Showing posts with label Adsense. Show all posts
Showing posts with label Adsense. Show all posts

Wednesday, July 21, 2010

วิเคราะห์ ข้อมูลของท่าน ad9sensecomeback เพื่่อมือใหม่ โดย whitecross

1. ถ้าหากท่านเป็นมือใหม่ทำเว็บ และกำลังใช้ Blogger หรือ Flixya ให้เปลี่ยนความคิดครับ ให้หันมาสร้างเว็บตัวเอง มันอาจเป็นการลงทุนที่สูงกว่า
แต่รายได้ก็มากกว่าด้วยเช่นกัน หากท่านใดที่ยังไม่มี Domain Name เป็นของตัวเอง แนะนำให้จดโดเมนเนม แบบ .co.th อ้าว! ทำไมทำเว็บ eng
แล้วจดแบบ .co.th เพราะว่าเจ้า Domain Name นี้จะทำให้เราติด อับดับ Google มากกว่า Domain Name แบบ .com ครับ เพราะ Algorithm
ของ Google จะให้ความสำคัญของ Local Domain มากกว่า แต่ต้องใช้กับ www.google.co.th แน่นอนครับ ว่าเรามักจะใช้ google.co.th
การจดโดเมนที่ดีมีชัยไปกว่าเครื่อง เพราะผมมักจะจดโดเมนเนม ให้สอดคล้องกับ Keyword หลักที่ผมต้องการใช้ครับ แล้วทำ Domain Name Traffic ไทย
แล้วจะได้ราคาคลิกสูงอย่างไร ได้ครับ โดยที่เราจะทำให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ ของ Google Search จากนั้น จึงสร้าง Link มายังหน้าที่เป็นภาษา อังกฤษล้วนๆ
ผมคิดตรงกันข้ามนะครับ เราทำ Adsense เราก็ต้องการ Kw ที่ต่างประเทศเค้าค้นหากัน ดังนั้นเราจะอ้างอิงจาก Local ไม่ได้ แต่เราต้องทำให้ติด First Page ใน Primary Local ดังนั้นผมว่า .com น่าเล่นสุด เพราะเป็น Local ที่ทุกชาติค้นหาเจอได้ง่ายที่สุด
จด co.th ต้องเป็นบริษัทจำกัดครับ ส่วนเรื่องการสร้างลิงค์ไปไหนเป็นภาษาอะไรไม่จำเป็นเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก Google Adsense คือ โฆษณาแบบกิ้งก่า (ขอใช้คำไทย) จะแสดงผลตามเนื้อหาที่มันไปเกาะอยู่ และนอกจากนั้นยังอ้างอิงการตั้งค่าของผู้ประมูลโฆษณา หรือผู้ลงโฆษณา Adsword นั่นเอง กล่าวคือผู้ลงโฆษณาสามารถตั้งค่าละเอียดได้ว่าจะให้แสดงเฉพาะ ประเทศไหน พื้นที่ไหน จังหวัดอะไร เวลาไหนบ้างยังทำได้

ดังนั้นการแสดงโฆษณาจึง อ้างอิงกับพื้นที่และช่วงเวลาที่ Ads แสดงอยู่ สังเกตุง่าย ๆ เวลาเราเข้าเว็บนอกภาษาอังกฤษนั้น บางที Ads จะแสดงเป็นภาษาไทย เนื่องจากอยู่ในประเทศไทย และ google แปลภาษาได้
ดังนั้นก่อนทำเว็บไซต์ หรือบล๊อกท่านควรที่จะ กำหนดคีย์เวิร์ดและ พื้นที่ที่ต้องการจะทำตลาดไว้ตั้งแต่แรก

ไม่จริงคับ ไอ้นี่มั่วตั้งแต่ข้อแรกเลย โดเมน .co.th จะจดได้ต้องมีเลขทะเบียนการค้าคับ ไม่ใช่นึกจะจดก็จดได้เลย อีกอย่างเว็บ .com หรือ ดอทอื่นๆ ก็สามารถมีอันดับที่ดีใน google ได้คับ มันไมได้ขึ้นอยู่กับโดเมนไปทั้งหมด


2. หลายคนมองข้าม Adsense for Search มื่อท่านทำ Google Adsense อย่าลืมครับ ว่าท่านต้องสร้าง Adsense for Search ด้วย มันทำให้เว็บคุณน่าเชื่อถือ
จาก Algorithm ของ Google และ Google Bot ชอบไม่ใช่น้อย หากในเว็บท่านมี Adsense for Search ด้วย มันจะทำให้ Bot Google วิ่งมาที่เว็บคุณมากขึ้น
และมีส่วนทำให้การ Index ติดอันดับได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
ข้อนี้ขอไม่ตอบ เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่มากพอ ดังนั้นผมขอตอบแบบผ่านๆแล้วกันครับว่า...ผมไม่เคยใช้งาน search ในเว็บไหนเลย เวลาจะ search อะไรก็จะกดเข้าไป google ก่อนทุกครั้ง ดังนั้นขอผ่าน ไม่ตอบ...
ไม่เกี่ยว กันครับ Google For Search เอาไว้อำนวยความสะดวกให้ผู้เยี่ยมชมเท่านั้น (แต่ถ้าเค้าคลิ๊กต่อจากการเสริขก็ได้ตังค์นาาา) เนื่องจากว่าใช้ Engine ระบบเสริชของ google ทำให้ได้ข้อมูลที่ไวและตรงกว่า ทั้งนีี้ขึ้นอยู่กับว่าเราให้มันค้นใน เว็บเรา หรือว่าทั่วไปด้วย

เรื่อง Adsense for Search จะติดก็ได้ แต่ค่าคลิกที่ได้จาก Adsense for Search มันไม่ได้เยอะเท่า Ads ที่เป็น text หรอกครับ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับ Algorithm ของ Google อะไรเลยครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ Google Bot จะชอบด้วยคับ


3. ไฟล์ Robots.txt อย่ามองข้าม! มันเป็นสิ่งที่การัณตี เว็บคุณว่าคุณใส่ใจกับการทำเว็บมากแค่ไหน ไฟล์ Robots.txt หลายคนมองข้าม อาจคิดเพียงว่ามันเป็นเพียง
ไฟล์ที่ควบคุมไม่ให้ Bot วิ่งเข้ามา หรือให้วิ่งเข้ามาที่หน้าเว็บ นั้นๆ หรือไม่ ความจริงแล้ว ไฟล์ Robots.txt มีความสำคัญมากกว่านั้น อาจเรียกได้ว่า มันเป็นตัวชี้วัด
ว่าเว็บเราให้ความสำคัญกับ Google Search มากแค่ไหน การใช้ไฟล์ Robots.txt ทำให้การติดอันดับ Google ได้เร็วกว่าเดิมครับ ตัวอย่างไฟล์ Robots.txt ที่ผมใช้
User-agent: *
Disallow: /login.txt
Disallow: /information.txt
Disallow: /database.mdb
Disallow: /caculate.php
Disallow: /checkuser.php
Allow: /

User-Agent: Googlebot
Disallow:


# Sitemap files
Sitemap: http://www.mewebdd.com/sitemap.xml

แนะนอนครับว่า การอ้างอิง Site-Map ภายในไฟล์ Robots.txt มีความสำคัญมากครับ อันนี้แนะนำครับ ตัวอย่างไฟล์ sitemap.xml ของผม มีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

- http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9 " xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance " xsi:schemaLocation="http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9 http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9/sitemap.xsd ">
-
-
http://www.mewebdd.com/

-
http://www.mewebdd.com/index.php

-
http://www.mewebdd.com/contact_us.php



อย่าลืมนะครับว่าทำเว็บทุกครั้ง ต้องไม่ลืมสร้างไฟล์ Robots.txt ถึงแม้ว่าท่านจะมีความจำเป็นต้องใช้ หรือไม่มี ก็ต้องใช้ไฟล์ Robots.txt นะครับ และอย่าลืมระบุตำแหน่ง
Site-Map ที่มีนามสกุลเป็นไฟล์ XML ที่ท่านเก็บไว้นะครับ และ Site-Map อาจมีได้มากกว่า 1 หากเว็บท่านมีเนื้อหาและหน้าเว็บมาก
Robot สำคัญสำหรับการทำ SEO แต่ว่าผมมองในมุมที่ว่ามันชี้ให้เห็นว่าเว็บเราเป็นระเบียบขนาดไหน แล้วบอทจะสามารถไปไหนได้บ้าง ไปได้ครบทุกเพจไหม ไม่ใช่ว่าไปได้ไม่กี่หน้า หรือไปทุกหน้า แต่วิ่งวนอยู่ซ้ำๆในบางหน้าเท่านั้น...
Robot.txt หน้าที่ของมันคือการกันไม่ให้บอทเข้าไปในส่วนที่เราไม่ต้องการให้มันเก็บ ครับเช่น หน้า Adsmin หน้าของสคริปต์ หรือ ปลั๊กอินต่าง ๆ ไม่ใช่การทำ SEO
ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ มีผลไม่เยอะครับ


4. Google Webmaster Tools เครื่องมือที่หลายคนมองข้าม หากท่านต้องการทำให้เว็บท่านติดอันดับ Google นั้น เครื่องมือ Google Webmaster Tools เป็นสิ่งสำคัญ
พอๆ กับการระบุตัวตนท่านให้ Google รู้จักกันเลยทีเดียวครับ เมื่อท่านสมัครใช้งาน Google Webmaster Tools และเพิ่มไซท์ของคุณเข้าไป มันจะมี Meta Tag ที่ระบุ
ว่าเว็บท่านมี Meta Tag สำหรับติดตาม ตัวไหน ซึ่งให้คัดลอก Meta Tag ที่ได้ไปวางไว้ในส่วนของ Head Tag ก่อน Body Tag ครับ จากนั้นจึงเพิ่มตำแหน่ง Site-Map
ให้ Google รู้จักครับ ผมขอแนะนำว่า หากท่านได้ทำการ Generate Meta Tag แล้วนั้น ให้ใช้ค่า Meta Tag หรือ Code ที่ Generate ได้ ไปใช้กับเว็บของคุณ โดยที่ไม่
ควรลบข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซท์ ออกจาก Google Webmaster Tools ไม่ใช่นั้น หากท่าน Gernerate Code ใหม่ เว็บที่เราทำมาเป็นปี อาจต้องรับการ Index ใหม่อีกครั้ง
เหตุเพียงเพราะว่า Meta Tag ระบุตัวตัวเว็บเราที่ใช้มายาวนาน และน่าเชื่อถือ ได้ถูกยกเลิกไปครับ อันนี้ผมเจอมากับเว็บผม หลายเว็บเลย นอกจากนี้ ผมขอแนะนำเลยว่า
หากเว็บท่านติดหน้าแรก Google แล้ว และไม่เคยใช้ Google Webmaster Tools และไม่มี Meta Tag ติดตาม หากท่านสร้าง Meta Tag ใหม่ อาจทำให้ท่านล่วงลงไป
ชนิดที่อาจหาตัวไม่เจอก็เป็นได้ครับ
ไม่ ค่อยได้ใช้เลย ส่้วนมากจะใช้ tools จากที่อื่นที่เค้าใช้งานกัน แ้ล้วก็ได้ผลดีเสียด้วย ผมว่าไม่เกี่ยวหรอกว่าใช้งาน google webmaster tools แล้วเค้าจะมองว่าเว็บเราสำคัญ ผมถ้าเป้นอย่างนั้นคนที่ใช้ google search ก็คงสำคัญในฐานะที่ใช้ search engine ของเค้า ไม่ไปใช้ของที่อื่น...

ถ้าทำเว็บขาว ๆ ก็ใช้ได้ครับเอาไว้วิเคราะห์ ข้อมูลเบื้องตนในการทำเว็ฐ และ ทราฟฟิคที่เข้ามา Webmaster tools สำหรับผมนั้นมีประโยชน์ในการทำ SEO เฉพาะเวลาอยาก Submit Sitemap เท่านั้น

ก็ถ้าทำได้ก็ดีครับ แต่เรื่อง Gernerate Code ใหม่ แล้วต้องไปรับการ index ใหม่อะไรเนี่ย ไม่จริงครับ อย่ามามั่ว แล้วที่สำคัญ Google Webmaster Tools ไม่มีผลต่อการทำ SEO ครับ มันเป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์เว็บของเราได้ดียิ่งขึ้นเท่า นั้นเองคับ ตรงกันข้าม หากเว็บเราเป็นสายดำหรือออกเทาๆ เนี่ย ไม่ควรจะยุ่งกับมันคับ Google จะรู้ว่าเว็บเราทำอะไรไปบ้าง ได้ traffic มายังไง มี kw อะไร มากน้อยแค่ไหน จนนำไปสู่การแบนเว็บได้ครับ เพราะงั้นระมัดระวังเรื่องการใช้ Google Webmaster Tools ให้ดีๆครับ จริงๆ ไม่ใช้ก็ไม่เสียหายอะไรเลย


5. เรื่องที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดไม่ถึงว่า Google Backlink มีความสำคัญ สำหรับผมแล้ว นอกจากการสร้าง Backlink จากเว็บไซท์อื่นๆ Link เข้ามายังเว็บไซท์ของเรา
การสร้าง Backlink กลับไปยัง Google สำหรับผมแล้ว เป็นการทำให้ Bot Google วิ่งออกจากเว็บเราไปยังปลายทางคือ Google ทำให้ Google รู้ว่า Bot วิ่งผ่านเว็บเรา
กลับไป แนะนำว่าทำ Google Backlink เด่น ชวนให้คลิกนะครับ เพราะถ้าคนมาชมเว็บเราแล้ว เขาอยากกลับไปใช้หน้าหลัก Google โดยใช้ Home ที่เป็น Start Page
มันไม่ช่วยให้เราสร้าง Bot มากขึ้นเลย ให้เขาคลิกจาก Link ที่อยู่ใน URL ของเราจะดีกว่าครับ
ข้อนี้ขอไม่ตอบเช่นเคย เพราะไม่มีข้อมูลมากพอ แต่คิดว่าไม่เกี่ยวกันสักเท่าไหร่กระมังครับ เพราะว่ามีคนส่วยน้อยที่จะกดลิ้งค์Googleจากหน้าเว็บเรา ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เวลาจะไปGoogleแล้วต้องพิมพ์ใหม่เองทุกครั้ง หรือเปิดซ้ำเพจในหน้าต่างเดิม หาน้อยคนมากที่จะติดลิ้งค์ไปเว็บGoogleในหน้าเว็บตนเอง
มั่วครับ ลิงค์ออกเราต้องควบคุมให้น้อยที่สุด ถ้าจะส่งลิงค์ออก ส่งมาที่เว็บผมดีกว่า google ไม่ช่วยอะไรหรอก wanwan016 wanwan016 wanwan016
มาข้อนี้เริ่ม จะออกแนวทำให้คนอื่นไขว้เขวคับ จริงๆ ไม่ควรจะมี link ออกไปจากเว็บเราเลยนะคับ แต่ถ้าอยากจะมีเพื่อทำให้ดูว่าเว็บเรามีประโยชน์จริงๆ ให้มี link ออกไปที่เว็บที่ Relate กับเนื้อหาของเว็บเราครับ เช่น เนื้อหาเว็บเราเกี่ยวกับ รตยนต์ ก็ให้มี link ออกไปที่เว็บ one2car.com แบบนี้ครับ ไม่ใช่ link ออกไป google.com จะ link ออกไป google.com ทำไมเนี่ย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะ link ออกไป google.com ไม่ได้นะคับ แต่คำถามคือ ทำเพื่ออะไร มันไม่ได้เกิดผลทาง SEO อะไรเลย


6. เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ Domain เก่าๆ ทำมา 5 - 10 ปี บางคนไปจดใช้ Domain Name ใหม่ เพื่อโอกาสจะได้ติดอันดับ Google มากขึ้น ความจริงแล้ว การใช้ Domain Name
เก่าๆ Google จะมีความเชื่อถือเรามากกว่าครับ และโอกาสติดอันดับ Google มากกว่าครับ เนื่องจากระยะเวลา Domain Name ที่ใช้นั้นยาวนาน และน่าเชื่อกว่าครับ การ
ที่คุณไม่ติดอันดับ Google ทั้งที่ใช้ Domain Name เก่าๆ อายุ 5 ปีนั้น เป็นเพราะอาจทำผิดกฎหรือไม่ถูกต้อง ลองจับมาวิเคราะห์ดูครับ
ไม่จำเป้นหรอกครับว่าจะต้องอายุมากๆ 5-10 ปี จดโดเมนครั้งแรกทีเดียว 5-10 ปีเลยก็ดูน่าเชื่อถือเช่นกัน แล้วก็คุณภาพเว็บไซต์ในส่วนต่างๆก็บ่งชี้ได้ว่าเว็บเราน่าเชื่อถือขนาดไหน แต่ท่านเองทำให้คนในนี้เชื่อใจได้แล้วหรือยัง...
ตรงนี้ตรงกันช้ามกับความจริงเลยครับ โดเมนยิ่งอายุมากยิ่งดีครับ แต่ต้องเช็คก่อนว่าเคยโดนแบนจาก Google หรือเปล่าด้วยการเอา โดเมนเก่าที่ว่าไปเสริชใน google เลยถ้าเจอก็สบายใจไปได้หน่อยนึงครับ
ส่วนการจดโ่ดเมนทีละหลาย ๆ ปีนั้นช่วยได้อย่างเดียวคือกันลืมครับ Google คงไม่ปัญญาอ่อนให้ความน่าเชื่อถือจากการ ควักกระเป๋าเช่าโดเมนหลาย ๆ ปีเป็นแน่ จำไว้ครับ อันดับในเสริชซื้อไม่ได้

ถูกแต่ไม่ทั้งหมดครับ Google ให้ความสำคัญกับโดเมนที่มีอายุมากๆจริงคับ แต่เรื่องที่บอกว่าจดโดเมนครั้งเดียว 5-10 ปีไปเลยเนี่ย มั่วคับ ไม่จริง 100% การจดโดเมนหลายๆปี ไม่ได้ทำให้เว็บเรามีความน่าเชื่อถือนะคับ อย่ามามั่ว


7. Content นั้น ดีไม่ดี มีผลต่อการติดอันดับ ด้วยเช่นกันครับ การสร้าง Content เนื้อหาเว็บไซท์นั้น ที่ดี ผมแนะนำให้สร้างเนื้อหา โดยไม่เน้นวิชาการมากเกินไป สำหรับเว็บที่เป็น
Community หรือเว็บบอร์ดต่างๆ ครับ สำหรับเว็บที่เป็นประเภทธุรกิจ และมีหน้าร้านขายสินค้านั้น ผมแนะนำให้ท่าน ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ขนาด ประเภทสินค้า ราคา และราย
ระเอียดสินค้า ซึ่งการค้นหาสินค้า ใน Google Search อาศัย Content เหล่านี้ ในการอ้างอิงครับ บางครั้งถ้าผมเร่งทำเว็บมาก ก็อาจ คัดลอกบทความ มาดัดแปลง แล้วค่อย
มาปรับปรุงภายหลัง หากต้องการเปลี่ยน Content อย่างต่อเนื่อง และผมแนะนำว่า อย่าพิมพ์เนื้อหาโดยที่ไม่มีลูกเล่น เช่น ตัวหนา ตัวเอียง สีตัวหนังสือ ตัวหนังสือวิ่ง การสร้าง
ตัวหนังสือในตาราง สิ่งเหล่านี้ทำให้เว็บดูมีโครงสร้าง Content ที่หน้าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ
เนื้อหาจะเด่นไม่เด่น จะดีไม่ดี สำตัญไหมนั้น ผมว่าอยู่ที่ Tag ครับ ถ้าเราเน้นหัวข้อไปว่า h1 หรือจะ h อะไรก็ตาม และตรงเนื้อหาเป็น p มันก้จะทำให้บอทเข้าใจได้ว่าอะไรเป้นเนื้อหา อะไรเป็นหัวข้อ ซึ่ง่สวนมากหัวข้อก็จะสำคัญเสมอและแน่นอนว่าหัวข้อส่วนมากถูกทำเป็น KW ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งเรา validate css และ xhtml เราจะเคยเจอกันว่ามันฟ้องว่าใช่ Tag H1 ผิดที่ ตรงนั้นควรเป็น H2 หลายคนอาจจะเจอมาแล้วก้เป็นได้ ผมคนหนึ่งบ่อบๆ เพราะต้องมานั่งจัด validate ให้ลูกค้า ทำให้คิดว่าใช้ Tag ดีที่สุด ส่วนเนื้อหาก็แทรก KW ลงไปบางประปรายก็พอ
อันนี้จริงครับ Content is King ยังใช้ได้เสมอ แต่การทำอันดับนั้นเราควรทำบทความให้เสร็จไปเลยทีเดียวไม่ควรมาแก้ไขทีหลัง ครับ เสียเวลาอินเด็กซ์
อันนี้ใช้ ได้ๆ Content เป็นสิ่งสำคัญคับ ว่าแต่คุณมีลูกค้าด้วยเหรอเนี่ย

8. รูปภาพ มันมีค่าและมีความหมายมาก รูปภาพที่นำมาใช้ ท่านควรตั้งชื่อภาพ ตาม Keyword ที่ท่านต้องการให้ติดอันดับครับ และใส่รายละเอียดของรูปภาพด้วยครับ ด้วยการ
ใส่เนื้อหาในส่วนของ img tag เช่น Rent car in USA อย่างนี้เป็นต้นครับ
บางครั้งบอทก็ไม่ได้ฉลาด เสมอไป มันไม่รู้หรอกว่าภาพนั้นภาพอะไร เราถึงต้องใส้ Tag Alt ให้มันรู้จัก เราอาจจะใส่เป็น KW ให้กับภาพทุกภาพของเราก็ได้ ไม่ต้องใส่รายละเอียดรูปลงไปหรอก
อัน นี้จริงครับ รูปภาพต้องใส่ alt tag ทุกครั้งครับ bot ไม่มีตาครับ มันใช่อ่านเอา อีกนิดนึงคือ นอกจาก จะส่งผลดีทางด้าน SEO แล้วบางครั้งรูปภาพนั้น ๆ ก็สามารถส่งทราฟฟิคให้เราได้จากคนค้นหาภาพครับ
เยี่ยมมากไอ้น้อง อันนี้จริง ^^

9. สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำเว็บเคือ การทำ Meta Tag ต่าง ดูตัวอย่าง Meta Tag ที่ผมใช้ ท่านควรใส่ใจและให้ความสำคัญครับ มีผลต่อการติดอันดับ SEO ครับ


......................................




















.......................................................................


อันนี้ ไม่เถียง เพราะต้องมีกันทุกเว็บ ไม่งั้นจะใส่ KW ที่ต้องการให้บอทเก็บข้อมูลได้อย่างไร -*- แต่ผมไม่ได้นั่งตรวจนะว่าโค๊ดคุณใส่ถูกไหม พิมพ์ผิดไหม แล้วก็เกินความจำเป้นไหม...
Google ใช้ Meta Tag Meta Keyword อะไรพวกนี้ไว้จับแสปมครับ ไม่จำเป็นต้องใส่ หรือถ้าจะใส่ก็สั้น ๆ ตัวเดียวพอ
ใส่ บ้าบออะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะ meta keyword ใส่เพื่อให้มันแบนเราเหรอ ใส่เท่าที่จำเป็นก็พอครับ แต่ถ้าคิดว่าทั้งหมดนี่มันจำเป็นก็ใส่ๆไปเหอะ มันไม่ได้ช่วยเรื่อง SEO เท่าไรหรอก แต่เอา meta keyword ออกซธนะ


10. อีกวิธีหนึ่งที่ผมชอบทำคือ ผมมักจะไปสร้าง Backlink เองจากเว็บไซท์ดังๆ ครับ โดยการพิมพ์ข้อความ เนื้อหาที่เว็บบอร์ด และสร้าง Backlink กลับมายังเว็บไซท์เรา
ได้ผลมากครับ และผมก็มักไปสร้าง Backlink จากต่างประเทศด้วยครับ นอกจากนี้ หากผมพยายามส่งเมล์ เอา Link URL ของผม ไปให้เว็บดังๆต่างๆ Backlink
กลับมาเยอะมาก และหลังจากดูสถิติ คนรู้จักผมผ่าน Backlink ตัวนี้ค่อนข้างมากด้วยครับ
อันนี้มันพื้นฐานอยู่แล้ว เรื่องของ BL แต่ความจริงยังคงมีเทคนิคของ BL อีกเยอะ แต่คิดว่าปีนี้งานแข่งขันอาจจะได้เห็นพลังของ BL กันแน่ๆ...ดูขนาดท่านเจ้าของกระทู้สิ ขนาดไม่มี BL มาติดใน TSB แต่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ^^ ถ้ามี BL สงสัยดังเข้าไปใสเว็บพันทิปแน่ๆ
อัน นี้ถ้ามีความสามารถในการใส่ Bl ในเว็บชาวบ้านก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ระวังอย่าไปแสปมหรือสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเว็บเค้าแล้วกัน
เป็นเรื่องปกติของการหา Backlink ครับ


11. เวลาผมปรับปรุงเว็บหนึ่งหน้า หรือทั้งเว็บ ผมจะ Generate โค๊ด Ads มาใหม่ เพื่อให้รู้ว่าเรามีการเปลี่ยนแปลง เสมือนว่าเราทำการอัพเดทครั้งสำคัญ สำมากผมจะสร้าง
Code ของ Ads ใหม่ทุก 1 สัปดาห์ครับ
ความจริงถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งของ Adsense หรือว่าแก้ไขต่างๆ เราไม่ต้อง Gen ใหม่ก็ได้ครับ ตรงนี้มันแล้วแต่คนจะคิดกันด้วยแหละครับ แต่ผมเน้นไปที่เนื้อหามาใหม่ บอทมันก็มาเก็บข้อมูล มันก็รู้ว่าเออนี่มาใหม่ เพราะวันนั้นมาไม่เจอ...
เว็บเดิมตำแหน่งเดิมจะสร้างใหม่ทำไมให้เสียเวลาครับ ไม่ควรทำเปลือง Channel และเสียเวลาเริ่มวิเคราะห์ใหม่
เฮ้อ....ชักเละเทะละไอ้นี่ จะไปสร้าง code adsense ใหม่หาพ่ออุลตร้าแมนทาโร่รึไง จำไว้เลยนะคับ Google ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Code Adsense ในทาง SEO เลย นอกเสียจากเอาไว้จับผิดเรา มีร้อยเว็บ ไม่ต้องเสียเวลาสร้าง code adsense ใหม่ 100 ครั้งเหรอ ไปเอาความคิดนี้จากไหนเนี่ย


12. อีกวิธีหนึ่ง ในอีเมล์ผมมีชื่อลูกค้า เพื่อน ญาติ พี่น้อง มิตรสหาย มากมาย เวลาเว็บผมปรับปรุงสินค้า หรือมีอะไรแนะนำ ส่งเนื้อหาความรู้ไปให้ ผมมักจะดึงเอารูปภาพ
ที่มากจากเว็บผมแนบไปด้วยครับ เพิ่มเติมด้วย Link ที่สามารถคลิกเข้ามายังเว็บผม วิธีนี้ ผมใช้กับคนที่ผมรู้จักเท่านั้น และจะส่งให้กับคนที่เขาจะคลิก และเป็นประโยชน์
ต่อเขาด้วยครับ
,u]มันก็เหมือนสแปมดีๆนั่นเอง แค่ว่าทำให้หลงคิดว่าเมล์อัพเดทข้อมุลของผลิตภัณฑ์ แต่ที่จริงก็หวังให้คนคลิกลิ้งค์...คาดว่าถ้าส่งมาหาผม คงจะโดนด่้า หรือคิดว่าสแปมนะครับ...^^
สแปมเมล์ นั่นเอง wanwan004
ก็เป็นอีก เทคนิคนึงนะครับ แต่ระวัง มันผิดกฏของ Adsense ถ้าไปชวนให้เข้าเว็บแล้วชวนให้ คลิกหรือดูที่โฆษณา จริงๆแล้วติด adsense อย่าพยายามใช้วิธีนี้ดีกว่าคับ อันตราย


13. แนะนำว่าเว็บที่ท่านทำ อย่าได้ลืมการสร้างเว็บบอร์ดเด็ดขาด หากต้องการ Bot วิ่งเขามามากๆ และควรทำเว็บบอร์ดที่มีสาระ และอยู่ในความสวนใจของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
ผมคิดว่าถ้าผมทำเว็บใหม่เกี่ยวกับ IT ผมคงทำบอร์ด IT+SEO แล้วใครจะมาเข้าล่ะเนี่ย บอร์ดดังๆดึงคนไปหมด ร้างล่ะทีนี้ ไม่จำเป้นหรอกครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะ เช่น รดน้ำ พรวนดิน ปลูกต้นไม้ โลกจะได้เย็นๆ
มีความสามารถก็ควรทำ ไว้ครับ แต่เวลาดูแลบอร์ดร้างเนี่ยมันทรมานจิตใจเสียนี่กระไร
มีแรงทำได้ก็ทำไปคับ แต่มันไม่ได้ช่วยเท่าไรหรอก


14. ทำเว็บแจกรูปภาพฟรี ทัวทัศน์ ภูเขา น้ำตก ภาพต่าง ยกเว้นสิ่งที่ผิดกฎ Google การทำเว็บประเภทนี้ มีผลต่อการคลิก เป็นอย่างมาก แม้ไม่ใช่โปรแกรม หรือเพลง เพราะเว็บ
เหล่านั้นมีโอกาสโดนแบนจาก Google มาก ส่วนแจกภาพที่ถ่ายเองนั้น โอกาสโดนแบนไม่มี เว้นแต่จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำอะไรแบบแหกกฎ
ภาพถ่ายเองแบบไหนที่โดนแบนล่ะ ใครจะเอาภาพตอนมีอะไรกับแฟนไปโพสให้คนอื่นดู เค้าก็มีแต่อัพภาพที่ใช้งานหลักๆได้กันเท่านั้นหล่ะ -*- ยกเว้นโลกจิต หรือท่านเคยลองอัพภาพแบบวิปริตของท่านขึ้นไปลองมาแล้ว ^^
ทำแจกได้ครับ แต่ห้ามรูปโป๊ อนาจาร อาวุธสงคราม ยาเสพติด และที่สำคัญ อย่างทะลึ่งเอา Adsense ไปไว้ไกล้ ๆ รูปล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
ทำได้ครับ ถ้าขยัน อันนี้ไม่มีปัญหาอะไร


15. อย่าลืมสร้างแผ่นที่ Google Map วางไว้ในเว็บไซท์ของคุณด้วยครับ เพราะการสร้างแผนที่ด้วย Google Map มาเก็บในไซท์คุณ มีส่วนช่วยให้ติดอันดับครับ
อืม ผมก็สร้างแผนที่แล้วนะ แต่ผมแคปเจอร์มา ไม่เห็นได้อันดับเลย หุๆๆ
ถ้าเว็บท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแผนที่ก็ไม่มี ความจำเป็นต้องไปทำให้เว็บมันช้าโดยใช่เหตุ
จำใส่ใจไว้อีกข้อนะคับว่า Google Map ไม่มีผลต่อการทำ SEO ครับ


16. สำหรับการนำโฆษณามาติด ผมแนะนำสร้างเว็บขึ้นเองครับ ส่วนการสมัคร Google Adsense นั้นผมแนะนำ สมัครผ่านทาง Blogger.com อนุมัติเร็วกว่า
จะเร็วจะช้า ขอให้มันได้เถอะ ทำเว็บด้วยตนเองก็ผ่านได้ใน 1 อาทิตย์ ถ้าสาระมากพอ ไม่มั่วก๊อปบทความคนอื่นมา
ถ้ายังไม่ มีทุนมาก Blogger ยังคงเป็นทางทำเงินที่ดีเสมอ แต่ถ้าคุณมีทุนและมีความสามารถผมคงต้องยุให้สร้างเว็บของตัวเอง ส่วนการอนุมัติ Adsense ขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ครับ
ก็โอเคครับ สมัครผ่าน blogger ก็ได้


17. สิ่งสำคัญคือ Keyword คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า Keyword ไหนมีค่า และราคาคลิกสูง สำหรับผม Keyword ที่แนะนำคือ คีย์เวอร์ดราคาคลิกสูงจากประเทศอเมริกา
เป็นหลักกล่าวคือ หากผมค้นหา คีย์เวิร์ด ที่เอมริกา เกี่ยวกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเอมริกา ผมมักคิดคำขึ้นเอง เช่น USA Hostpital, Hostpital of America
พูดง่ายๆ คือผมมักจะคิดคีย์เวิร์ดขึ้นเอง หรือดัดแปลงให้ใกล้เคียงคีย์เวิร์ดราคาคลิกสูง เพื่อจะทำให้โฆษณานั้นมาโผล่ที่เว็บเรา
ไม่ ต้องราคาสุงก็ได้ เพราะทุกอย่างมีขึ้นมีลง วันนี้สูง พรุ่งนี้ต่ำ เน้นดุที่การผันผวนของตลาดดีกว่า อะไรที่มันเป้นผู้นำหรืออินเทรนมันมักจะแพงเสมอ แต่อย่างไรก็ตามมีนำก้ต้องมีตาม ระวังไว้ด้วย
เครื่องมือฟรีของ google มีครับ จะไปนั่งคาดเดาราคาทำไม ว่าคลิ๊กล่ะเท่าไหร่ แค่คิด Keyword ก็หัวจะแตกล่ะ ผมใบ้ให้แล้วกัน "จราจร ค่าประมาณการ ทราย กล่อง"
มันหมดยุคของการคิด keyword ขึ้นเองแล้วครับ ตอนนี้ tools ต่างมีเยอะแยะมาก ควรจะใช้ tools พวกนี้ดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา


18. ควรหลีกเลี่ยง CSS, Joomla, Wordpress, Drupal หรือ CMS อื่นๆ เพราะการสร้างเว็บด้วยฝีมือเรา ทำให้เว็บเรามีโครงสร้าง เป็นที่น่าสนใจของ Google รวมทั้ง Google Bot ด้วย
ไม่จำเป้น เพราะถ้าเราสร้างเว็บเอง แต่ Tag / Class / ID และอื่นๆอีกมากมาย เราใช้งานผิด บอทคงจะงง คนส่วนมากเลยพึ่ง CMS เพราะมันเป้นภาษามาตราฐาน และ validate ผ่านเรียบร้อยแล้ว
ก็ใน เมื่อมัน Validate ผ่านเรียบร้อยแล้วจะไปนั่งเขียนเองทำไม มันเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว และอีกอย่างการใช้ CSS ทำให้การเข้าหน้าเว็บรวดเร็วมากขึ้นด้วย ถ้าจะหาเงินก็ CMS เถอะท่านไม่เสียเวลาดี
ไม่จริงคับ CMS ต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้งานได้ดีครับ ช่วยลดเวลาในการสร้างเว็บให้กับเราอย่างมาก นอกเสียจากอยากทำเว็บไซด์ 2.0 ที่มีขนาดใหญ่เป็นของตัวเองเช่น hi5 หรือ facebook ก็เขียนเองได้คับ แต่ถ้าเอาแค่ใส่ content อะไรพวกนี้ ใช้ CMS ก็พอคับ จะไปเสียเวลาสร้างเองทำไม


19. สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ พยายาม มุ่งการทำ SEO ไปยังหน้าแรกของเว็บไซท์ เช่น www.mewebdd.com ตำแหน่งหน้าแรกคือ http://www.mewebdd.com/index.php
พยายามมุ่งทุกอย่างไปนี้ตำแหน่งนี้ก่อน เมื่อหน้าหลักติด หน้าอื่นจะตามมาเองครับ
หน้า ไม่ให้หน้าหลักติด แล้วจะให้หน้าไหนติดล่ะครับ -*- ตอบแปลกๆ เปลืองพื้นที่ตอบมากๆ -*-
อันนี้ขึ้น อยู่กับคีย์เวิร์ดของท่านแล้ว สมมุติว่า หน้าแรกของผมคือ SEO Samutprakarn มันไม่ทำเงิน แต่ว่าไอ้หน้าที่เป็น หน้ารับสัมมนา ผมก็คงทำ SEO ให้หน้าหลังครับ จำไว้ครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำอันดับให้คีย์เวิร์ดที่ไม่ทำเงิน
ไม่จริงทั้งหมด การทำ SEO ไม่ได้เน้นที่โดเมน แต่เน้นที่ web page ครับ ดังนั้นถ้าเราต้องการให้หน้าไหนมีอันดับที่ดีใน google ก็ควรทำ SEO ที่หน้านั้นๆ ครับ ตรงนี้ขอให้เข้าใจเสียใหม่นะคับ เดี๋ยวคนอื่นจะสับสน



20. เรื่องการใช้ Hosting สำหรับใครที่ใช้ Web Hosting จากต่างประเทศ เปลี่ยนมาใช้ Web Hosting ไทยนะครับ เพราะ IP Adress เซิร์ฟเวอร์ไทย Google จะรู้ว่าเว็บเราเป็นเว็บ
สัญชาติไทย 100% ทำให้ Google จะพิจารณาเว็บเราให้ติดอันดับ Google.co.th อันดับแรกๆ เลยครับ
คนส่วนมาก ใช้ .com จะเปิดจาก google.com หรือ .co.th มันก็เหมือนๆกัน -*- เพราะมันไม่มี Local ส่วนตัว แต่มันเป้น Primary Local หรือเป้นนามสกถลหลักๆหรือสากลนั่นเอง ยกเว้นจะทำเว็บให้ติดตลาดที่ไหน ก็ใช้ . ที่นั่นรับรองได้ Local แน่ๆ แล้วก็โฮสในโซนนั้น เว้บไทยก็โฮสไทย นอกก็โฮสนอก
ทำเว็บไทย ใช้โฮสไทยครับ ทำเว็บนอก ทราฟฟิคนอก ก็โฮสนอก
ถ้า ต้องการ traffic ไทยและอันดับในไทย ก็ใช้ Host ในไทย ถูกละครับ


21. เทคนิคนี้ไม่ลับ แต่มันคือสุดยอดของการสร้างรายได้ผ่านเน็ต โดยเฉพาะกับ Google Adsense คือ การสร้างเว็บไซท์ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อยู่ในระดับสำคัญ และน่าสนใจ
โดยที่ไม่แฝงด้วยการขายสินค้า หรือโฆษณาสินค้าของคุณ หากเพียงแต่ว่า มี Ads ของ Google ติดอยู่ตำแหน่งเด่นๆ และตำแหน่งไม้ตายของผม คือ การนำ Ads ไปอยู่ติดกับ
Menu หลักของเว็บไซท์ โดยมีระยะความห่าง Hight=50px เท่านี้หละ คลิกกระจาย ไม่โดนแบน
เนื้อหาัมันต้องสำคัญ อยู่แล้ว ใครจะไปทำเว็บท่องเที่ยว แต่เอาเนื้อหาการซักผ้ามาลง -*- แล้วท่านเคยแฝงขายสินค้าไหมครับ เห็นว่าเคยขายอะไรให้ใคร อะไรราคาหลัก 2 แสน... -*-
เนื้อหาคือสิ่งสำคัญที่ สุดครับ แต่ ณ.เวลานี้ไม่มีประโยชน์ที่จะไปทำ Ads กลืน ๆ แล้วครับ ใช้สี ดีฟอล์ตของ Adsense ดีที่สุด เพราะโดยธรรมชาติของ ADS มันจะมีข้อความชวนคลิ๊กอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์อันไดที่จะเอาของดีไปซ่อน
อืมมม เรื่องตำแหน่ง ads ไม่ขอพูดถึง อยากติดตรงไหนก็ตามใจ แต่เรื่อง Content ถ้าคิดจะทำ Adsnese อย่าริอาจทำเนื้อหา และเว็บไซด์ให้ดูน่าเชื่อถือ และสวยงาม ควรจะทำ content ที่อ่านแล้วงงๆ แต่ถูกไวยกรณ์ เพื่อให้คนรีบๆ ไสหัวออกไปจากเว็บเรา โดยการ คลิก Adsense เราไม่ได้ต้องการ traffic มากมายมหาศาลเพื่อให้คนมาดูเว็บเรา แต่เราต้องการ คนที่เข้ามาเว็บเราแล้วคลิก ads ของเรามากว่า ดูจุดประสงค์ของเราให้ออก อย่าหลงงมงายกับ traffic หรือคุณภาพเว็บมากเกินไป


22. เทคนิคนี้อาจไม่มีใครใช้ แต่ผมใช้ ใช้ได้ดี ผมเรียกว่า Ads Location Strategy ผมจะสร้าง Ads 2 อัน ขนาดเท่ากัน วางติดกัน พื้นที่โฆษณา Ads กว้างขึ้น ถึงใครมองว่าน่ารำคาญ
แต่ผมใช้วิธีนี้ เกือบทุกเว็บของผมครับ
ผมคนนึงที่ไม่กด เกะกะ ใหญ่เกินไป ไม่เนี่ยน
เอ่อ แล้วทำไมพี่ไม่ใช้ชนาดใหญ่สุดล่ะครับ

งง กับมันจริงๆ อ่ะ อยากทำก็ทำ


23. ทุกหน้าของผมมักจะประกอบไดด้วย 3 ส่วนสำคัญ ชนิดที่ขาดไม่ได้คือ 1. เนื้อหา 2. รูปภาพ 3. Ads ซึ่งเนื้อหา และรูปภาพจะต้องไม่ซ้ำในแต่ละหน้าครับ
รูปไม่ ซ้ำกัน งั้นต้องให้เปลี่ยนโลโกเว็บเปลี่ยนทุกหน้าเลยไหม... -*- เอาให้มันตรงเนื้อหาอย่างคุณนอทก็ดีนะ อย่าพยายามให้มันผิดแปลกไปจากเนื้อหา
ตามนั่นครับ รูปในบทความควรสัมพันธ์กับ Content นะครับอย่าลืมว่าเราให้คนอ่าน
ก็ดี คับ


24. ถ้าหากมีความจำเป็นต้องอ้างอิงถึง ปี ค.ศ. ให้อ้างถึง ค.ศ. ปัจจุบัน เพราะมันทำให้ Google เข้าใจว่า Content คุณไม่เก่าและมีเนื้อหาที่ไม่ล้าหลัง ผมไม่เคยใช้คำว่า 2009 กับเว็บผม
หากปีนี้คือ ปี 2010 เพราะมันมีความหมายครับ
งั้นจะค้นหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ผมต้องพิมพ์หาว่า สงคราม 2010 ใช่ไหมครับ หรือผมจะทำเว็บประวิตศาสตร์ เพื่อขายของเก่าๆ ผมต้องใส่ไหมว่าของนี้มันเป้นของจากสงครามเมื่อปี 2010 อ้าว แล้วมันของเก่าตรงไหนว่ะเนี่ย -*- มันต้องตามการอ้างอิงจริงๆสิ
ใช้ข้อมูลตามความจริงครับ ยังไง Google มันก็คิดให้ตั้งแต่วันที่มัน index ไปนั่นล่ะมันไม่นับ ค.ศ. หรอก ม้นนับตาการอัพเดท
Google มันจะเปรียบเทียบข้อมูลจากรายละเอียดที่ bot วิ่งเข้าไปเก็บครับ ไม่ได้ดูจากเลข ค.ศ. อะไรที่คุณเขียนใส่ลงไปหรอก ยิ่งใช้ google webmaster tools แล้ว มันยิ่งรู้ใหญ่เลย ไม่ต้องไปสับขาหลอกให้เสียเวลาเลยคับ

ตั้งแต่ตรงนี้ไป จะมีแต่สีแดงของผม กับสีดำของเทพนะครับ ไว้จะมา Edit สีเขียวกับน้ำเงินให้ครับ



25. ชื่อที่อยู่ ติดต่อของคุณ Contact นั้นสำคัญมาก ในสายตา Google กล่าวคือ หากคุณระบบ อำเภอ จังหวัด ประเทศ และหมายเลขโทรศัพท์ บ้างของคุณ มันจะระบุตัวตนคุณว่า คุณอยู่
ที่ประเทศไทย และจังหวัดที่คุณระบบ มีส่วนสำคัญในการค้นหา เช่น ผมค้นหาคำว่า "สร้างออกแบบเว็บไซท์ กรุงเทพ" สถานที่ตั้ง ที่อยู่เราจะมีผล และมีความสำคัญขึ้นมาทันดีครับ
เว็บไซท์ ก็เขียนผิด ต้องใช้ ต.เต่า ... จะกดผิดก็ไม่ใช่ ห่างกันเกินไป -*- ผมไม่เคยค้นหา KW กว้างๆแล้วใส่จังหวัดเลย เหมือนกับคุณจะซื้อของ คุณจะมองไปไกลขนาดไหน ทั้งที่ 7-11 ก็อยู่ปากซอย ไม่ต้องไปไกลถึง กทม. หรอก


26. พยายามลดการใช้ Flash Animation น้อยลง เพราะ Google ไม่ได้เป็นจากของ Flash เพราะ Adobe Take Over มาจาก Macromedia แล้ว Google ไม่อาจไปอ่านข้อมูลใน Flash นั้นได้เลย
หาก Adobe พยายามที่จะปกปิด เพราะมันไม่ใช่ของๆ Google
อ่าน ได้แล้วไม่รู้หรอ แต่ได้บางรูปแบบ เค้าพัฒนาแล้ว ไปหาอ่านซะนะครับ ^^


27. ใช้ Endcoding แบบ อันนี้แนะนำให้ใช้แบบนี้ครับ เพราะไม่ว่าเปิดดูเว็บเราที่ไหนในโลก ภาษา ก็ไม่เพี้ยน และมีความ
น่าเชื่อถือสูงกว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากฝรั่งเข้ามาเว็บเราและไม่รู้ว่ามันเป็นภาษาอะไร หากฝรั่งเห็นเป็นภาษาไทย อย่างน้อยมันก็ดูดีกว่า และแน่นอน Bot Google ก็เข้าใจในแบบนี้ด้วยครับ
จำทำ Adsense ให้ได้ยอดเยอะๆทั้งที ก็ต้อง KW ที่ต่างชาติค้นหาสิ ใครมัวมาทำ KW ในไทยก็อดตายพอดี กำหนดไปเลยให้มันอ่านอังกฤษได้อย่างเดียวก็ได้สำหรับคนทำ KW และเว็บภาษาอังกฤษ...แค่แนะแนวเพิ่มอีก 1 ทาง


28. อย่าสร้างความรำคาญให้กับผู้ชมเว็บเรา ด้วยการโชว์ Ads ที่โดดเด่น โดยที่เขาไม่ได้อะไรกลับไปเลย อย่างนี้ต้องมีอะไรเป็นประโยชน์กับเขา บทความ ความรู้ หรือ Link ที่จะพาให้เขาไปเจออะไรใหม่ๆ
ที่ไม่ใช่ Link จาก Google Ads เพียงอย่างเดียว มันทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า เราไม่ยึดเยียดอะไรให้เขามากเกินไป
อันนี้เอา มาจากหนังสือชัว หรือก็คัดมาจากที่อื่น ผมจำได้ว่าหนังสือ comuter.today มันก้พิมพ์อย่างนี้แหละ 555+


29. ผมไม่สนว่าใครจะทำเว็บสายดำ หรือสายขาว สิ่งสำคัญไม่ใช่ตรงนี้ มันไม่ใช่ประเด็น หากประเด็นสำคัญอยู่ที่ คุณจะทำอย่างไร ให้ค่า CTR สูงไม่เกิน 15% และคุณจะทำอย่างไร ให้ Page View คุณ
มีค่ามากกว่า 1,000 Page View ในแต่ละวัน กล่าวคือทำอย่างไรให้คนเข้ามาเว็บของคุณทุกๆ วัน อย่างน้อย 1,000 คน
ทำตัวให้มีสาระ เดี๋ยวเว็บมีสาระตาม คนมันก็ตามมากันเอง อย่าไปคิดมาก อย่าคิดไปไกล ปวดหัว


30. ทำเว็บไซท์ทีดี อย่างน้อยคุณควรมีหน้าเว็บ 100 หน้า มันทำให้ Google เข้าใจว่า เว็บคุณเป็นเว็บขนาดใหญ่ และน่าเชื่อถือ
10-20 หน้าก้พอมั้งครับ อย่าลืมว่ายังมีข้อมุลที่ดึงออกมาแสดงจาก database ด้วยการเรียกผ่าน page เดิมๆ หรือ page เดียวกัน -*- เอาเว้บมีสาระ กับเนื้อหามีสาระ เดี่ยวมันก็เข้าใจเราเองว่าเว็บเราสำคัญและยิ่งใหญ่ขนาดไหน


31. หากทำเว็บธุรกิจ ขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต หากคุณเชื่อมต่อกับระบบ PayPal หรือ Master Card หรือ VISA ได้ ความสำคัญของคุณก็มากขึ้น กับ Google Search
ก็งั้นๆนะ search หาร้านค้าออนไลน์พวกรองเท้า หรือเสื้อผ้าทีไร เจอแต่ welove ทุกที เข้าไปดู มันก็ไม่มี paypal หรือ visa นี่หว่า ทำไมมันติดหน้าแรกกันเต้มเลยว้าเนี่ย -*-


32. การ Submit Web กับเว็บไซท์ต่างชาติ ช่วยให้เรามี Traffic จากต่างชาติเข้ามาเสริมทัพ โดดเด่นมากขึ้น คุณควร Submit เว็บไซท์กับต่างชาติอย่างน้อย 100 Web Submission
ไม่ต้องอย่างน้อยหรอก เอาเป้นว่ามากที่สุด และทำเรื่อยๆจะดีกว่า แต่ซับไป 10-30 กว่าที่ก็ PR สูงได้ ถ้าเว็บมันเด่นจริงๆ


33. เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Google Adword เพราะ Google จะให้ความสำคัญของเว็บคุณมายิ่งขึ้น โดยคุณอาจตั้งเป้าโฆษณาแต่ละวัน ไม่เกิน 50 บาท เป็นต้น เพราะเมื่อ
คุณเป็น Adword ด้วย และเป็น Adsense ด้วย คุณจะเข้าใจอะไรได้ดียิ่งขึ้น เพราะทั้งสองอย่าง ทุกคนก็รู้แล้วว่ามันทำงานสัมพันธ์กันครับ
ใช่ครับ มันสัมพันธ์กัน อันนึงจ่ายเงินให้คนอื่น อีกอันหนึ่งคนอื่นจ่ายเงินให้เรา ^^ ดีมาน+ซับพลายเท่ากัน อาจจะขาดทุนด้วยสินะ ถ้าเว็บไม่มีคนคลิก Ads


34. การตั้งเชื่อหน้าเว็บสำคัญต่อ Google และ Bot Google จะอ่านชื่อหน้าเว็บเราได้เข้าใจมากขึ้น เช่น เปลี่ยนจาก webmastertools.php เป็น webmaster-tools.php เป็นต้น
มันขึ้น อยู่กับ sub folder หรือ directory ด้วครับ ถ้า sub หรือ directory ไม่ดี มันก็ งง เราได้


35. หัวข้อในแต่ละหน้า ต้องสัมพันธ์ กับ Keyword ของหน้านั้นๆ และต้องเป็นตัวหนา .................
Tag b เค้าเลิกใช้กันตั้งแต่มีเว็บ 2.0 แล้ว ไปหยู่ไหนมา มัน Validate แล้วไม่ผ่านเพราะ Tag โบราณนี่แหละ เดี๋ยวนี้เค้าใช้ H กันหมดแล้ว


36. เขียนสคริป ให้ผู้ชมสามารถคลิกปุ่มตั้งค่าเว็บเรา เป็นหน้าแรกของ Web Browser เขาได้
รำคาญ เวลาเปิดมาต้องมาโหลดเว็บเชรี้ยนี่นานแสนนาน เอาGoogleเป็นหน้าหลักแล้วกัน...ใครคิดเหมือนผมบ้างเนี่ย -*-


37. ทุกหน้าที่ท่านเอา Ads ของ Google ไปติด ต่อเป็นภาษา English ล้วนๆ นะครับ
ทำเว็บไทยก็ได้ Ads ไำทยส่วนมาก หรือทำเว็บนอกก็ได้ Ads นอกส่วนมาก มันไปสั่งไม่ได้หรอกว่าผมทำเว็บภาษาอังกฤษหมดทั้งเว็บ แต่ผมจะเอา Ads พม่ามาติด ผมอยากตีตลาดพม่า -*-





ปล. ถ้าไม่เข้าตาใคร ต้องขออภัยด้วย เพราะมันหลายมุมมองมาก มีทั้งเทพคนเดิม, ผมเอง, ท่านนอท, ท่านคันดตน่า และท่านอื่นๆอีกมากมาย

Monday, June 14, 2010

กระทู้ รวมเทคนิคการทำ Adsense By ColdMoney

เนื่องจากสาเหตุอย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว สิ่งที่ผมจะทำให้กับบอร์ดนี้ได้ทันทีก็มีแค่การสอนการหาปลา เพื่อให้ท่านสามารถหาปลาได้ หรือไม่ก็หาได้เพิ่ม ผมจะ update เพิ่มเรื่อยๆล่ะกันครับ หากใครมีความประสงค์จะแชร์เทคนิคก็ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะ add ให้ แล้วใส่เครดิตให้ครับ

เทคนิคทุกเทคนิคมีสองด้าน เสมอ ก็เหมือนกับมีดล่ะครับคุณจะเอาไปหั่นผักก็ได้ หรือใช้ฆ่าคนก็ได้เช่นกัน เทคนิคทาง seo ก็เช่นเดียวกันจะสร้างสรรค์หรือทำลายก็ล้วนขึ้นอยู่กับผู้ใช้

เทคนิค บางอย่างบอกได้ บางอย่างบอกไม่ได้ อันตรายเกินไป บางอย่างบอกละเอียดได้ บางอย่างก็ละเอียดไม่ได้ เพราะผมเองก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าบอกเท่าที่ผมรู้ และคิดว่ามีประโยชน์และไม่เป็นภัยกับใคร ล่ะกันนะครับ โดยจะเน้นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของบอร์ดนะครับคือ "มือใหม่"

เทคนิคที่ 1 Maximize Your CPC
"ติดเพียง ad เดียว อย่าติดหลาย ads" ผมเห็นหลายๆต่อหลายคนที่ทำ adsense กำลังเดินไปผิดทาง บางคนบอกว่าเป็นเพราะ traffic ไทย บางคนบอกว่าเป็นเพราะตลาดนั้นจ่ายถูก ซึ่งก็มีส่วนถูก แต่ไม่ถูก 100% สิ่งที่ทำให้คุณได้ CPC ต่ำจริงๆแล้วอีก factor สำคัญคือจำนวน ads คุณลองจินตนาการดูนะครับว่าคนทำ adwords สักกี่เปอร์เซ็น ยอมจ่ายแพงๆ สมมุติว่ามีคนลงโฆษณาสัก 10 คน คนที่จะยอมจ่ายแพงๆมีแค่ 1-3 อันดับบนเท่านั้นครับ บางคนคิดว่า CTR คือที่สุดของทุกอย่างขอให้ CTR มากๆแล้วจะได้เงินมากตาม ซึ่งผมบอกได้เลยว่า "ผิด" เพราะ CTR ไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้เงินมาก แต่หมายความว่ามีคนคลิก ads คุณเยอะเท่านั้นเอง ผมจะยกตัวอย่างให้ดูนะครับ

สมมุติว่าผมมี ads 3 ตำแหน่งนะครับ มีค่าเฉลี่ย CPC ดังนี้
ad#1 -> $0.5 สมมุติว่าเป็นอันยาวๆวางนอน
ad#2 -> $0.15 สมมุติว่าอันสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ
ad#3 -> $0.1 สมมุติว่าเป็นอันยาววางตั้ง ด้านข้าง

กรณีที่ 1
ad#1 -> CTR = 0.5%
ad#2 -> CTR = 4.5%
ad#3 -> CTR = 1%

ราย ได้จากกรณีที่ 1 คิดที่ 1000 click
ad#1 -> 5 click = 5x$0.5 = $2.5
ad#2 -> 45 click = 45x$0.15= $6.75
ad#3 -> 10 click = 10x$0.1 = $1.0

รวมได้ $10.25

กรณีที่สอง ถ้าผมตัดให้เหลือ ad เดียวที่มีค่า CTR สูงสุดล่ะครับจะเกิดอะไรขึ้น ผมเหลือ ad#2 ไว้นะครับ

ad#2 -> CTR = 4.5%

จะได้เงิน

ad#2 -> 45 click = 45x$0.5= $22.5

โอ้ว จาก $10.25 เพิ่มมาเป็น $22.5 ทันที amazing มาก แต่มันคือเรื่องจริงครับ ในความเป็นจริงแล้วค่า CTR ของตำแหน่งที่สองจะเพิ่มขึ้นอีกเพราะ visitor ไม่มี ad#1 และ 3 ให้กด เพราะฉนั้นเงินที่ได้จะประมาณ $25

ตัวอย่างที่กล่าวมา ค่า CTR รวมลดลงแต่ได้เงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% แล้วตอนนี้คุณต้องการเพิ่ม CTR หรือเพิ่มรายได้ล่ะครับ หวังว่าตัวอย่างนี้จะช่วยมือใหม่ได้นะครับ

====================================
เทคนิค ที่ 2 Care your URL

อันนี้เป็นเทคนิคเล็กๆน่ะครับ ไม่ถึงกับใหญ่โตมากแต่น่าจะเป็นประโยชน์ ควรรู้เอาไว้ ผมทดลองเมื่อนานมาแล้วไม่แน่ใจว่ายัง work ไหมแต่คิดว่าน่าจะยัง work อยู่นะครับ เมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วผมเคยเจอปัญหาว่า ad ไม่ขึ้น ad ไม่โชว์ คำถามที่เกิดขึ้นว่าทำไมหว่า ad ถึงไม่ขึ้น สมมุติว่า

domain.com/index.php => ไม่แสดงโฆษณา
แต่ถ้าผมเปลี่ยนเป็น
domain.com/cheap-car.php => แสดงโฆษณาเกี่ยวกับรถ

ความหมายก็คือว่า หาก url ของคุณยังไม่มีใน database google จะดึงเอาชื่อ url ของคุณมาเป็นคีย์เวิร์ดก่อนเสมอครับ เทคนิคนี้จะว่าเถื่อนก็เถื่อนนะครับ สมมุติว่า ads ผมไม่แสดงเลย แล้วผมเปลี่ยน url ไปเรื่อยๆ ads ก็จะโชว์ได้ครับ แต่สุดท้ายแล้ว มันจะขึ้นอยู่กับ content ของหน้านั้นๆครับ

จากการทดลอง หากคุณต้องการ High CPC Ad ชื่อ URL ของคุณก็มีส่วนทำให้เกิดได้นะครับ

คำ เตือน: เทคนิคนี้ผมไม่แน่ะนำให้ทำนะครับ แต่อยากให้ทราบไว้ เพราะถ้าคุณต้องการจะมีรายได้อย่างมั่นคง ควรจะทำ content ที่มีประโยชน์เท่านั้น และหากถูกจับได้ก็มีโอกาสโดนดีอินเด็กสูงนะครับ

====================================

เทคนิค ที่ 3 Closer is better (URL)

มันเป็นคำบอกเล่าต่อๆมาอีกทีครับ ต้องบอกก่อนว่าเป็นความเชื่อของผมนะครับ ซึ่งผมก็บอกไม่ได้ว่าจริงหรือไม่จริงแต่ผมยึดถือปฏิบัติเสมอมา และมันก็ได้ผลจริงๆ คือ "ยิ่งใกล้ root ยิ่งสำคัญ"

#1 sub domain => sub1.domain.com
#2 folder => domain.com/sub-folder
#3 file => domain.com/file.htm
#4 sub folder file => domain.com/sub-folder/file.htm

ยิ่งใกล้ ยิ่งสำคัญ หากต้องการออกแบบเว็บควรจะให้ใกล้ root ที่สุดนะครับ ส่วนใหญ่ผมจะใช้ #2 ครับ ที่ผมหลีกเลี่ยงมาตลอดคือ url ในลักษณะ ไกล root มากๆ หรือไม่ก็ ที่มี variable เช่น ?var1=aaa&var2=bbb&var3=ccc เพราะพวก url แบบนี้มีสิทธ์โดน supplement result สูง

====================================
เทคนิค ที่ 4 Higher is better (Links)

อันนี้พิสูจน์แล้วว่าจริงครับ ลิงค์ที่อยู่ยิ่งสูงยิ่งมีความสำคัญ หากคุณอยากได้ backlink แบบมีพลังให้พยายามอยู่ให้สูงที่สุดครับ หรือหากคุณอยากปั้น link ไหน หน้าไหน ให้เอาไปไว้บนๆเลยครับ ได้เกิดแน่นอน ลองสังเกตุดูครับ พวกเมนู หรือลิงค์บนๆจะมี pr สูงเสมอเพราะถูกแบ่งมาจากหน้าหลัก อันไหนที่ถูกเห็นก่อนจะมีความสำคัญมากกว่าอันที่ถูกเห็นทีหลังครับ scan ลงมาจากบนลงล่าง

====================================
เทคนิค ที่ 5 Keyword domain is the best

ที่สุดของที่สุดของชื่อ domain คือ โดเมนที่เป็นคีย์เวิร์ดครับ อันนี้คิดว่าหลายๆคนคงทราบอยู่แล้ว แต่มือใหม่อาจจะไม่ทราบ หากคุณต้องการเล่นคำไหน ก็พยายามหาโดเมนที่เป็นชื่อคีย์เวิร์ดให้ได้ครับ หากคุณมีอยู่ในมือ แม้คุณจะมี pr3 คุณก็สู้กับ PR5-7 ได้สบายๆ แต่ชื่อโดเมนพวกนี้ .com มักจะถูกจองไปหมดแล้ว แต่ช่างมันคุณสามารถใช้ .net ได้

====================================
เทคนิค ที่ 6 Spy your competitor &Jump to first position

เทคนิค นี้สำคัญครับ หากคุณต้องการเล่นตลาดไหน หรือคำไหนก็ตามคุณต้องศึกษาคู่แข่งก่อนเสมอ โดยทุกครั้งผมจะทำ research ก่อนเสมอ
1 มีโดมนที่เป็นคีย์เวิร์ด ไม่มีก็หาที่ใกล้เคียง
2 Search result มีมากไหม ถ้าไม่มาก คุณติดปุ๊บ ก็มีโอกาสขึ้นหน้า 1 ทันที
3 PR เฉลี่ยของหน้าแรกเป็นเท่าไหร่ หากว่าอันดับ 1-5 มี PR เฉลี่ยเพียง 2-3 คุณคิดว่าเว็บใหม่ผมถ้าปั้นสักหน่อยให้มี PR 3 แล้วจะขึ้นที่ 1 ได้ไหมครับ แน่นอนว่าได้ครับ

หากคุณเจอสามข้อนี้บอกได้เลยว่าคุณเจอขุมทองล่ะ
====================================
เทคนิค ที่ 7 Avoid Dash Domain

ส่วนตัวผมไม่ใช้โดเมนที่มี dash เลยเช่น cheap-car.com, buy-home.com เพราะผมพบว่า ปั้นไปเถอะไม่ติดอันดับเลย ถึงติดก็อันดับไม่ดี เหมือนว่า googel จะไม่ชอบโดเมนที่มี dash หรือถ้าจะติดจริงๆต้องใช้กำลังภายใน+ระยะเวลาสูงมาก ถ้าเป็นไปได้ก็หลีกเลี่ยงซะครับ

====================================
เทคนิค ที่ 8 Title & Description is important

ผมเห็นหลายๆเว็บนะ ครับ ไม่สนใจเรื่อง title และ description เลยซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมาก ผมเห็นเว็บมากมายมี หน้า 1000 หน้า แต่มี description เดียว มันผิดหลัก SEO อย่างแรง เว็บที่ดีควรจะมี title และ desction ต่างกันทุกหน้า
1 เพื่อป้องกัน supplement results หรือหน้าที่ดูเหมือนจะซ้ำๆกัน จะถูกตัดออกจาก main index
2 คุณไม่สามารถใช้ประโยคเดียวซ้ำๆใน description เพื่อตอบสนองทุกคนได้นะครับ

และ ที่สำคัญคือคุณอยากติดคีย์เวิร์ดไหนก็ต้องใส่ คีย์เวิร์ดนั้นๆลงใน title และ description ของคุณด้วย ตัวอย่างดังข้างล่างนี้ด้วยคีย์เวิร์ด "ที่ดิน"

ที่ดิน ขายที่ดิน บ้านและที่ดิน ซื้อขายที่ดิน บ้านที่ดิน ขายที่ ...
ที่ดินดีดี.คอม โฆษณาฟรี ขายที่ดิน ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว , อาคารพานิชย์ คอนโด , ห้องพัก อพาร์ทเม้นท์ , หอพัก พื้นที่หน้าร้าน , พื้นที่ขายของ ...
http://www.teedindd.com/

ที่ดิน,ขายที่ดิน,ซื้อขายที่ดิน,ราคาที่ดิน,ประมูลที่ดิน,land
ที่ดินประกาศ ขายฟรีกว่า 20000 (สองหมื่น ) รายการ (มากที่สุดของเวบที่ดิน )ด้วยตัวเลขการค้นหาที่ดิน กว่า 400000 ( สี่แสน ) ครั้ง ต่อเดือน.
http://www.land.co.th/

ที่ดิน,ที่ดินเปล่า,ซื้อขายที่ดิน,ขายที่ดิน,ซื้อที่ดิน,ราคาที่ดิน ...
ที่ดินดอทคอม|ศูนย์รวมที่ดิน ซื้อ-ขาย-ให้เช่าที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศไทย ที่ดิน,ที่ดินเปล่า,ซื้อ ขายที่ดิน,ขายที่ดิน,ซื้อที่ดิน,ราคาที่ดิน ...
http://www.teedinn.com/
====================================
เทคนิคที่ 9 Eye Catching

ต้องเกริ่นก่อนว่า CTR ในที่นี้ คุณเข้าใจว่ามีความหมายว่าอะไร CTR อย่างที่ทุกคนทราบดี CTR คือ % การคลิก เช่นแสดง 100 คลิก ad 10 ก็คือ CTR 10% แต่จริงๆแล้วมันมีมากกว่านั้นครับ ลองดูข้างล่างล่ะกัน

อันนี้คือ Flow สิ่งที่ทุกคนกำลังทำอยู่ ใช่ไหมครับ ทำยังไงให้คนเข้าคลิกเยอะๆ ก็คือการปรับ CTR นั้นเอง ผมขอเรียกว่า CTR ปลายน้ำล่ะกัน ไม่รู้จะเรียกอะไรดี

คนเข้าเว็บ 100 คน -> คลิก 5 ที -> ได้ตังค์

แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่พลาดไปเลย นั้นคือ flow ของการค้นหาไม่ได้มีเพียงเท่านั้นนะครับ ดังข้างล่างนี้

คน ค้นหาที่ google 100000 ครั้ง -> คนเข้าเว็บ 100 คน -> คลิก 5 ที -> ได้ตังค์

เห็นไหมครับว่าคราวนี้มี CTR ใหม่มาล่ะคือจากคนค้นหาที่ google ตั้งเป็นแสน แต่ทำไมเข้ามาเราแค่ 100 ฟ่ะ CTR เพียงแค่ 0.1% เพื่อนๆเคยคิดถึงจุดนี้ไหมครับ เคยปรับ CTR จุดนี้กันบ้างไหม สมมุติง่ายๆนะครับว่าเพื่อนๆทำให้ CTR ที่ต้นน้ำเป็น 5% อะไรจะเกิดขึ้นครับ คำตอบสั้นๆคือจะมี flow ดังด้านล่างนี้

ค้นค้นหา ที่ google 100000 ครั้ง -> คนเข้าเว็บ 5000 คน -> คลิก 250 ที -> ได้ตังค์ 50 เท่า

เนี่ยหล่ะครับตัวอย่างง่ายๆ ของการเพิ่ม CTR ที่แท้จริง

อ่ะ ยังไม่ถึงตัวเทคนิคเลย เดี๋ยวต้องออกไปแล้วครับค่อยมาต่อล่ะกัน กลับมาแล้วครับ ต่อๆ

แก่น แท้โดยหลักของเทคนิคนี้คือจะทำยังไงให้ link ของเราน่าสนใจ กว่าของคนอื่น แม้อยู่อันดับที่ 3 ก็มีคลิกมากกว่าที่ 1 ส่วนรายระเอียดลึกๆผมไม่ขอบอกล่ะกันนะครับ เพราะมันเป็นหมวกเทา ถ้าไม่มีความรู้เอาไปใช้รับรองได้ครับ ไม่โดน de-index ก็โดนแบน แต่ที่แน่ะนำได้คือเทคนิคที่ขาวๆหน่อย คือเล่นกับ title และ description ของคุณ ทำยังไงก็ได้ให้มันดูโดดเด่น ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นนะครับ คือใส่คีย์เวิร์ดในที่ต่างๆเพราะจะทำให้ถูกเน้นคำเป็นตัวหนา

====================================
เทคนิค ที่ 10 Save your time by ready PR + Backlink

อันนี้อาจจะไม่ ใช่เทคนิคก็ได้มั้งครับ มันมาจากความขึ้เกียจของผมเอง ซึ่งงานที่ผมไม่ชอบที่สุดเลยคือการหา backlinks เหนื่อยมากๆ และเสียเวลาตั้งนานกว่าจะรอให้มี pr ไม่ทันใจจริงๆครับ ผมเลือกทางลัดครับ ซื้อมันเลย ก็ง่ายๆครับก็หาซื้อ drop domain ที่มันมี backlinks กับ pr แล้วตรงกับตลาดที่คุณจะทำ เท่านี้คุณก็ save เวลาอย่างน้อยๆน่าจะ 2-3 เดือนแล้วคับ

ลองดู http://www.freshdrop.net ครับ

เออ คุ้นๆว่าที่นั่นเค้าฝัง cookie นะครับ ถ้าไม่อยากโดน cookie เค้าก็พิมพ์มือเอาล่ะกันครับ Tongue

====================================
เทคนิค ที่ 11 Explode Your Traffic

เป็นเทคนิคที่สร้าง traffic แบบก้าวกระโดดครับ 1->10->100->1000->10000 เป็นหนึ่งในสุดยอดเทคนิคที่ผมมีอยู่ พูดง่ายๆคือเพิ่ม traffic อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั้นเอง หลักการของมันคือการทำให้ search ranking ของเราขยับขึ้นบน เรื่อยๆโดยอัตโนมัติ ทุกคีย์เวิร์ด ซึ่งเทคนิคนี้ก็ หมวกเทาครับ เทาอ่อนๆ แต่รับรองได้ว่าไม่เคยเห็นที่ไหนแน่ๆครับ ไม่มีก๊อปฝรั่งมาเขียนใหม่แน่นอนครับ เพราะผมคิดเอง แต่อย่างที่บอกล่ะครับ เทคนิคมีสองด้านเสมอ เอาไปใช้ในทางที่ดีก็ดีไป เอาไปใช้ไม่ดีก็ยุ่งล่ะครับ ผมคงไม่โพสไว้ในบอร์ดสารธารณะอย่างนี้แน่ๆ คิดว่าถ้าโพสคงมีปัญหาตามมาอีกเยอะ เอาเป็นว่าผมจะบอกเฉพาะคนที่ผมไว้ใจว่าจะไม่เอาไปทำอะไรที่ไม่ดีล่ะกันครับ ขออภัยมือใหม่ทั้งหลายด้วยครับ

====================================

เทคนิค ที่ 12 Don't Use More Websites

มาอีกล่ะครับ ความเชื่อใหม่ของผม เหตุที่ผมเรียกว่าความเชื่อเพราะมันเป็นข้อสมมุติฐานครับ ที่ยังไม่ได้ทำการพิสูจน์อย่างชัดเจน และที่สำคัญผมไม่อยากพิสูจน์เองด้วย 55+
จะเชื่อไม่เชื่อขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ล่ะท่านนะครับ ผมจะเล่าสมมุติฐานให้ฟังล่ะกันนะครับ

หากคุณทำเว็บจำนวนมากหรือเรียก ว่าเว็บปั่น มี CTR สูงมาก คุณทราบไหมว่าเงินที่คุณได้มาจากเว็บไหนบ้าง เท่าไหร่ แน่นอนว่าคุณทราบ แล้วในเมื่อในเมื่อคุณยังรู้ทำไมคนจ่ายตังค์คุณจะไม่รู้ล่ะครับ เหอๆ
Google เค้ามีข้อมูลมากกว่าที่คุณรู้ซะอีกครับ เค้ารู้ว่าคุณมีเว็บอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ CTR เท่าไหร่ และที่สำคัญลิงค์กับเว็บไหนบ้าง(อันนี้ล่ะตัวดี เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ) และเหตุการณ์โดยปรกติคือจะมีการตรวจสอบเกิดขึ้นเสมอ ไม่มีช่วงเวลาแน่นอนแต่มีการตรวจสอบแน่ๆครับ

หากว่าคุณทำเว็บจำนวน มาก และมีหน้าตาคล้ายๆกันไปหมด ดูด้อยคุณภาพ หรือเรียกง่ายๆว่าเว็บปั่น เมื่อมีคนเข้ามาตรวจสอบ คุณคิดว่าจะรอดไหมครับ แน่นอนครับ หากคุณยังไม่มั่นใจโอกาศรอดนั้นน้อยเต็มที ฉนั้นหากเป็นไปได้ก็เริ่มที่เว็บคุณภาพล่ะครับ ดีที่สุด
เว็บปั่น ปัจจุบันนั้น ผมมองว่ามันไม่ work แล้วล่ะครับ เพราะมันเกลื่อน และเป็นเทคนิคที่ค่อนข้างเก่า การที่คุณทำเว็บปั่นแล้วอยู่ได้นั่นคุณคิดว่าจะอยู่ได้นานสักเท่าไหร่ครับ เดือน สองเดือน สามเดือน หรือเป็นปีครับ
ผมว่าไม่เกิน 4 เดือนครับ หากเกิน 4 เดือนผมก็นับถือแล้วครับ แต่หากรายได้ไม่มาก อยู่ได้เป็นปีก็ไม่แปลกครับ
บอกได้เลยว่าผมลองมาหมดแล้วครับ แต่สรุปได้ว่า trend ตอนนี้ ควรจะทำเว็บน้อยๆ แต่เน้นๆ ดีกว่าเว็บจำนวนมากๆครับ เพราะผมมองว่าต้นทุนที่สำคัญของการทำเว็บจริงๆแล้วไม่ใช่ค่าโฮส ค่าโดเมนหรอกครับ แต่มันคือ "เวลา" คุณต้องทุ่มเท สร้างเว็บ หา backlinks และใช้เวลาขนาดไหนกว่าที่เว็บของคุณจะสร้างรายได้ อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็น่าจะประมาณ 1-2 เดือนนะ แล้วถ้ามันทำเงินได้แค่ 3-4 เดือนเนี่ยคุณ Happy ไหมครับ ส่วนตัวผม ไม่ Happy เป็นอย่างมากครับ เนื่องจากมันไม่คุ้มค่ากับเวลาของผมเลย หลังๆนี้ผมเลยเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ adsense ใหม่หมดเลย ดังนี้ครับ

ลอง มองมันให้เหมือนธุรกิจบ้านเช่าสิครับ หากคุณมีบ้านเช่าสักหลัง ที่ทำเงินให้คุณได้เดือนล่ะ 5000 บาท คุณต้องลงทุนประมาณเท่าไหร่ครับ น่าจะประมาณ 1-1.5 ล้านนะ
5000 บาท/เดือน เทียบเป็นเงินต่อวันก็ประมาณ $5/day เพราะฉนั้นหากคุณทำเว็บที่มีคุณภาพให้ได้ $5/day แล้วอยู่ยาวๆได้ก็เท่ากับว่าคุณมีบ้านเช่าราคาเป็นล้านอยู่ในมือนะครับ มีสัก 10 เว็บก็เดือนล่ะ 5 หมื่นล่ะ จะมีธุรกิจอะไรที่ลงทุนต่ำเท่า adsense อีกเหรอครับ ที่เหลือก็เพียงทำเว็บที่มีคุณภาพเพิ่ม และทำให้มันอยู่ได้นานๆ ก็เท่านั้นเองครับ

====================================
เทคนิค 13 Seperate Your Account

"อย่าเอาไข่หลายใบใส่ในตระกร้าใบ เดียวกัน" หากคุณมีรายได้ไม่ถึง $100/day ก็ให้ลืมเทคนิคนี้ไปเลยครับ ไม่ต้องไปใช้ เพราะทำไปอาจจะเพิ่มความเสี่ยงซะอีก 55+ เพราะการมีหลาย account นั้น ยุ่งยากมาก และเสี่ยงในการบริหารมากกว่าที่คุณคิดไว้นะครับ มันดูเหมือนไม่ต้องใช้ความรู้มาก แต่จริงๆแล้วต้องใช้ความรู้ และรอบคอบเป็นอย่างสูง คือคุณต้องทำตัวให้เหมือนกับเป็นคนล่ะคนอย่างแท้จริง ทำยังไงก็ได้ให้เหมือนกับเป็นคนล่ะคนใช้งานจากคนล่ะเครื่อง

สมมุติ เหตุการณ์จริงให้ฟังล่ะกันครับ ผมเคยเห็นอยู่หลายคนผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นใครครับ เค้ามั่นใจมากบอกว่าสามารถเปิดหลาย acc ได้สบายๆ ใช้จากเครื่องเดียวเลย ไม่เห็นโดนแบน แค่ผมได้อ่านแล้วก็คิดอยู่ในใจว่าควรจะเตือนดีไหม ผมอยากจะเตือนนะ แต่ตอนนั้นคิดว่าอย่าไปยุ่งกับเค้าดีกว่าเดียวโดนด่า และแล้วสิ่งที่ผมคาดไว้ก็เป็นจริง การเปิดหลาย acc คุณหรือใครก็สามารถทำได้ครับ ไม่โดนแบนหรอก ตราบเมื่อ acc ใด acc หนึ่งของคุณโดนแบน acc ที่เหลือจะโดนแบนทั้งหมด หรือที่เรียกกันว่า related acc เพื่อนๆหลายคคงทราบดี หากคุณขาดการวางแผนที่ดีเพียงพอ ก็โดนแน่ๆ ปัจจัยหลักที่ทำให้โดนเลยคือ cookie ส่วนรองที่ผมคิดนะ ผมไม่มั่นใจ 100% แต่คิดว่าเป็นไปได้สูงคือการ cross link ระหว่างต่าง acc และการที่มีหลายโดเมน ต่าง acc ใช้ IP เดียวกันก็มีโอกาสสูง

การแยก acc มีข้อดีคือ
1 ลดความเสี่ยงเรื่องรายได้ เวลาคุณถูกแบน สัก acc นึง ที่เหลือก็ยังสามารถทำเงินให้คุณได้อยู่ ไม่ใช่รายได้เป็นศูนย์
2 ลดจำนวนเว็บไซต์ต่อ acc อย่างที่ผมบอกล่ะครับ เว็บเยอะๆตอนนี้ผมว่าไม่ค่อย work ล่ะ โดนตรวจสอบที ก็หนาวที เว็บน้อยๆน่าจะดูดีกว่า(มั้ง) อย่างน้อยอาจจะลดความเข้มเรื่องตรวจสอบไปบ้าง

การแยก acc มีข้อเสียคือ
1 เสี่ยง อย่าทำถ้าคุณไม่มั่นใจ
2 ผิดกฎ ถ้าคุณใช้ชื่อตัวคุณทำทั้งหมด อะไรที่คิดว่าผิดกฎถ้าเลี่ยงได้จงเลี่ยงครับ เป็นไปได้ก็อย่าไปทำ แต่ที่ผมทำ ผมไม่ผิดนะครับ เพราะผมสมัคร ให้พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติๆผม ส่วนของผมมี acc เดียว ผมไม่ได้มีหลาย acc นะครับ 55+


====================================
เทคนิค 14 New Web Don't Submit URL

ผมเคยทดลองเรื่องนี้มานานแล้วครับ นานมากๆจนความจำเลือนลาง แต่ตั้งแต่ที่พิสูจน์ได้ เว็บใหม่ ผมก็ไม่เคย submit url กับ Google อีกเลย สิ่งที่ผมเจอคือ เว็บใหม่หากยังไม่มี index เมื่อคุณไป submit url แทนที่คุณจะติด index คุณจะตกลงกล่องทรายทันที ไม่รู้ทำไม แต่มันเป็นหลุมพรางสำหรับมือใหม่ เหอๆ
วิธีที่ดีสำหรับเว็บ ใหม่ๆนะครับ คือหา backlinks จากที่ต่างๆ ที่มันแรงๆเช่น เมื่อก่อนผมชอบ digg.com มากครับ วันเดียวเห็นผล ติด index ทันที พ้นกล่องทรายทันที แต่หลังๆผมไม่ค่อยนิยมหา backlinks แล้วครับเพราะมันเหนื่อย ผมก็เลือกใช้เทคนิคที่บอกไปก่อนหน้านี้น่ะครับ ซื้อไปเลย ไม่อยากเสียเวลา

====================================
เทคนิค 15 Adsense Bot = Search Bot

เคยได้ยินใช่ไหมครับว่า google search bot กับ adsense bot เป็นคนล่ะตัวกัน รู้สึก adsense bot จะใช้ชื่อว่า search media bot (มั้ง) จำไม่ค่อยได้ สรุปเรื่องก็คือว่า อาจจะมีคนเคยบอกว่า bot ทั้งสองตัวเป็นคนล่ะตัวกัน ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ให้สนใจแต่ search bot ก็พอ เพราะจะทำให้เราติด index ทำยังไงก็ได้ให้ search bot เยอะๆ ซึ่งแนวคิดนี้ก็ถูกครับ แต่ไม่ถูกทั้งหมด ถูกเฉพาะส่วนที่ควรทำให้ search bot มากๆ ความจริงก็คือ ผมพิสูจน์มาแล้วว่า google search bot กับ adsense bot เป็นคนล่ะตัวกัน แต่แชร์ฐานข้อมูลระหว่างกัน ผมพิสูจน์โดยเว็บใหม่เอี่ยม ไม่มี index ไม่มี backlinks มีแต่ adsense ทดสอบเอาคนเข้าโดย ysm หรือ adCenter ผลปรากฎว่า ไม่มีอะไรเลยมีแต่ adsense แต่ติด index ครับ มายังไง เหอๆ แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า bot ทั้งสองตัวใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน

สิ่ง ที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไร ผมคิดต่อว่าแล้วถ้าผมมีเว็บที่มีคนเข้ามหาศาลล่ะ แต่ไม่ค่อยติด index แล้วถ้าผมใส่ adsense เข้าไปโดยไม่ได้หวังค่าคลิก ก็เท่ากับว่าจะมี adsense bot เข้ามาอัตโนมัติ และติด index เพิ่มไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ปล: google custom search ก็ได้ผลเหมือนกันนะครับ

====================================
เทคนิค 16 Not Only Adsense Can Make Money

อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับ เทคนิค adsense เลยครับ แต่เป็นการสร้างรายได้เพิ่มจากเว็บที่ทำ adsense อยู่แล้วมากกว่าครับ มี traffic อย่าเสียเปล่าไป จะต้องหาประโยชน์จากมันให้มากที่สุด ปรกติ CTR ทั่วไปน่าจะไม่เกิน 10% นะครับ แล้วอีก 90% ล่ะไปไหน ก็แน่นอนคับน่าจะปิดเว็บทิ้งไป แล้วคำถามคือ แล้วเราจะเอา 90% นี่มาหาเงินเพิ่มให้เราได้ไหมเนี่ย คำตอบคือได้ครับ และเป็นที่มาของเทคนิดนี้ครับ

ผมเพิ่งทดสอบได้ไม่นาน เริ่มตอนปลายๆเดือนมกราคม มั้งครับ เคยไปโพสอยู่ที่ sem.or.th อยู่พักนึงครับ รู้สึกว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆในบอร์ดนี้เช่นกัน ก็เลยเอามารวมในซีรี่ย์เกาหลีนี้เลยล่ะกันครับ เทคนิคนะครับ สำหรับคนที่มีเว็บอยู่ในมือ ประมาณว่ามี Traffic อยู่แล้ว อาจจะทำ adsense อยู่หรืออื่นๆ วิธีเพิ่มรายได้นะครับง่ายๆโดยการจับคีย์เวิร์ด ที่คนใช้ค้นหาใน search engine แล้วเข้ามาที่เว็บเรา ซึ่งคีย์เวิร์ดเหล่านั้นคือความต้องการของ visitors คุณใช่ไหมครับ สมมุติว่าบังเอิญมีคนต้องการหาซื้อ xbox 360 แล้วถ้าคุณมีสินค้านั้นขายจะเกิดอะไรขึ้นครับ แน่นอนว่าคุณมีโอกาสขายของได้ แต่ถ้าคุณไม่มีสินค้ามาเสนอ ก็เท่ากับว่าคุณจะมีโอกาสได้รายได้จาก adsense เพียงอย่างเดียว เริ่มเลยล่ะกัน ง่ายๆสั้นๆครับ เมื่อ visitors เข้ามาที่เว็บคุณ จากนั้นพอเค้าเข้ามาที่เว็บคุณ ก็เอาคีย์เวิร์ดนั้นหล่ะไปหาสินค้า amazon ออกมาแสดง ถ้าสินค้าตรงกับคีย์เวิร์ดที่เค้าค้นหา โอกาสที่จะซื้อก็มีสูงครับ แค่นี้ล่ะครับ ที่ผมทำ หวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้นะครับ ส่วนเรื่อง script ทีหาสินค้าเนี่ย amazon ผมก็หาเอาจากบอร์ดนี้หล่ะครับ ลองหาดูนะครับ ใครมีก็ช่วยแชร์ให้เพื่อนๆหน่อยนะครับ

ข้างล่างคือตัวอย่างครับ



====================================
เทคนิค 17 Click & Close Analysis

ส่วนนี้เราจะพูดกันเรื่อง พฤติกรรมการเข้าชมเว็บครับ ใครเข้ามา เข้ามาเพื่ออะไร เข้ามาแล้วจะทำอะไรบ้างครับ เพื่อใช้ในการเพิ่ม CTR ให้กับเรา ดังคำกล่าวที่ว่า "รู้เค้า รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"

บางคน อาจจะอยากรู้ว่า เว็บที่มี CTR สูงสุดเนี่ยหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วรูปแบบไหนจะมี CTR เท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่ผมคาดเดาได้ว่ามันควรจะเป็นดังนี้

1) ** ทั้งหน้าไม่มีอะไรเลย มีแต่พื้นสีขาว กับ ad ใหญ่ๆ 360 อยู่อันเดียว CTR 50%
เพื่อนๆคิดว่า แบบที่ผมบอกด้านบนนี้จะมี CTR เท่าไหร่ครับ?? ตามการคาดเดาของผมแล้วนั้น ตัวอย่างด้านบนเนี่ยจะมี CTR ~ 50% ซึ่งผมคำนวนจาก โอกาสที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ครับ ดังนี้ เมื่อมีคนเข้ามาที่เว็บคุณแล้ว โอกาสที่เค้าจะ ปิดหน้าเว็บ หรือไม่ก็ คลิก ad จะเท่ากันคือ 50-50% นั้นคือที่มาว่าทำไม การวางรูปแบบนี้ถึงมีค่า CTR สูงสุด

แต่การวาง รูปแบบนี้เป็นแค่ยกตัวอย่างการวาง ad ในอุดมคตินะครับ อย่าไปใช้จริงล่ะครับ เพราะมันผิดกฎ เดี๋ยวจะโดนแบนเอานะคับ 55+

2) ** พื้นสีขาว ไม่มีอะไรเลย ทั้งหน้ามี ad ใหญ่ๆ 360 อยู่ด้านบน และมี content อยู่ด้านล่าง เท่านั้น CTR 33%
เหตุที่ผมบอกว่า CTR 30% เพราะมาจากสมมุติฐานที่ว่า โอกาสที่เกิดขึ้นได้กับหน้านี้มีแค่ 3 อย่างคือ ปิดเว็บ,คลิก ad หรือไม่ก็เลื่อนลงไปดู content
จะเห็นได้ว่า แค่เพิ่ม content ลงไป % CTR ก็ลดลงทันที ซึ่งเป็นเรื่องปรกติครับ

3) ** เหมือนข้อสองแต่ใส่ เมนู เพิ่มด้านบน CTR ~ 25%
โอกาสตอนนี้เป็น 1/4 ครับ ที่เป็นไปได้คือ ปิดเว็บ, คลิก เมนู ,คลิก ad หรือไม่ก็เลื่อนลงไปดู content
หุหุ เห็นไหมครับ ยิ่งเพิ่มอะไรเข้าไปก็ยิ่งที่ทำให้ CTR ต่ำลงไปเรื่อยๆ

4) ** เหมือนข้อสามแต่ใส่ เมนูด้านข้าง พวก category หรือ แบนเนอร์อื่นๆลงไปด้านข้าง CTR ~ 15%
ครับ ลดลงอีกหล่ะ เพราะคราวนี้เพิ่มโอกาสที่ visitor จะสนใจแล้วคลิกที่ เมนูด้านข้าง หรือถ้าให้ยิ่งแย่คือ สนใจรูปแบนเนอร์ด้านข้าง บางทีแค่แบบนี้ CTR ก็เหลือแค่ประมาณ 10-15% ก็เป็นได้ครับ

5) ** คราวนี้ใส่ template อย่างสวย รูป title งดงาม + flash + อื่นๆอีกมากมาย CTR ~ 1-8%
CTR ลดลงฮวบๆ เหตุผลง่ายๆคือเว็บสวยๆมักจะมีสิ่งเร้าสายตา เช่น flash หรือรูปภาพต่างๆ หรือไม่ก็ข้อมูล เมื่อมีสิ่งเหล่านี้มากๆ โอกาสที่ visitor คุณจะคลิกก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ดังคำกล่าวที่ว่า "เว็บสวยมักจะไม่ทำเงิน แต่เว็บทำเงินมักจะไม่สวย"

จากตัวอย่าง 5 ข้อด้านบนนั้นสามารถสรุปได้ว่า เวลาคุณจะออกแบบเว็บใดๆ คุณก็ต้องทดสอบดูด้วยว่า template แบบไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ต้องมีการทดสอบหลายๆแบบ แล้วเลือกใช้ตัวที่มีค่า CTR ที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เพราะมากเกินไป ก็หมายความว่าเว็บคุณกำลังจะเป็นเว็บ MFA อาจจะโดนแบนได้ แต่น้อยเกินไปก็หมายความว่า เว็บคุณสวยเกินไป ให้รีบเปลี่ยนโดยเร็ว 55+

ส่วน ตัวผมว่า CTR 5-10% เป็นค่าที่กำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป

Tip: ตัวเทคนิคที่จะเพิ่ม CTR จริงๆคือ การวาง layout ของ ad ครับ พยายามให้อยู่บนๆเข้าไว้ เมื่อเปิดหน้าเว็บจะต้องเห็นอย่างชัดเจน ไม่มีอะไรมาดึงดูดสายตาได้
visitor คุณก็จะต้องเลือกว่าจะทำอะไรระหว่าง ปิดเว็บ,คลิก ad หรือไม่ก็เลื่อนลงมา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว visitor ของคุณส่วนหนึ่ง ซึ่งมากพอสมควร จะขี้เกียจเลื่อนหน้าลงมาครับ ก็เหลือแค่ 2 อย่างล่ะ หุหุ Cheesy Cheesy

====================================

เดี๋ยว ขอไปคิดก่อนนะครับ ยังคิดไม่ออก คิดออกแล้วจะมา update เน้อ Tongue

Thursday, June 25, 2009

ขายของกับทำ AdSense อย่างไหนรวยกว่า

สำหรับผู้ที่ทำ adsense อยู่แล้วคงเข้าใจถึงความยากลำบากกว่าจะให้ได้มาซักคลิกนึง แน่นอนครับมันยากเพราะเราหลายคนเข้าใจอะไรผิดหลายๆอย่าง ไม่่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่ให้กับมัน หรือ ความสม่ำเสมอในการดูแลเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่มีงานประจำทำ หรือมีงานอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องรวมถึงเราเกือบทุกๆคน

ตัวผมเองกว่าจะได้เห็นเงินกับ adsense (เมื่อครั้งตอนเขียนหนังสือเล่มสัม) ก็ใช้เวลาgoogle_ebayประมาณ 4-5 เดือน และก่อนหน้านั้นก็ต้องใช้เวลาโปรโมท และก็อัปเดทบทความอยู่ตลอด แต่พอได้มา $3-4 เหรียญต่อวันต่อสองสามบล็อกก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที แม้จะเป็นเงินไม่มากก็ตามที ทีนี้ลองมาคิดดูว่า ถ้าเราขายสินค้าออนไลน์ล่ะ มันจะสามารถทำเงินให้คุณได้เร็วขึ้นหรือช้าลง หรือยากง่ายกว่าอย่างไรบ้าง

นอกจากทำ adsense แล้วผมก็ขายสินค้าอยู่ใน ebay และ ioffer ซึ่งพักหลังมานี้ ทำให้เข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องรายได้ที่ได้มาง่ายกว่าการทำ adsense ทั้งความเร็วในการรับเงิน (ขายปั้ปได้แทบจะได้เงินเข้ากระเป๋าทันที) และจำนวนเงินที่ได้ก็เป็นกอบเป็นกำ ไม่กระปริดกระปรอย คุณอาจจะบอกว่าทำ adsense นั้นง่ายกว่า เพราะคนเข้ามาคลิกก็ได้เงินแล้ว ใช่ครับง่ายกว่าถ้าเปรียบเทียบกับการขายสินค้าให้คนอื่นแบบ affiliate เช่น amazon เพราะนอกจากจะต้องคลิกแล้ว ก็ต้องคลิกอีกหลายคลิกกว่าจะถึงจุดที่ต้องจ่ายเงิน จริงๆ ซึ่งระหว่างทางนี้เอง คนเรามักจะเปลี่ยนใจได้ง่าย ไม่เหมือนกับคลิกแล้วได้เงินทันที

แต่พอเปรียบเทียบกับการขายสินค้าตามตลาดเปิดออนไลน์ต่างๆล่ะ ผมว่าการขายของย่อมได้เงินเร็วกว่าง่ายกว่ามาก ถ้าคุณรู้ว่าอะไรขายได้ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาค้นหาไม่ต่างจากการค้นหาคีย์เวิร์ดที่ทำเงินเหมือนกับขั้น ตอนที่จำเป็นกับการทำ adsense นอกจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับความถนัดแล้วล่ะครับว่า ใครถนัดขายของ ใครถนัดทำเว็บทำบล็อกให้ดัง

โชคดีที่ผมทำทั้งสองอย่างพร้อมๆกันผมถึงมีหน้ามาบอกคุณได้ว่าอย่างไหนที่ ผมคิดว่าทำเงินได้ง่ายและเร็วกว่า แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม ผมไม่ได้บอกว่าขายของนั้นดีกว่า adsense แน่นอนครับ แค่บอกว่า ถ้าคุณต้องการเงินแบบเร็วๆ การขายของย่อมเป็นทางออกที่ดีกว่า ถ้าคุณรู้ว่าขายอะไร ซึ่งถ้าคุณใช้เวลากับมันซักหน่อย ผมเชื่อว่าทุกคนก็หาคำตอบได้แน่ๆครับ เพราะ adsense ก็มีข้อดีอยู่มาก ในการที่แค่ต้องเหนี่อยกับตัวเอง ไม่ต้องเหนื่อยกับคนอื่นๆ (ลูกค้าซื้อของ)

ถ้าคุณจะทำเงินกับ adsense ได้เป็นรูปธรรมคุณจะต้องใช้เวลากับมันจริงๆจังๆ เหมือนกับมันเป็นธุระกิจอย่างหนึ่งจรงิๆ และก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องความสวยงามของเว็บมากนัก แค่ให้มันหาเงินได้วันละ อย่างน้อย 20 เซ็นต์ แล้วทำเว็บเพิ่มหรือทำเว็บไดเร็คทอรี่ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่เขียนบทความไม่ได้ เช่น บล็อกละ 20 เซ็นต์ ทำซัก 100 บล็อก ก็ได้วันละ 20 เหรียญ หรือ 700 บาทแล้วครับ เดือนหนึ่งก็ได้ถึง20,000 บาทเลยทีเดียว โดยเหนื่อยแค่ช่วงแรกๆเท่านั้นเอง เพราะเท่าที่ดูๆ จากบล็อกของผมที่ทำทิ้งไว้ ไม่ได้ยุ่งกับมัน พอมานั่งดูยอดรวมมันก็ทำเงินได้ประมาณบล็อกละ 5-10 เซ็นต่อวันสองวันเหมือนกัน คิดดูว่าถ้าทำทิ้งไว้ซัก 1000 บล็อกก็น่าจะดีเหมือนกันนะ ทำเสร็จแล้วก็เหมือนกับการกินเงินบำนาญเลย

สรุปได้ง่ายๆ ว่าถ้าคุณคิดว่าคุณถนัดในการขายสินค้า ถนัดในการต่อรอง พูดคุยเจรจา และชอบขายของ ก็ต้องใช้เวลาในการหาสินค้ามาขายให้ได้ แล้วคุณจะเห็นรายได้แบบรวดเร็วจริงๆ ต่ถ้าที่ว่ามาไม่ถนัดเลย แต่ถนัดทำเว็บ ก็ต้องทำ ppc ไป ถ้าเขียนบทความไม่ได้ ก็ต้องปั่นอย่างเดียว ฝากลิงก์ให้มากๆ แล้วรอกินของเก่าไปเรื่อยๆ แต่เงินจะมาช้าหน่อยนะครับในตอนแรกๆ ส่วนผมแล้วผมชอบทั้งสองอย่าง และสองอย่างนี้ก็ทำเงินให้ผมได้เรื่อยๆ แต่ในช่วงตีนต้น การขายของแซงแน่นอนครับ



บล็อกของนาย จ.จื้อ
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan