Showing posts with label สีสันรอบโลก. Show all posts
Showing posts with label สีสันรอบโลก. Show all posts

Thursday, May 28, 2009

เผยเอเลี่ยนพลีชีพช่วยโลก นำยูเอฟโอพุ่งชนอุกกาบาตใหญ่


นักวิทย์เผยมนุษย์ต่างดาวเคยสละชีพช่วยโลก นำยานยูเอฟโอสกัดพุ่งชนอุกกาบาตยักษ์ที่จะถล่มโลก

" ฟ็อกซ์ นิวส์"รายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ค.รายงานอ้างคำกล่าวของดร.ยูริ แลฟวิน ประธานมูลนิธิด้านปรากฎการณ์ว่า มนุษย์ต่างดาวเคยสละชีพช่วยโลก โดยนำยานยูเอฟโอเข้าชนอุกกาบาตขนาดใหญ่ซึ่งจะถล่มโลกเหนือทำให้อุกกาบาต แหกกระจายและถล่มโลกเหนือพื้นที่ตันกัสก้า ในไซบีเรีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.1908 ทำให้เกิดแรงปะทะขนาด 15 เมกกะตัน ที่ทำให้ต้นไม้บนโลก 80 ล้านต้นในบริเวณพื้นที่กว่า 100 ตร.ไมล์ล้มครืน และเกิดคลื่นช็อคขนาดใหญ่ แต่เคราะห์ดีไม่มีมนุษย์รายใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากอุกกาบาตตกในบริเวณพื้นที่ไร้ประชากร

ที่มา มติชน

จริงเหรอเนี่ย - -?
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, May 26, 2009

กูเกิลมอง Facebook เป็นคู่แข่งเสิร์ช

แม้จะถูกมองว่าเป็นราชาแห่งเสิร์ชเอนจิ้น และมีคู่แข่งหลักเป็นยาฮู (Yahoo) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) แต่ผู้บริหารกูเกิล (Google) กลับมองว่า เครือข่ายสังคมอย่างเฟสบุ๊ก (Facebook) กำลังกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ

Ken Tokusei ผู้จัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มกูเกิลบอกเหตุผลของเรื่องนี้ว่า เป็นเพราะกูเกิลจะแสดงผลสืบค้นเป็นลิงก์มาตรฐานที่เกี่ยวข้อกับคีย์เวิร์ด เท่านั้น ไม่ได้มีความใกล้ชิดสนิทสนมซึ่งทำให้เกิดความไว้วางใจพอจะทำให้ผู้สืบค้นนำ ไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างที่เครือข่ายสังคมอย่างเฟสบุ๊กทำได้ เช่นการตัดสินใจเลือกร้านอาหารหรือผู้ให้บริการอื่นๆ ซึ่งในเว็บเครือข่ายสังคมนี้มักจะมีการรีวิวโดยเพื่อนหรือกลุ่มที่คุ้นเคย กัน เนื้อหาจึงมีความตรงไปตรงมาประกอบการตัดสินใจได้ดี

จุด นี้ Tokusei ยอมรับว่าผู้ใช้จะมีความรู้สึกไม่ไว้วางใจข้อมูลของกูเกิล เท่ากับข้อมูลของเครือข่ายสังคม ตรงนี้ทำให้กูเกิลเสียโอกาส ซึ่งกูเกิลเล็งเห็นและเริ่มหามาตรการแก้ไขจุดอ่อนตรงนี้แล้ว โดยหนึ่งในมาตรการที่กูเกิลนำมาใช้แก้ปัญหานี้คือการเปิดให้ผู้ใช้สามารถ" ให้คะแนน"ผลสืบค้นที่มีคุณภาพ รวมถึงให้สิทธิ์ในการลบผลสืบค้นที่เกี่ยวข้อง

นี่เป็นอีกแนวโน้มที่กูเกิลเชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกของการสืบค้นข้อ มูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจับคู่คีย์เวิร์ดอีกต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของคู่แข่งดั้งเดิมของกูเกิล ไมโครซอฟท์ได้ประกาศลงเม็ดเงินหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐเมื่อสร้างสรรค์ เสิร์ชเอนจิ้นตัวใหม่นาม "Kumo" ซึ่งเชื่อว่าจะเริ่มให้บริการทั่วโลกในเร็ววันนี้ ขณะที่ยาฮูก็เร่งมือเพิ่มคุณภาพผลสืบค้นด้วยการลดจำนวนแสดงผลลิงก์เว็บให้ น้อยลงและเพิ่มเนื้อหาประเภทรูปภาพและวิดีโอให้หนักแน่นขึ้นต่อเนื่อง

Company Related Links :
Facebook
Google
Microsoft
Yahoo

http://www.manager.co.th

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, April 2, 2009

เพลง Gee เวอร์ชั่นผู้ชาย เหล่าดาราของรายการ Xmen ที่คุ้นตา

พอดีว่าเจอวีดีโอ youtube ที่เหล่าดาราเกาหลีชายจากรายการ Xmen มาวาดลวดลายเลียนแบบเพลง Gee ของ Girls' Generation ฮายังไงลองดูกัน



บล็อกของนาย จ.จื้อ

Sunday, December 21, 2008

"ยาฮู"กดดันกูเกิล-ไมโครซอฟท์ ลดเวลาเก็บข้อมูลลูกค้าเหลือ3ด.

ยาฮู (Yahoo) ประกาศลดเวลาเก็บข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้หรือล็อกไฟล์เหลือเพียง 3 เดือนจากเดิม 13 เดือน ขานรับมาตรการรักษาสิทธิผู้บริโภคซึ่งนักเคลื่อนไหวทั้งในยุโรปและสหรัฐฯเอง ต่างกังวลหนักหนาว่ายักษ์อินเทอร์เน็ตเหล่านี้จะนำข้อมูลประวัติการใช้งาน ของผู้บริโภคไปใช้ประโยชน์แก่ตัวเอง งานนี้สร้างแรงกดดันแก่เพื่อนร่วมยุทธจักรอย่างกูเกิลและไมโครซอฟท์ ที่ประกาศลดเวลาไปก่อนหน้านี้เหลือ 9 เดือนและ 6 เดือน

ยาฮูแถลงว่า บริษัทจะเก็บข้อมูลการใช้งานในเว็บไซต์ทั้งหมด รวมถึงข้อมูลประวัติการสืบค้นบนเสิร์ชเอนจิ้นของผู้ใช้แต่ละคนตามหมายเลขไอ พีแอดเดรสเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้นจะไม่แสดงหมายเลขไอพีเพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดในรูปแบบไม่ระบุตัวผู้ ใช้ (anonymous) โดยการลดระยะเวลาเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าแต่ละรายในครั้งนี้ เป็นการปรับลดลงจากเดิมที่ยาฮูกำหนดเวลาเก็บข้อมูลลูกค้าไว้นาน 13 เดือน

การ ปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลจากหน่วยงานและสภานิติบัญญัติใน หลายประเทศ ที่กำลังเพ่งเล็งว่าบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของโลกดำเนินการ เก็บข้อมูลลูกค้าของตัวเองไว้มากมายเท่าใด และข้อมูลถูกนำไปใช้งานอย่างไร เนื่องจากการเก็บข้อมูลผู้ใช้แต่ละรายเป็นเวลานานอาจเป็นผลดีในการดำเนิน ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของบริษัท เพราะข้อมูลนี้สามารถนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่มีความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอินเทอร์เน็ตเท่าที่ควร

การประกาศของยาฮูถูกมองว่า สร้างแรงกดดันให้กูเกิลและไมโครซอฟท์ต้องออกมาประกาศลดเวลาลงให้เท่ากับยาฮู แม้ว่าในเดือนกันายนที่ผ่านมา กูเกิลจะเพิ่งประกาศว่าบริษัทพร้อมเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์แบบไม่ระบุ ตัวตนหลังจากเก็บข้อมูลผู้ใช้แต่ละรายนาน 9 เดือน ซึ่งลดลงจากเดิม 18 เดือน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศแล้วว่าจะทำตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมไอทีทั่วไป ที่มักเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเป็นเวลา 6 เดือน โดยปกติไมโครซอฟท์จะเก็บข้อมูลไว้นาน 18 เดือนเช่นเดียวกับกูเกิล

นโยบายของยาฮูระบุว่า บริษัทจะเก็บข้อมูลจากระบบติดตามผู้ใช้หรือคุกกี้เป็นเวลา 90 วัน หลังจากนั้นจะลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่อาจนำไปสู่การระบุตัวตน แต่หากมีกรณีใดพาดพิงถึงปัญหาการรักษาความปลอดภัยหรือการหลอกลวง ยาฮูจะเก็บข้อมูลเป็นเวลา 180 วันหรือ 6 เดือนแทน

ยาฮูจะเริ่มดำเนินตามนโยบายใหม่ที่ประกาศมาในเดือนหน้า เชื่อว่าจะดำเนินการได้สมบูรณ์ครอบคลุมทุกบริการของยาฮูในกลางปี 2010

Company Related Links :Yahoo
ที่มา: manager.co.th

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, December 9, 2008

เพื่อนตูบช่วยเพื่อน

ตามที่เห็นในข่าวในทีวี หมาตัวนึงเห็นหมาอีกตัวโดนรถชนบาดเจ็บอยู่บนถนน จึงเข้าไปช่วยด้วยความกล้าหาญ น่าชื่นชมยิ่งนัก


ที่ เมืองซานติเอโก้ ประเทศชิลิ กล้องบันทึกภาพการจราจรบนทางหลวงสายหนึ่ง สามารถบันทึกภาพสุนัขจรจัดผู้มีน้ำใจงาม กำลังช่วยชีวิตเพื่อนสุนัขที่ถูกรถชนนอนอยู่กลางถนน

หลังจากสุนัขจรจัดตัวหนึ่งกำลังจะข้าม ถนน แต่ระหว่างทาง กลับถูกรถยนต์ที่ขับด้วยความเร็วบนถนนหลวงชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้สุนัขโชคร้ายตัวดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บ และสลบนอนนิ่งอยู่กลางถนน

ไม่ นาน สุนัขจรจัดอีกตัวที่เห็นเหตุการณ์ และไม่อาจทนดูฉากต่อไปซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นกับเพื่อนสุนัขด้วยกันได้ จึงตัดสินใจวิ่งฝ่ารถยนต์ ไปยังร่างของเพื่อนสุนัข ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าสุนัขตัวนั้นจะยังมีลมหายใจอยู่อีกหรือไม่

เมื่อวิ่งหลบรถจนไปถึงร่างของเพื่อนตูบได้สำเร็จ สุนัขจรจัดที่แสนดี รีบดัน ดึงร่างของเพื่อนไปที่ริมทางเพื่อความปลอดภัย และแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำทางหลวงก็เข้ามาช่วยเหลือ

แม้ว่าเจ้าตูบที่ถูกรถชนจะไม่สามารถมีชีวิตรอด แต่ ความตั้งใจที่จะช่วยเพื่อนของสุนัขตัวนั้นก็ไม่สูญเปล่า เพราะหลังจากนั้น สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นนำภาพดังกล่าวไปโพสต์ลงในเว็บไซต์ชื่อดัง มีผู้คนจากทั่วโลกเข้าชม และต่างก็ยกย่องชื่นชมการกระทำของสุนัขผู้มีน้ำใจงามเป็นจำนวนมาก

ด้านที่ทำการทางหลวงจุดเกิดเหตุ ก็มีผู้คนติดต่อแสดงขอรับสุนัขที่ช่วยชีวิตเพื่อนสุนัขไปเลี้ยง แต่ปัจจุบันยังไม่มีใครเจอตัวเจ้าตูบฮีโร่ตัวนั้น

ที่มา เดลินิวส์


บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, December 8, 2008

แมวสี่หู

เพิ่งจะเห็นแมวสองหน้าไป มาเจออีกตัว แมวสี่หู เกิดไรขึ้นกับโลกใบนี้เนี่ย - -a

ฮือฮา"แมวสี่หู"ในบาร์มะกันกลายเป็นคนดัง หลังถูกค้นพบกลายเป็นข่าว จนรายการดังหลายช่องติดต่อให้มาออกในรายการ เพื่อเผยโฉมพิศดาร
สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ว่า ขณะนี้"เจ้าโยด้า"แมวสี่หู อายุ 8 สัปดาห์ของครอบครัวเดอะร๊อค คือ นายเท็ด ร็อก และนายวาเลอรี่ ร็อค กลายเป็นคนดังไปแล้วเสียแล้ว หลังจากมีสถานีโทรทัศน์ได้เสนอที่จะให้ครอบครัวนี้พาเจ้าแมวพิศดารดังกล่าว มาออกรายการ ได้แก่ รายการ"Good Morning America" "Foxs News"และ"Tyra Banks Show"ขณะที่ภาพของมันได้ปรากฎตามหน้าหนังสือพิมพ์ดังหลายฉบับแล้ว โดยบางฉบับยังกล่าวติดตลกว่า หากแบทแมนมีแมวเป็นสัตว์เลี้ยง ก็คงจะต้องเป็นเจ้าโยด้าตัวนี้แน่

รายงานเผยว่า เจ้าโยด้าถูกค้นพบโดยบังเอิญจากนายเท็ด ขณะชมบาสเกตบอลเอ็นบีเอ ทางทีวีในบาร์แห่งหนึ่ง มันถูกจับอยู่ในกรงโดยเจ้าของร้านที่ต้องการให้แขกขบขันในตัวมันเหมือนตัว ตลก และบางคนเดินผ่านพร้อมล้อเลียนกัน และเรียกชื่อดูถูกมัน ทำให้เขารู้สึกทรมาน ขอเจ้าของร้านนำเจ้าแมวสี่หูตัวนี้กลับบ้าน ซึ่งเจ้าของร้านอนุญาต

ที่มา มติชน

ฮือฮา! แมวประหลาด มีสองหน้า

เกิดมาเคยเห็น เต่าสองหัว งูสองหัว คนสองหัว แต่นี่เป้นครั้งแรกที่ได้เห็น แมวสองหน้า แม้จะแค่รูปก็เหอะ


ออ สซี่ตะลึง เจอแมวประหลาดมีสองหน้า คลอดร่วมพี่น้องๆ หน้าตาปกติ ด้านเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์สารภาพสุดมหัศจรรย์ เพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก

เด ลี่ เทเลกราฟ รายงานเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนว่า แม่แมวออสเตรเลียให้กำเนิดลูกแมวประหลาดมีสองหน้า พร้อมลูกแมวอีก 2 ตัวซึ่งมีรูปร่างปกติ สร้างความรู้สึกทึ่งให้แก่เจ้าของแมว และเจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เป็นอย่างมาก ขณะที่แมวสองหน้าตัวนี้ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 1 เดือน เวลากินอาหารด้วยปากข้างเดียวแต่จะขมับปากทั้งสองพร้อมๆ กัน

ด้านนาย จอร์จ ฮูเบอร์ เจ้าหน้าที่สัตว์แพทย์เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีอาชีพเป็นสัตว์แพทย์มาตลอด 12 ปี ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์อะไรทำนองนี้ อย่างมากก็แค่เจอแมวมีสองหาง มีขาประหลาด แต่ไม่ถึงกับเจอแมวมีสองหน้าเช่นนี้ และว่าสาเหตุที่แมวดังกล่าวมีสองหน้า เพราะความผิดรูปแต่กำเนิด คาดว่าน่าจะมาจากพัฒนาการด้านตัวอ่อนบกพร่อง

อย่างไรก็ตาม ด้านเจ้าของมีแผนจะเลี้ยงเจ้าแมวสองหน้าตัวนี้ต่อไป และเตรียมจะตั้งชื่อมันแล้ว ระหว่างมิสเตอร์เมน กับเคาซี โมโมโด้

ที่มา มติชน

 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan