Showing posts with label พี่พราน's Steps. Show all posts
Showing posts with label พี่พราน's Steps. Show all posts
Monday, February 20, 2012
Sunday, January 11, 2009
ค่า Click ของ Adword พี่พราน
ผมว่า B จ่าย $0.61 A จ่าย $1.01 ส่วน C จ่ายที่ min bid ครับ น่าจะเป็น $0.05
ที่ผมงงกว่าคือ ถ้า A อยู่อันดับสูงกว่า QS ดีกว่า เลยทำให้บิทน้อยกว่า B แล้ว A จะจ่ายเท่าไร อิอิ หรือแบบนี้ไม่มีจริงครับ
rank = bid * ctr ครับ
ใครได้ค่ามากกว่า คนนั้นก็อันดับ ดีกว่าครับ
เช่น
A bid 1.01 usd ctr 20% rank = 1*20% = 0.202
B bid 0.61 usd crt 50% rank = 1*40% = 0.305
C bid 0.05 ctr 100% rank = 0.05 * 100% = 0.05
จะเห็นได้ว่า Ad B ที่มี CTR ดีกว่า จะได้ค่า rank มากกว่า Ad A ดังนั้น Ad B จะขึ้นอันดับหนึ่ง
จากสูตรนี้เองเป็นที่มาว่า ทำไม เราต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้ค่า ctr ของ ads เราขึ้นเยอะ ๆ
ครับ เพราะเมื่อใดที่ ctr ขึ้นเยอะ ๆ bid ก็จะต่ำลงนั่นเอง นี่คือความฉลาดของ smartprices
ที่ทำให้ google รวยจนถึงทุกวันนี้ครับ

Labels:
PPC Tips,
พี่พราน's Steps
YSM เค้าได้ปรับ Algorithm ในการคิดราคา Bid ใหม่ พี่พราน
เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ถ้าหากเพื่อน ๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้ แล้วเพื่อน ๆ จะทำอย่างไร
ผมมีวิธีแก้ให้ 2 วิธีนะครับ
1. เพื่อน ๆ ต้องพยายามจ่ายเงินให้กับ YSM ให้ได้มากกว่า $6000 ให้ได้ครับ เพราะถ้าหากใครที่จ่ายเกิน $6000 แล้วเนี่ย จะได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างจาก YSM เช่น MinBid ไม่ค่อยโดนบังคับ และ ยังสามารถ Import Campaign ได้อีกต่างหาก ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมพบว่า Account ที่จ่ายเงินลงโฆษณาให้กับ YSM เยอะ ๆ อยู่ดีมีสุขครับ ไม่มีปัญหาจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด
2. ปรับกลยุทธ์ในการทำงานบน YSM ใหม่ครับ ให้เน้นที่ Quality Score มากขึ้น เอาให้แถบสีน้ำเงินขึ้นให้เยอะที่สุดเต็ม max ไปเลยครับ วิธีทำให้ขึ้นเต็ม Max ก็ง่าย ๆ ครับ
- Manage Campaign & Adgroup ให้มีความสัมพันธ์กันให้มากที่สุด รวมถึง หน้า Landing Pageก็ควรทำให้มีความสัมพันธ์กับ Campaign และ Adgroup ให้ได้มากที่สุด
- ควรใช้ DKI ใน Title เสมอ สำหรับ DKI ของ Yahoo มีแบบเดียวครับ คือ {KEYWORD:Default}
- สร้าง CTR ให้ได้มากที่สุด ผสานกับ ลด IMP ของ KW ที่ CTR น้อย ๆ ลงให้ได้มากที่สุดครับ ถ้าเราทำได้ CTR เราจะดีขึ้น และ QS เราจะดีตามครับ
- 1 Adgroup ไม่ควรมีเกิน 4 - 5 Kw ครับ จริง ๆ แล้ว 4 - 5 KW นี่ก็เยอะเกินไปแล้วครับ ถ้าจะให้ได้1 adgroup 1 kw ไปเลยดีกว่า แต่กลัวเพื่อน ๆ จะเมื่อยมือ ก็ลองเอาเฉพาะ keywords ที่เกี่ยวข้องกันจริง ๆ เท่านั้นใส่ไว้ใน adgroup เดียวกันนะครับ CTR จะดีขึ้นเห็น ๆ ครับ
*** เพื่อน ๆ สามารถซื้อหนังสือ 77 เคล็ดลับ ปรับแต่ง Adwords ให้โดนใจ มาดูเทคนิคเด็ด ๆ ได้ครับ
เทคนิคในหนังสือเล่มนี้ ผมให้ 5 ดาวเลยครับ ใครยังไม่มี รีบไปหามาซะนะครับ ถ้าคิดจะทำ PPC เล่มนี้
ผมแนะนำให้อ่านครับ
3. สร้าง Campaign ใหม่ขึ้นมา โดย ทำการ ลบ KW ที่โดน MinBid ใน Campaign เก่าทิ้ง แล้วนำมาสร้างใน Campaign ใหม่ โดยยึดหลักการ ข้างบนครับ MinBid จะลดได้ในเวลาไม่นานครับ แต่ถ้าใครที่ทำตามวิธีการนี้แล้ว MinBid ไม่ลด ไม่ต้องกลัวนะครับ Bid ไปตามที่มันตั้งมาก่อน แล้วพยายามสร้างQS ของเราให้ดี ๆ รับรองในเวลาไม่นาน MinBid จะลดแน่นอนครับ
4. อย่าลืมที่จะปรับแต่ง Landing Page ให้มีความสัมพันธ์กับ KW ที่ส่งมา สำหรับผมแล้วใช้ DKI ในLanding Page อีกเหมือนกัน นั่นคือ พยายามทำให้ ใน URL มี KW ที่ส่งมา และ ภายในหน้า Landingก็พยายามทำให้ Title, Metatag, H1, H2 มี KW เยอะ ๆ เรียกได้ว่าทำ KW Density เหมือนกับทำ SEO ตามปกติทั่วไปเลยครับ ตรงนี้ ถ้า kw density สูง QS ก็จะสูงตามครับ ส่วนใครที่ส่งไป Amazonก็ไม่ต้องกลัวครับ สำหรับ kw ที่โดน minbid นี้ ให้เปลี่ยนจากการส่งไปยังหน้าสินค้าโดยตรง ส่งไปยังหน้าSearch Results แทนครับ แค่นี้ kw density ในหน้า Landing Page ก็จะสูงขึ้นมาทันตาเห็นแล้วพอ MinBid ลด เราค่อยเพิ่ม Adtext ขึ้นมาอีกอัน เพื่อส่งตรงไปยังหน้า สินค้าตรง ๆ ครับ
สรุปแล้วการโดน MinBid ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ขอเพียงเราตั้งใจบริหาร Campaign ของเราและอึด ถึก ทน สร้าง Adgroup ในฝันให้ได้เยอะ ๆ หมั่นบริหาร CTR หมั่นกรอง IMP ที่ไม่ได้เรื่องออกไปและ หมั่นหา Negative Keywords มาใส่ รับรองครับ ภายใน 3 วัน QS เพื่อน ๆ จะเพิ่มขึ้นและ minbidจะลดต่ำอย่างแน่นอน ผมเคยทดลองกับ Account ใหม่ ๆ ที่สร้างปุ๊บ minbid อยู่ 1 เหรียญ ลองปรับตามวิธีด้านบนดู พบว่า Minbid ลดมาเหลือ 20 cent ภายในเวลา 1 วันครับ
อย่างไรแล้ว ขอให้เพื่อน ๆ ที่ประสบกับปัญหานี้ แก้ไข ปัญหากันได้ทุกคนนะครับ
ปล. สำหรับ KW ที่ทำเงินนั้น เพื่อน ๆ อย่าลืม นำไปขยายผล โดยการนำไปโฆษณาใน Adwords & Adcenter
ด้วยนะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดี
พราน
บล็อกของนาย จ.จื้อ
ผมมีวิธีแก้ให้ 2 วิธีนะครับ
1. เพื่อน ๆ ต้องพยายามจ่ายเงินให้กับ YSM ให้ได้มากกว่า $6000 ให้ได้ครับ เพราะถ้าหากใครที่จ่ายเกิน $6000 แล้วเนี่ย จะได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างจาก YSM เช่น MinBid ไม่ค่อยโดนบังคับ และ ยังสามารถ Import Campaign ได้อีกต่างหาก ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมพบว่า Account ที่จ่ายเงินลงโฆษณาให้กับ YSM เยอะ ๆ อยู่ดีมีสุขครับ ไม่มีปัญหาจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด
2. ปรับกลยุทธ์ในการทำงานบน YSM ใหม่ครับ ให้เน้นที่ Quality Score มากขึ้น เอาให้แถบสีน้ำเงินขึ้นให้เยอะที่สุดเต็ม max ไปเลยครับ วิธีทำให้ขึ้นเต็ม Max ก็ง่าย ๆ ครับ
- Manage Campaign & Adgroup ให้มีความสัมพันธ์กันให้มากที่สุด รวมถึง หน้า Landing Pageก็ควรทำให้มีความสัมพันธ์กับ Campaign และ Adgroup ให้ได้มากที่สุด
- ควรใช้ DKI ใน Title เสมอ สำหรับ DKI ของ Yahoo มีแบบเดียวครับ คือ {KEYWORD:Default}
- สร้าง CTR ให้ได้มากที่สุด ผสานกับ ลด IMP ของ KW ที่ CTR น้อย ๆ ลงให้ได้มากที่สุดครับ ถ้าเราทำได้ CTR เราจะดีขึ้น และ QS เราจะดีตามครับ
- 1 Adgroup ไม่ควรมีเกิน 4 - 5 Kw ครับ จริง ๆ แล้ว 4 - 5 KW นี่ก็เยอะเกินไปแล้วครับ ถ้าจะให้ได้1 adgroup 1 kw ไปเลยดีกว่า แต่กลัวเพื่อน ๆ จะเมื่อยมือ ก็ลองเอาเฉพาะ keywords ที่เกี่ยวข้องกันจริง ๆ เท่านั้นใส่ไว้ใน adgroup เดียวกันนะครับ CTR จะดีขึ้นเห็น ๆ ครับ
*** เพื่อน ๆ สามารถซื้อหนังสือ 77 เคล็ดลับ ปรับแต่ง Adwords ให้โดนใจ มาดูเทคนิคเด็ด ๆ ได้ครับ
เทคนิคในหนังสือเล่มนี้ ผมให้ 5 ดาวเลยครับ ใครยังไม่มี รีบไปหามาซะนะครับ ถ้าคิดจะทำ PPC เล่มนี้
ผมแนะนำให้อ่านครับ
3. สร้าง Campaign ใหม่ขึ้นมา โดย ทำการ ลบ KW ที่โดน MinBid ใน Campaign เก่าทิ้ง แล้วนำมาสร้างใน Campaign ใหม่ โดยยึดหลักการ ข้างบนครับ MinBid จะลดได้ในเวลาไม่นานครับ แต่ถ้าใครที่ทำตามวิธีการนี้แล้ว MinBid ไม่ลด ไม่ต้องกลัวนะครับ Bid ไปตามที่มันตั้งมาก่อน แล้วพยายามสร้างQS ของเราให้ดี ๆ รับรองในเวลาไม่นาน MinBid จะลดแน่นอนครับ
4. อย่าลืมที่จะปรับแต่ง Landing Page ให้มีความสัมพันธ์กับ KW ที่ส่งมา สำหรับผมแล้วใช้ DKI ในLanding Page อีกเหมือนกัน นั่นคือ พยายามทำให้ ใน URL มี KW ที่ส่งมา และ ภายในหน้า Landingก็พยายามทำให้ Title, Metatag, H1, H2 มี KW เยอะ ๆ เรียกได้ว่าทำ KW Density เหมือนกับทำ SEO ตามปกติทั่วไปเลยครับ ตรงนี้ ถ้า kw density สูง QS ก็จะสูงตามครับ ส่วนใครที่ส่งไป Amazonก็ไม่ต้องกลัวครับ สำหรับ kw ที่โดน minbid นี้ ให้เปลี่ยนจากการส่งไปยังหน้าสินค้าโดยตรง ส่งไปยังหน้าSearch Results แทนครับ แค่นี้ kw density ในหน้า Landing Page ก็จะสูงขึ้นมาทันตาเห็นแล้วพอ MinBid ลด เราค่อยเพิ่ม Adtext ขึ้นมาอีกอัน เพื่อส่งตรงไปยังหน้า สินค้าตรง ๆ ครับ
สรุปแล้วการโดน MinBid ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ขอเพียงเราตั้งใจบริหาร Campaign ของเราและอึด ถึก ทน สร้าง Adgroup ในฝันให้ได้เยอะ ๆ หมั่นบริหาร CTR หมั่นกรอง IMP ที่ไม่ได้เรื่องออกไปและ หมั่นหา Negative Keywords มาใส่ รับรองครับ ภายใน 3 วัน QS เพื่อน ๆ จะเพิ่มขึ้นและ minbidจะลดต่ำอย่างแน่นอน ผมเคยทดลองกับ Account ใหม่ ๆ ที่สร้างปุ๊บ minbid อยู่ 1 เหรียญ ลองปรับตามวิธีด้านบนดู พบว่า Minbid ลดมาเหลือ 20 cent ภายในเวลา 1 วันครับ
อย่างไรแล้ว ขอให้เพื่อน ๆ ที่ประสบกับปัญหานี้ แก้ไข ปัญหากันได้ทุกคนนะครับ
ปล. สำหรับ KW ที่ทำเงินนั้น เพื่อน ๆ อย่าลืม นำไปขยายผล โดยการนำไปโฆษณาใน Adwords & Adcenter
ด้วยนะครับ
ขอให้ทุกคนโชคดี
พราน
Labels:
PPC Tips,
พี่พราน's Steps
Saturday, January 10, 2009
สงสัยมานานแล้วครับการใช้ Broad Match
ไม่ทราบว่าใครได้ใช้ Broad match ในการทำ PPC บ้างไหมครับ ปกติผมใช้แต่ phrase กับ exact matchลองเอา kw ที่ทำกำไร มาทำ broad ดูนะครับ แล้วสองสามวัน genreport มาดูครับว่า
แต่ broad match มีวีธีใช้ยังไงครับ สำหรับ Adwords ในเมื่อถ้าเราใช้แล้ว IMPR จะเยอะมาก แล้วอาจจะทำให้ CTR ต่ำและทำให้ QS ต่ำ
แล้ววิธีใช้ให้เป็นประโยชน์ทำยังไงครับผม ผมสงสัยมานานแล้ว มันมีไว้ทำไร
มีใครสงสัยเหมือนผมมั่งไหม
คำไหนของ broad ที่ส่งไปแล้วทำกำไรให้เรา เราก็เอาคำนั้นมาทำ exact ครับ
สำหรับผม broad เอาไว้หา kw ทำเงินครับ

Labels:
PPC Tips,
พี่พราน's Steps
ว่าด้วย Quality index (Quality Score) Butterfly, พี่พราน
มันคือช่องว่างระหว่างมือใหม่ กับมือ "เก๋า" ใครที่ยังทำไม่ได้โอกาสเข้าไปสู้มีน้อยครับ อาจเจ็บเอาง่ายๆสำหรับ YSM qi มีผลกับ cpc ของเราอย่างยิ่งครับ ถ้า ยังไม่เต็มหลอด อย่าพึ่ง bid สู้ครับ รอสักวันสองวันให้ มันมี qi โผล่มาก่อน แล้วค่อยบิดสู้นะครับ ผมเคยเลือดสาดกับการ bid สู้ตั้งแต่ ต้นมาแล้วครับ นอกจากค่า bid ไม่ลดแล้ว มันยังกินไปเต็ม ๆ ที่เราบิดอีก แต่พอมี qi ปุ๊บบิดลดทันที ส่วนเรื่อง max cpc ของ ที่ต่ำกว่าเรา + 0.01 นั้น อยากให้คนที่มีหลาย account ลอง bid ต่ำ ๆ แล้วก็ สูง ๆ สัก 2 อันใน kw ที่ไม่มีใครใช้แล้วลอง click เอง ดูผลลัพธ์เลยครับ แล้วจะรู้ว่า การเสียต่ำ ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับ qi เลยล่ะครับ (สำหรับ ysm นะครับ)
Labels:
PPC Tips,
พี่พราน's Steps
อ้า.... ค่า CTR มีผลอย่างไร ... พี่พราน
CTR เป็นตัวเลขที่บอก คุณภาพของ AD Text เราได้อย่างชัดเจนที่สุด
เห็นไหมครับว่าแสดงถึง 181 ครั้งแต่ คลิกแค่ครั้งเดียว ทำให้ได้ CTR แค่ 0.55%
ซึ่งหมายความว่า คนเห็น Adtext เรา แล้วไม่โดน ก็เลยไม่คลิก
ลองปรับปรุง คุณภาพของ adtext ดูสิครับ ถ้า ctr ไม่กระเตื้องขึ้น ก็แสดงว่า
มี kw ที่ imp เยอะ แต่ไม่มีคลิกเยอะ ดังนั้นถ้าเราอยากให้ ctr เราดี ๆ เราก็จัดการทำดังนี้ครับ
1. ปรับปรุงคุณภาพ adtext ให้มีความเกี่ยวข้องกับ landing page และ keyword ให้มายิ่งขึ้น
2. ทำการลบ keyword ที่มีแต่ imp แต่ไม่มี ctr ออกไป ก็จะทำให้ ctr เราเพิ่มขึ้นครับ เพราะเมื่อ ads แสดงน้อยลง แต่ click เท่าเดิม ctr ก็เพิ่มถูกไหมครับ
3. ถ้าเสียดาย keyword ที่ลบไป ก็เอา keyword ที่ลบไปน่ะ ไปสร้าง adgroup ใหม่ครับ ตั้งชื่อ adgroup ตาม ตัว keyword เลย
และ ใน adgroup นั้นก็เอา keyword ที่พึ่งลบไป ไปใส่ซะ ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ctr ของเราจะดีเองครับผม
เชื่อไหม บาง campaign ของผมมี adgroup เป็นร้อย adgroup เลยครับ
แล้วมาถึงคำถามที่บอกว่า CTR สำคัญอย่างไร
ขอตอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะครับ
1. ถ้า CTR ดีหมายความว่า คนคลิกแอดเราเยอะขึ้น นั่นก็หมายความว่า adtext เรามีคุณภาพดีไปด้วย
2. ถ้าคน click ad เราเยอะขึ้น มันดียังไง เพราะเราต้องเสียเงินมากขึ้น ถูกครับ เสียเงินมากขึ้น แต่โอกาสที่คนเหล่านี้คลิกเข้าไปแล้ว จะซื้อของเราก็มีมากยิ่งขึ้นไปด้วย ดังนั้น ยิ่ง ctr สูง โอกาสขายของได้ ก็มีสูงไปด้วยครับ ยิ่งเขียน ad โดน ๆ ตรงความจริงที่เราขายด้วยแล้วล่ะก็ ถ้า ctr สูง โอกาสประสบชัยชนะก็มีสูงครับ จำไว้ครับ ยิ่ง ctr ดี conversion rate เราก็จะดีตามไปด้วย (conversion rate คืออัตราคนซื้อต่อจำนวนคน click ครับ)
3. เชื่อไหมว่า PPC engine ทั้งหลายแหล่ ชอบคนที่ ctr สูง ๆ ครับ เมื่อใดก็ตาม ที่เรามี ctr สูง ๆ รายจ่ายเราต่อคลิกก็จะลดลงไปเรื่อย ๆครับ เพราะ search เค้าชอบคนที่จ่ายน้อย ๆ แต่จ่ายเยอะ ๆ มากกว่าคนที่จ่ายแพง ๆ แต่ไม่ค่อยได้จ่ายครับ ดังนั้นถ้า ctr เราสูงเมื่อไร จำนวนรายจ่ายต่อคลิกก็จะลดลงด้วยครับ ซึ่งตรงนี้แต่ละ search engine มีวิธีคิดที่ต่างกัน แต่หลัก ๆ คือ ถ้า ctr สูง ได้เปรียบครับ
รายละเอียดเอาไว้ว่ากันในห้องแห่งความลับนะครับ
บล็อกของนาย จ.จื้อ
เห็นไหมครับว่าแสดงถึง 181 ครั้งแต่ คลิกแค่ครั้งเดียว ทำให้ได้ CTR แค่ 0.55%
ซึ่งหมายความว่า คนเห็น Adtext เรา แล้วไม่โดน ก็เลยไม่คลิก
ลองปรับปรุง คุณภาพของ adtext ดูสิครับ ถ้า ctr ไม่กระเตื้องขึ้น ก็แสดงว่า
มี kw ที่ imp เยอะ แต่ไม่มีคลิกเยอะ ดังนั้นถ้าเราอยากให้ ctr เราดี ๆ เราก็จัดการทำดังนี้ครับ
1. ปรับปรุงคุณภาพ adtext ให้มีความเกี่ยวข้องกับ landing page และ keyword ให้มายิ่งขึ้น
2. ทำการลบ keyword ที่มีแต่ imp แต่ไม่มี ctr ออกไป ก็จะทำให้ ctr เราเพิ่มขึ้นครับ เพราะเมื่อ ads แสดงน้อยลง แต่ click เท่าเดิม ctr ก็เพิ่มถูกไหมครับ
3. ถ้าเสียดาย keyword ที่ลบไป ก็เอา keyword ที่ลบไปน่ะ ไปสร้าง adgroup ใหม่ครับ ตั้งชื่อ adgroup ตาม ตัว keyword เลย
และ ใน adgroup นั้นก็เอา keyword ที่พึ่งลบไป ไปใส่ซะ ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ctr ของเราจะดีเองครับผม
เชื่อไหม บาง campaign ของผมมี adgroup เป็นร้อย adgroup เลยครับ
แล้วมาถึงคำถามที่บอกว่า CTR สำคัญอย่างไร
ขอตอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้นะครับ
1. ถ้า CTR ดีหมายความว่า คนคลิกแอดเราเยอะขึ้น นั่นก็หมายความว่า adtext เรามีคุณภาพดีไปด้วย
2. ถ้าคน click ad เราเยอะขึ้น มันดียังไง เพราะเราต้องเสียเงินมากขึ้น ถูกครับ เสียเงินมากขึ้น แต่โอกาสที่คนเหล่านี้คลิกเข้าไปแล้ว จะซื้อของเราก็มีมากยิ่งขึ้นไปด้วย ดังนั้น ยิ่ง ctr สูง โอกาสขายของได้ ก็มีสูงไปด้วยครับ ยิ่งเขียน ad โดน ๆ ตรงความจริงที่เราขายด้วยแล้วล่ะก็ ถ้า ctr สูง โอกาสประสบชัยชนะก็มีสูงครับ จำไว้ครับ ยิ่ง ctr ดี conversion rate เราก็จะดีตามไปด้วย (conversion rate คืออัตราคนซื้อต่อจำนวนคน click ครับ)
3. เชื่อไหมว่า PPC engine ทั้งหลายแหล่ ชอบคนที่ ctr สูง ๆ ครับ เมื่อใดก็ตาม ที่เรามี ctr สูง ๆ รายจ่ายเราต่อคลิกก็จะลดลงไปเรื่อย ๆครับ เพราะ search เค้าชอบคนที่จ่ายน้อย ๆ แต่จ่ายเยอะ ๆ มากกว่าคนที่จ่ายแพง ๆ แต่ไม่ค่อยได้จ่ายครับ ดังนั้นถ้า ctr เราสูงเมื่อไร จำนวนรายจ่ายต่อคลิกก็จะลดลงด้วยครับ ซึ่งตรงนี้แต่ละ search engine มีวิธีคิดที่ต่างกัน แต่หลัก ๆ คือ ถ้า ctr สูง ได้เปรียบครับ
รายละเอียดเอาไว้ว่ากันในห้องแห่งความลับนะครับ

Labels:
PPC Tips,
พี่พราน's Steps

