาจไปเปิดตลาดคนแรกเลยก็ได้
นี่เป็นวิธีหนึ่งที่ผมได้จากข้อมูลชุดนี้ โดยให้่ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า
ไ่ม่รู้ว่าเป็น Niche long tail ป่าวรอโอม คอนเฟริ์ม

ปล. ส่วนมากผมใช้กับ ELec นะเพราะมีชื่อรุ่น โทษทีพิมพ์นานไปหน่อย อีกแปบ ลบนะ
Orderism
บล็อกของนาย จ.จื้อ
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan