Showing posts with label Amazon Exclusive. Show all posts
Showing posts with label Amazon Exclusive. Show all posts

Tuesday, August 10, 2010

เรา มาสร้างเงินกันเดือนละ 15000 บาท กันดีกว่า สำหรับมือใหม่นะครับ adsene5438

ช่วงนี้มีคนใหม่ๆเข้ามาในบอร์ดเราทุกวัน ผมตั้งกระทู้นี้เพื่อให้เป็นกำลังใจสำหรับน้องๆนักศึกษา หรือผู้ที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สำหรับการหาเงิน เป็นค่าขนม ค่าเทอม ค่าผ่อนมอไซต์ รถยนต์ก็ว่ากันไป ตั้งเป้าไว้ให้เดือนละ 15000 บาท ครับ หรือเดือนละ 450 เหรียญครับ ผมจะเล่าเรื่องเป็นซีรีย์นะครับ ไม่เอาเป็นหัวข้อ คิดอะไรได้จะเล่าลงไป อ่านไปเพลินๆครับ

สิ่งที่ เราต้องพิจารณาในการหาเงินทางเน็ตสิ่งแรกที่พิจารณาคือ เราจะทำอะไรกันดีให้ได้เงิน 450 เหรียญต่อเดือน จากอินเตอร์เน็ท คำตอบในบอร์ดนี้คือ ทำอเมซอนกับทำแอดเซนต์ครับ แต่ที่ผมจะแนะนำวันนี้คือ อเมซอนครับ ขั้นต่อมาในการพิจารณาคือ เรามีเวลาหนึ่งเดือนก็คือ 30 วัน กับการทำเงิน 450 เหรียญ ซึ่งตกวันละ 15 เหรียญครับ ถามว่าเงิน 15 เหรียญแยะไหมสำหรับฝรั่ง คำตอบคือ ไม่แยะเลยครับ อยากได้เงินเป็นดอลล่า ต้องคิดแบบคนใช้เงินดอลล่านะครับ คิดว่ามันไม่แยะแค่สิบห้าเหรียญ เหมือนกับเราคิดว่าเราใช้เงินแค่ 15 บาทของเรา นะครับ แล้วเราจะมีกำลังใจ เงิน 15 ดอลล่านี้ ยากไหม คำตอบคือไม่ยากครับ ต่อวันแค่นี้เอง เป็นผมบอกขายคอมได้วันละเครื่องก็พอแหละ ได้วันละยี่สิบห้าเหรียญแล้วเกินกำหนดอีก สิ่งที่เราก็ต้องให้Googleมันทำงานให้กับเรา ครับ ต่อมาเราต้องคำนึงถึงว่าเราขายของในเอมซอน จะขายอะไรดี สิ่งที่สำควรขาย คือ ของเล่น เสื้อผ้า หนังสือ และสินค้าตามฤดูการ ดูข่าว ดูเทรนสินค้าที่Google ดูอะไรหลายๆอย่างที่อเมริกาเขากำลังฮิท มีหลายคนกำลังคิด ผมจะรู้ได้ไงว่าอะไรขายดีไม่ดี คำตอบคือ ไม่รู้หรอก ต้องลงมือทำเองก่อนถึงจะรู้ครับ ถามใครเขาจะบอกคีย์ทำเงิน ไม่บอกหรอก ครับ อ้าวมาเริ่มกันเลย ไปดูที่ เทรนของGoogleซิ มีอะไรน่าขายไหม ไปดูที่อีเบย์ซิอะไรกำลังฮิท สินค้าเบสเซลเลอร์ของอเมซอนดิ อะไรกำลังฮิท เข้าไปดูแต่ละหมวด ตอนนี้รัฐไหนฤดูหนาว ขายฮิทเตอร์ ที่โกยฮิมะ รถตัก รัฐไหนน้ำท่วม ขายอะไรเกี่ยวกับน้ำดีหว่า คิดเอาเด้อ บางรัฐร้อนตับแตก ขายเครื่องทำน้ำแข็ง เอ้า ดูรอบๆๆบ้านเราดิ มีอะไรที่เราอยากได้บ้างหว่า เสื้อก็อยากได้ กางเกงไนก็ยางตาย เสื้อในยางยืดแหละ กางเกงยีนชักสีซีด อยากได้ โน๊ตบุ๊กใหม่ อยากได้ ปากกาใหม่ รถก็เสีย เครื่องจ่ายน้ำมันรถเสีย เครื่องกรองน้ำที่บ้านเสีย อะไรอยากเปลียนใหม่หมด ที่สำคัญเมียก็อยากเปลี่ยนใหม่ ถ้าอเมซอนมีให้เปลียนเปลียนไปแหละ เราจะเห็นแหละว่าอะไรน่าขายได้ เรานึกถึงเราเป็นผู้ซื้อครับ ยุทธวิธีนี้ อยากได้อะไร จากนั้น สำคัญเลยแหละ ไปที่แอดเวริด หรือเครือ่งมือค้นหาคำสำหรับเวปไซต์ เอ้ ผมไม่มีทำไง ก็หาดิ ทำไงให้มันได้อะ ก็หาเอาแล้วกัน มีคนสอนเพียบ ดูๆมันเป็นไม่เป็น ไปดูกระทู้ผมสอนไว้ก็มีนะ ขั้นตอนหานิชคีย์เวริด อะ หาได้แล้วเอาซัก 30 คำนะ เก็บไว้เอาคำที่คนค้นหาแยะๆหน่อย คู่แข่งก็ปานกลางค่อนข้างน้อยครับ แต่จะให้ดีแข่งกับพวกที่แข็งๆไปเลยถ้าเก่ง seo เพราะพวกนี้ขายของได้แพงๆครับ ขั้นต่อมา จดโดเมนครับ อยากทำเงินซักเดือนละหมื่นห้า จดโดเมนดีกว่า ดอดอะไรก็ได้ คอมดีสุด ถ้างบน้อยจดแค่ตัวเดียวพอ แต่งบแยะๆก็จดซักสิบถึงสิบห้าตัว คือทำซักสิบถึงสิบห้าเวปไซต์ ก็แค่ขายให้ได้วันละ เหรียญสองเหรียญต่อเวปก็พอแล้ว หรือตีเหมา เวปละสามสิบเหรียญต่อเดือน เอาแค่นั้นพอ (บางคนขายพวกหนักๆเช่น hdtv ได้ทีเดียว 30 เหรียญเลยก็พอแหละเดือนนี้ )ต่อมาโฮสที่ำทำครับ เช่า หรือไม่ก็ทำหน้าตาละห้อย ขอคนในนี้และรับรองมีคนให้ชัวร์ครับ เอาที่รองรับสคริปต์ได้แยะๆครับ ต่อมาจะทำเวปเอาอะไรดีหว่า ผมแนะนำ ออโต้อีสโตว์ นะครับ หรือไม่ก็น้อง ออม ครับ หรือ 155 อะไรนี้แหละ หาเอาในนี้แจกกันเพียบ จากนั้นจัดการลงให้เรียบร้อย แ้อนแอนแอ้น เวปไซต์เราเสร็จแหละ มาไวไปไวครับ ใครเก่งโมมันซะหน่อยดิ จะได้ออนเพจดี ทริกเล็กๆ ทำไงให้บอทมันวิ่งได้ิไกล วิ่งได้ลึก และวิ่งได้เร็วครับ มันอยู่ที่หัวเวปกับโครงสร้างเวปนั้นแหละ ไปศึกษาเอา ไม่อยากพูดมาก ทำทั้ง 15 เวปเราเลย จากนั้นเสร็จแล้ว นี้สำคัญนะครับ ขั้นตอนนี้ ต้องชิงความได้เปรียบเวลาทำอะไร เราจะทำยังไง ให้มันเก็บค่าตามที่เราต้องการเพื่ีอให้มันแสดงผลในผลการค้นหาตามที่เราอยาก ได้ นั้นคือ ในไทเทิ้ลที่แสดงต้องมีคำนั้นอยู่ ในคำอธิบายที่กุเกิ้ลนำมาแสดงต้องมีคำนั้นซักสองคำ และท้ายที่สุด url ต้องมีคำนั้นประกอบใน url ด้วย จะ่ช่วยให้เวปเราจัดอันดับดีครับ แต่ไม่สำคัญเท่า ซัพทีแรกครับ ซัพที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ที่นั้นก็คือ ที่โกแร้ง ครับ ทำลิงค์๋วีลให้มันซะ เดี๋ยวนี้เห็นเขาขายกันแล้ว ผมบอกตรงๆผมมีออโต้นะ แต่ไม่ให้หรอกเอาไว้ใช้คนเดียว โดยในหน้าโปรไฟล์ของผมในโกแรงทุกเวปผมทำลิงค์หากันทั้งหมดด้วยเพื่อเพิ่ม ความแรงให้กับเวปผมอะ รีบซัพทั้งสิบห้าเวปเลย ทำซักครึ่งวันเสร็จแหละ บทความก็หาเอาแถวๆนี้แหละ ไม่ต้องไปสนมันมากมาย แต่ถ้าไม่ซ้ำได้ก็ดีครับ ทำให้ดี ทำให้เร็ว แต่จะให้ดี นำลิงค์ของโกแร้ง และเวปเราไป ping ครับ ให้บอทมันวิ่ง ต่อมา สำคัญอีกนั้นแหละ ทำลิงค์วีลที่โปรไฟล์ ครับ อันนี้สำคัญครับ หา pligg ซะสองสามร้อยเวป อันนี้มีคนแจก มีคนขาย และมีคนทำไว้แล้ว ที่แนะนำ ทำวงละห้าถึงสิบเวปพอ ถ้าขาดจะได้รู้ ทำซักวงละสิบกำลังสวย ทำซักสามสิบวง เอาเสร็จแล้วก็เอาลิงค์มันทั้งหมดไป ping จากนั้น หา web 2 หรือ wpmu มา ซัก ยี่สิบถึงร้อยเวป แต่ผมทำร้อยเวปนะ เอามาทำลิงค์พีรามิต หรือลิงค์วีลก็ได้แล้วแต่ถนัด หรือใช้บริการที่เขาขายในเวปนี้แหละ มีเพียบเลย แต่ที่แรงๆหน่อยก็ใช้ smf มีคนสอนเขียนไอมาโครไว้สมัคร ด้วย ผมก็เก็บไปได้ห้าร้อยกว่าเวปแหละ นี้สำคัญอีกนั้นและ ลิงค์ที่ web 2 wpmu และที่ smf นั้น ใช้คำที่ต้องการทำอันดับเป็นตัวลิงค์ สำคัญมากครับ ตัวนี้ จากนั้นก็หาลิงค์เข้าเวปอีกเรื่อยๆครับ หรือทำซ้ำใหม่เหมือนเดิมในการหาลิงค์ครับ ทำเรื่อยๆทำทุกวัน ว่างก็ทำ หลังจากที่ท่านทำแบบนี้แล้ว สองอาทิตย์จะเริ่มเห็นผล สองเดือนจะเริ่มได้เงินตามที่อยากได้ เดือนต่อไปชักโลภมาก จาก 450 เหรียญ ก็จะบอก เอ้ เอามันซัก 1000 เหรียญก็ไ้ด้ แล้วค่อยๆเพิ่มไปเรื่อยๆครับ ทำตามที่บอกนี้แหละ ไม่ต้องไปทำอะไรหรอก พอซื้อรถมอไซต์ ผ่อนได้แล้ว ดีกว่าไปเล่นแคฟอก ไฮไฟว์ เฟ๊ชบุ๊ก อีก ขณะที่ผมพิมพ์ไปนี้กำลังซัพไดเร็กทรอรีสี่พันเวปอยู่นะนี้ รอเวลา ให้มันเสร็จอะ

ทั้งหมดนี้ถ้าลงมือทำก็จะสำเร็จเองแหละ ไม่ลงมือแล้วจะสำเร็จได้ไง แต่ที่สำคัญคิดแบบฝรั่งคิดเรื่องเงินครับ เราจะเห็นว่าเงินแค่ 450 เหรียญคือเศษเงินเลยครับ แต่เป็นเงินเราคือ 15000 บาทเลยนะครับ รับราชการยังได้ไม่ถึงเลย จบใหม่ๆอะ นี้ทำอะไร อ่านที่ผมพิมพ์แล้วทำตาม ได้ขนาดนี้ ก็ดีกว่ารับราชการอีกนะนี้ งานอื่นมีก็ทำไป จะไปเรียน หรือว่าทำอะไรก็ทำไป มานั่งทำแบบนี้วันละซักสี่ห้าชั่วโมงต่อวัน ก็จะได้เงินไปกินขนม แล้ว เอาไปซื้อเหล้าให้โคกินได้เลย ปีนี้โคกินเหล้า เลยต้องซื้อแบ็คเลเบิ้ล เลียงซะหน่อย

พลามมาแยะ ไม่ได้แบ่งเป้นหัวข้อให้นะ นี้มาจากประสบการณ์การทำเลย นะครับ ไม่ได้เก่งขนาดเสกเงินได้เป้นล้านๆ แต่ก็ทำได้เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถทำได้ แต่ก็จะทำให้ดีเท่าคนอื่นๆที่ได้มากๆๆให้ได้ครับ

ข้อความทั้งหมดนี้ สงวนลิิขสิทธิ์ ใครจะเอาไปทำอะไร ก็เอาไปได้เลย หวงนะครับ (มันสงวนตรงไหน) ถ้าหวงคนไม่พิมพ์ให้เมื่อยหรอก 555555555555

ด้วยความนับถือ ผิดพลาดประการใด เทพอเมซอนท่านใดเห้นสมควรแ้ก้ก็บอกได้เลยนะครับ

adsene5438

Sunday, June 13, 2010

Long Tail Keyword ทำเงินกับ Blogger ง่าย ๆ By ชาละวันหรรษา

ถือเป็นการฉลองวันเกิดของผมกับคุณบิ๊กนะครับ(8 มิ.ย.) เลยขอเขียนบทความดี ๆ (มั้ง)ให้อ่านกันหน่อย ยิงฟันยิ้ม

เห็นช่วงนี้หลายคนเลิกทำ Blogger กันเยอะ เพราะโดนแบนกันหนัก
ผมเลยขอเสนอทางเลือกใหม่ (หรืออาจเก่าสำหรับบางคนนะครับ)
ไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วยเลยครับ โพสต์เดียวทิ้งได้เลย(โพสต์เดียวก็เสียวได้ ยิงฟันยิ้ม) ที่เหลือก็โปรโมทนิดหน่อย แค่ให้อินเด็กแค่นั้นครับ

วิธีการนี้คือ การเล่น Long Tail Keyword หรือคีย์เวิร์ดแบบยาว ๆ (มั้ง) ยิงฟันยิ้ม

ขอเริ่มเลยนะครับ ตามวิธีการของผมนะ ^^

1.หาสินค้าที่ต้องการขายครับ เน้นที่ชื่อยาว ๆ หน่อยยิ่งดี ยิงฟันยิ้ม(ผมไม่ได้ดูเทรนอะไรเลยครับ ขี้เกียจ)

2.นำ ไปเปิดบล็อกกับ Blogger
- พยายามใส่คีย์เวิร์ดในโดเมนให้ได้มากที่สุดครับ (blogger เค้าจะจำกัดจำนวนคำไว้เหมือนกัน อาจต้องมีการตัดคำสำหรับคีย์เวิร์ดที่ยาวเกินไปครับ)
- อย่าใส่ชื่อแบรนด์สินค้านั้น ๆ ครับ (อันนี้สำคัญเลยถ้าอยากอยู่นาน ๆ)

3.โพสต์ แบบง่าย ๆ ใส่เนื้อหานิดหน่อย เน้นให้คนคลิ๊กต่อไป amazon (มีตัวอย่างบล็อกให้ดูด้านล่างครับ)

4.นำไปโปรโมท ที่ไหนก็ได้ แค่ขอให้อินเด็กก็พอ (แนะนำ GoalRank ครับ ถ้าใครไม่ได้เป็นสมาชิกก็ใช้ที่อื่นก็ได้ครับตามสะดวก)

5.เมื่ออิน เด็กแล้ว ลองนำคีย์เวิร์ดที่คิดว่าคนจะเซิส สำหรับสินค้านั้น ๆ ไปลองเซิสดูครับ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ส่วนใหญ่จะอยู่อันดับต้น ๆ รองจาก amazon ครับ)

6.จำนวนคู่แข่งแต่ละคีย์เวิร์ดจะน้อย จำนวนคนเซิสก็จะน้อยครับ แต่ถ้าเค้าเซิสคำนี้เมื่อไหร่ ก็จะเจอบล็อกเราแน่นอนครับ



เพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน ขอเปิดเผยแบบสุด ๆ ไปเลยครับ ยิ้มเท่ห์

ตัวอย่างสินค้าที่เลือกมา Fossil Men's Black Rubber Watch #AM4239

ตัวอย่างบล็อก

+http://blackrubbermenwatchesam4239.blogspot.com

ตัวอย่าง อันดับคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ใน Google

http://www.google.co.th/search?hl=en&source=hp&q=Fossil+Men%27s+Black+Rubber&meta=&rlz=1R2GGLJ_en&aq=f&aqi=g1&aql=&oq=&gs_rfai=

http://www.google.co.th/search?hl=en&rlz=1R2GGLJ_en&q=Fossil+Men%27s+Watch+%23AM4239&meta=&aq=f&aqi=&aql=&oq=&gs_rfai=

http://www.google.co.th/search?hl=en&rlz=1R2GGLJ_en&q=Fossil+Watch+%23AM4239&meta=&aq=f&aqi=g-c1g1&aql=&oq=&gs_rfai=

ตัวอย่าง การทำเงิน

ตามรูปที่แนบด้านล่างครับ


**ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนใช้เวลาในการคีย์เวิร์ด หาสินค้าตามเทรน ผมคิดว่าน่าจะทำยอดได้ไม่ยากครับ เพราะอันนี้ผมเลือกสินค้าแบบมั่ว ๆ ครับ อันไหนอยากขายก็ขาย ประมาณนั้น ยิงฟันยิ้ม

โชคดีมีเงินใช้ครับ ของฟรียังมีในโลกครับผม

อัฐ - ชาละวันหรรษา


ปล.ใครมีอะไร จะแนะนำหรือเสริมเพิ่มเติม เชิญเลยนะครับผม ยิ้มเท่ห์

Thursday, June 25, 2009

หาเงินกับ Amazon Associates

amazonsAmazon Associates ระบบที่คนไทยทำเงินกับมันมาแล้วมากมายมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (2007) และเป็นที่นิยมที่สุดในขณะนี้ในวงการ Affiliate

นอกจาก Amazon.com จะเป็นร้านที่มีคนนิยมซื้อสินค้าและให้ความไว้ใจอยู่แล้ว ก็ยังมีระบบการจัดการที่ดี รวมทั้งการดูแลลูกค้าที่ดี การโอนเงินส่วนแบ่งที่ตรงเวลา และมีขนาดและรูปแบบ ad โฆษณาให้เลือกมากมายหลายแบบ อีกทั้งยังมีการพัฒนาการอยู่ตลอดเวลา ที่นี่มีระบบจ่ายค่าคอมมิชชั่นอยู่สองแบบให้คุณเลือกเองคือ Performance Fee ที่จะให้ 4%-8% ขึ้นอยู่กับยอดขายที่คุณทำได้ ยิ่งขายได้มากชิ้น คุณก็ยิ่งได้เปอร์เซ็นต์สูงขึ้นตามไปด้วย และการจ่ายอีกแบบ Classic Fee คือจะได้ 4% ตายตัว แต่อย่าลืมว่ามีสินค้าที่ให้เร็ทตายตัวอยู่หลายรายการคือ computer ให้สูงสุดได้แค่ 25 เหรียญ มากไปกว่านี้ไม่ได้, สินค้าในหมวด Consumer Electronic ให้ได้สูงสุดแค่ 4% และสินค้าแบบดาวน์โหลด 10% Amazon ยังสามารถโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพให้คุณได้อีกด้วย

นอกจากนี้ Amazon Associate ยังมีร้านออนไลน์ให้คุณเป็นเจ้าของได้ฟรีๆ aStore นับเป็นสุดยอดเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมาก ในการสร้างรายได้ให้กับสมาชิก Amazon Associates เนื่องจากสมาชิกสามารถสร้าง และ นำไปประชาสัมพันธ์ได้ในฐานะที่เป็นเจ้าของ aStore ซึ่งเป็น eCommerce อยู่ในตัวอยู่แล้วได้แบบฟรี ๆ และสามารถสร้างรายได้แบบยั่งยืนได้แบบไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว

คุณสมบัติพิเศษของ aStore ก็คือสามารถแนะนำสินค้าที่ขายดีได้ในหน้า Home Page เมื่อเรากำหนดด้วย Keywords หลัก ๆ ของกลุ่มสินค้านั้น ๆที่คุณต้องการจะเป็นนายหน้าให้ Amazon รวมไปถึงเมื่อลูกค้าสนใจสามารถดูรายละเอียด และ สั่งซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้จากหน้า aStore ของเราได้เลย ทำให้เราสามารถทำ Search Engine Optimization (SEO) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สามารถสร้างรายได้ให้กับเราแบบถาวรได้ยาวนานที่สุด

ถ้าผมจะเลือกทำ Affiliate ซักที่ Amazon Associate จะต้องมาเป็นทางเลือกแรกๆแน่นอน



บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, March 28, 2009

ใครมีเทคนิคดีๆในการหา kw ที่ทำเงินมาแบ่งปันกันหน่อยค่ะ Addinfor 1

ปัญหาจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ Keyword ทำเงินครับ บอกไว้เลยว่าอยู่ที่การโฆษณาครับ
ปัญหาก็คือ
1. ไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงิน เพราะทดสอบได้ไม่หมด
2. เจอคุ่แข่งที่เค้าครองอยู่แล้ว

โฆษณาของคุณจึงทดสอบได้ไม่หมดหรือไม่เจอนั้นเองครับ
ถึงได้บอกครับ ว่ามันไม่ได้มาง่ายๆ Boy Book online, Buy นู้ๆ นี้ๆ ออนไลน์
มันก็เรียกได้ว่า Keyword ทำเงินหมดแหละครับ แต่คุณจะทำโฆษณายังไงให้ได้เงิน
เปลี่ยนความคิดกันใหม่ครับ หมกหมุ่นอยู่กับ Keyword มันไม่ได้ช่วยอะไร
เจอไปเดียวแป๊ปเดียวก็โดนแย่งไปเหมือนหลายๆคนที่เคยโดนมาครับ
ใส่ใจกับการทำโฆษณาดีกว่า เช่นทำยังไง เมืองไหน เวลาไหน
หาข้อมูลดูซิ มีอะไรบ้าง ใครทำบ้าง.... อะไรพวกนี้ จะดีกว่าครับ
--------------------------------------------------------------------------------------

Keyword ขายได้เรียกว่า Keyword ทำเงิน Keyword ขายไม่ได้เรียกว่า Keyword ไม่ทำเงิน
มันก็คงเป็นคำที่เพื่อนๆ หลายๆ คนหมกมุ้นจนเรียกมันว่าอย่างงั้นนะครับ หลายๆ คนใส่ใจกับการมอง
หา Keyword ทำเงิน..... แต่ทำไมมันไม่เจอซักกะทีใช่ไหมครับ หลายๆ คนเจอแล้วก็โดยแย่งไป

Keyword ทำเงินจริงๆ แล้วมันก็คือ Keyword ธรรมดาๆ ที่มี Buying Keyword นั้นแหละครับ
จะไปคิดกันทำไมให้มันปวดหัว.... แต่ก่อนผมก็ปวดหัวกับมันจะตายเอาเหมือนกันครับ แต่จริงๆแล้ว
Keyword ทำเงินมันไม่ใช่พระเจ้า! คนจะซื้อ กับ สินค้าต่างหากคือพระเจ้า! กว่าจะคิดได้บ้าอยู่นาน
Keyword เป็นแค่คำค้นหาของคนที่ต้องการสิ่งที่เค้าอยากจะได้ เป็นสิ่งเชื่อมระหว่างลูกค้ากับสินค้า
เค้าหากันแล้วเกิดผลประโยชน์ครับ เลยแปลได้ว่าหน้าที่ของเราก็คือหา Keyword ซะงั้นแหละครับ

Keyword จะทำเงินได้อยู่ที่คนโฆษณาครับ ไม่ได้อยู่ที่ตัว Keyword
ที่เข้าใจว่า Keyword ทำเงิน ต้องทำเงินได้อย่างที่หลายๆคนบอก
มันก็หมายถึงถูกที่ถูกเวลา คือมันเข้ากันทุกประการของการทำโฆษณาก็คือ

หาข้อมูลลูกค้า > เขียนโฆษณา > คัด keyword > โฆษณาแหล่งลูกค้า > จัดทำโฆษณา > สู้กับคู่แข่ง >
ลูกค้าใช้ Keyword > เห็นโฆษณาของเราขณะที่เค้าอยากได้ > ลูกค้าเปรียบเทียบ > แล้วก็ซื้อ

แต่จะทำยังไงให้ขายได้..... มันอยู่ที่ Keyword หรอครับ ?
จะเห็นว่ามีปัจจัยหลายๆอย่างเห็นไหมครับ ? อย่าสนใจแต่ Keyword ครับ
ดังนั้นหลายๆ อย่างมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉนั้นก็อย่าทำโฆษณาแบบง่ายๆ
ถ้าทำได้หลายๆคน คงรวยไปแล้ว ทำโฆษณาแบบง่ายๆ ก็จะขาดทุนแบบง่ายๆ

ยกตัวอย่าง ทำโฆษณาขาย Nokia 3310 ทั่ว USA 24 ชม. (สมมุตินะครับ) คิด Keyword มาได้คือ

Nokia 3310
buy Nokia 3310
Nokia 3310 Best price
Nokia 3310 for sale
(เอาแค่นี้พอ)

โอ้โหหห Keyword Niche มากๆ ขายได้แน่ๆ หึหึหึ......
สร้างโฆษณาแยก Keyword ลง add จัดการ tracking ซะเรียบร้อย
Test ไป 1 วัน โหห 40 Click ขายได้ 1 ชิ้น ขาดทุน! แต่ขายได้ 1 ชิ้น ยังดีใจ

---ถ้าคน Track ไว้จะรู้ว่าขายได้ยังไง ถ้าไม่ได้ Track ก็จะไม่รู้เลยว่า
ขายได้จาก Keyword อะไร ขายได้ที่รัฐไหน เวลาอะไร ก็จะมีข้อมูลเก็บไว้

ทำวันต่อมาทีนี้ 50 Click ขายได้ 1 ชิ้น ขาดทุน! แต่ยังเก็บไว้ดีใจยังขายได้
--- ถ้าคน Track ไว้ก็ได้ข้อมูลมากขึ้น

ทำวันต่อมา 60 Click ขายไม่ได้ซักชิ้น ทีนี้จะคิดยังไงครับ คู่แข่งรู้ตัวแล้วครับพี่น้อง
คู่แข่งเค้าจะ Bid ในเวลาที่ขายได้เท่านั้น ดังนั้นเวลาที่มีแต่ Click ไม่มี Order ก็
จะตกอยู่ที่เราหมดครับ คือสาเหตุที่มีแต่ Click ไม่มี Order ทั้งๆ ที่ Keyword
มันก็เป็น Keyword ทำเงิน แต่มันขายไม่ได้นั้นเองครับ ก็คือเจอ Keyword แล้ว
แต่ขายไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงินนั้นเอง

แต่ถ้าเพื่อนๆ มองภาพดีๆ แล้ว Tracking เก็บข้อมูลได้อยู่ก็จะมีโอกาศเข้าถึง
Keyword ทำเงินตัวนั้นได้ครับ ผมจะบอกเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ก็แล้วกันครับ

ให้เราดูครับเวลาเจอคู่แข่งที่โฆษณาเฉพาะเวลาที่ขายได้ โฆษณาของเราที่โฆษณา 24ชม.
จะมีเวลาที่โฆษณาของเราไม่ขึ้น ให้สันนิฐานว่า เวลานั้นคือเวลาที่ขายได้นั้นเองครับ
เราก็ลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว แค่นั้นเองครับ

ผมถึงบอกว่า Keyword มีปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้มัน ทำเงิน และ ไม่ทำเงิน ในตัว Keyword เดียวกัน
ดังนั้นการทำโฆษณาไม่ได้อยู่ที่ Keyword แต่อยุ่ที่การทำโฆษณาของเรานั้นเองครับ
--------------------------------------------------------------------------------------

Quote
ผมอ่านไปมาหลายรอบเลยครับเฉพาะตรงนี้ อยากจะขออนุญาตเข้าของกระทู้ถามต่อเพิ่มเติมอีกนิดครับ

ให้เราดูครับเวลาเจอคู่แข่งที่โฆษณาเฉพาะเวลาที่ขายได้ โฆษณาของเราที่โฆษณา 24ชม.
จะมีเวลาที่โฆษณาของเราไม่ขึ้น ให้สันนิฐานว่า เวลานั้นคือเวลาที่ขายได้นั้นเองครับ
เราก็ลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว แค่นั้นเองครับ

1.เราจะดูได้ว่าเวลาที่โฆษณาไม่ขึ้น จาก imp โดยการ Track เป็นรายชั่วโมงเลยใช่ไหมครับ

2.เราจะลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยวิธีใดครับ ใช้วิธีเพิ่มบิดให้โฆษณาเราขึ้นใช่ไหมครับ

ขอบคุณมากครับ

ถามแบบนี้ก็จะตอบง่ายๆ แบบเคลียๆให้ ว่าไม่จำเปนต้องไป ทงไป Track อะไรมันก็ได้ครับ
รายงานที่พี่ goo เค้าจัดให้มันมีเยอะแยะครับ ลองศึกษาดูดีๆ มีประยชน์ไม่น้อยกว่าการ Track เลย

ที่ถามว่า
1.เราจะดูได้ว่าเวลาที่โฆษณาไม่ขึ้น จาก imp โดยการ Track เป็นรายชั่วโมงเลยใช่ไหมครับ

จะไป Track ทำไมลาย ชม. ขนาดนั้น ใช้ Report Track เอาง่ายกว่าครับ cheesy
ไปที่ รายงาน >>>> สร้างรายงาน >>>>> ผลการทำงานของแคมเปญ >>>>> เลือกแบบราย ชม.
แล้วก็ตั้งค่าที่อยากจะรู้ แหม ง่ายไหมครับ cheesy หรือจะ Track 24 ชม. แล้ววัดผล ใช้วิธีไหนก็ได้ครับ

2. .เราจะลองทำโฆษณาดู แล้ววัดผลเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยวิธีใดครับ ใช้วิธีเพิ่มบิดให้โฆษณาเราขึ้นใช่ไหมครับ

เอาเทคนิกที่ผมใช้เลยละกัน ง่ายๆ ถ้าเจอสถานะการอย่างนี้นะครับ
อันดับแรก Bid $100 ในเวลาที่ขายได้ ดู Click แรกว่าเท่าไร ให้เราลด Bid เราให้อยู่ต่ำกว่า Bid จริงๆ
เรียกง่ายๆ คือ Bid จ่อตูดเค้าก่อน แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทีละ 0.2 จนโฆษณาเราขึ้น
แล้วก็วัดผลว่าขายได้หรือไม่ แค่นั้นเองครับ ส่วนใหญ่คู่แข่งจะยังไม่รู้ตัว แต่ถ้ารู้ตัวแล้วต่อไปให้เราระมัดระวังดีๆ
ถ้าขายได้ก็รักษามันไวนานๆให้ได้ครับ โดยทำ CTR สูงๆ อย่างที่คุณ R@y บอกครับ

จริงๆ แล้วถ้าคนจับจุดการโฆษณาหรือการทำโฆษณาด้้วยการแข่งขัน Keyword แล้ว จะไม่ทำโฆษณา 24 ชม.
เค้าจะดูการทำโฆษณาของคู่แข่งก่อนแล้วเข้าไปสู้อย่างผู้รู้ครับ ไม่ใช่ สุ่ม 4 สุ่ม 5 ไปอย่างนั้น
หลายๆ คนก็คงเจอแต่ Click ไม่่มี Order กันปเป็นแถบๆ เลยไม่รู้ว่ามันคือ Keyword ทำเงินหรือปล่าว
--------------------------------------------------------------------------------------

Quote from: cyberlife on March 20, 2009, 08:28:49 PM
อยาก จะถามคุณ istupid หน่อยนะครับว่า แล้วถ้าเราได้ 1 ออเดอร์จาก kw นี้ เราควรจะปล่อยเทสดูอีกกี่วันดีครับ ถึงจะลง tracking เป็นเวลา เพราะว่า ออเดอร์ก็ไม่ได้มีทุกวัน กับ kw นี้ซ้ำๆนะครับ เลยไม่รู้ว่าเป็น kw ทำเงินหรือป่าว ช่วยชี้แนะด้วยครับ wanwan012


จริงๆแล้วผมไม่ค่อยใช้วันทดสอบ ผมจะดูที่ Click มากกว่าครับ เพราะสินค้าหลายอย่างนานๆทีขายได้ก็มีเยอะ
วิธีการหรือเทคนิคต่างๆ เวลาใช้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ จริงๆเวลาผลปล่อยโฆษณาหรือ keyword ออกไปเนีย
ไม่จำเป็นต้องไปรอว่าจะลงมือ Track ตอนไหน แรกๆ ผมจะ Track Keyword โดย Run Report ดูเวลาไว้
เสร็จพอ Report ออกมาผมก็เอามาเปรียบเทียบกับ adgroup ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าเราจะ Track เวลาไหน
ควรจะลอง Bid เพิ่มขึ้นในเวลาไหน ในทุกๆ keyword มันเชื่อมโยงที่จะมี Order ได้หมด เพราะฉนั้น
เราต้องลอง Track ทุกๆ keyword ที่คิดว่าน่าจะมี order หรือมีมาแล้ว อย่าไปปักหลักเชื่อว่า Keyword นี้
เป็น Keyword ที่เราต้องใส่ใจที่สุด เพราะมันมี Order วิธีที่ีที่สุดคือเรา Track ทุก Keyword เหมือนๆ กัน
แล้วดู Report เพื่อเปรี่ยบเทียบ ผลที่ออกมาเราก็จะรู้มากกว่าการใส่ใจกับ Keyword เพียงตัวเดียว
สำคัญที่สุดเลยก็คือการเก็บข้อมูลวัดผลยังไงให้เร็วและมากที่สุด ดังนั้นข้อมูลที่เราจะต้องตามเก็บก็ต้องมากเหมือนกัน

เราทำโฆษณาแข่งกัับคนที่ทำอยู่แล้วเราต้องรู้ให้ได้ครับ ว่าข้อมูลที่เค้ามีมันคืออะไร เวลาไหนที่ขายได้
เทคนิคการดูผมก็บอกไปแล้ว เราต้องจับผิดคู่แข่งเราให้ได้ แล้วความลับและข้อมูที่เค้าเก็บไว้จะออกมา

เทคนิคอีกอย่างนึงก็คือ ให้เราคิดเสมือนว่าเราเป็นคู่แข่ง ดังนั้นเวลาที่มีมือใหม่เข้ามาทำจะทำยังไง
ในเมื่อข้อมูลเราก็มีขอมูลอยู่แล้ว ให้เราว่างหมากอยู่เหนือเค้าก้าวนึง คือรู้ว่าต่อไปเค้าจะทำอะไร
แล้วเรากดักเก็บข้อมูลไวรอเลย พยายามคิดหักมุมให้เยอะๆ

ตัวอย่าง อย่างเช่น รู้แล้วว่าคู่แข่งมีข้อมูล ก็แสดงว่าเค้าต้อง Bid ในเวลาที่ขายได้อย่างแน่นอนถ้าเราเข้าไปทำ
เพื่อให้เวลาที่มีแต่ Click จะมาอยู่กับเรา แล้วเราก็จะแพ้ไปเอง ถูกไหมครับ

- ถ้าเราไม่รู้จักพลิกแพลง เราก็จะ Track ไปงั้นๆละทุก ชม. กว่าจะเจอเค้าก็หวานหมูไปแล้ว ก็คือเราติดกับดักเค้า

- ถ้าเรารู้จักพลิกแพลง เราก็แค่จับผิดว่าเค้าทำตอนไหนโดยใช้ Report ช่วย Report มันก็บอกนิครับว่า เวลานี้มีกี่ Click
โฆาณาเราไม่แสดงตอนไหน อะไรยังไง เยอะแยะ เราเอามาประยุคใช้ หรือรู้จักเอาข้อมูลที่เรามีอยู่มาประยุค เพื่อให้รู้ข้อมูลมากขึ้น
แล้วรู้จักสังเกตุ ทีนี้เราก็ลอง Test ดูเวลาที่โฆษณาเราไม่แสดง แค่นั้นก็รู้แล้วครับ ว่าเวลาที่ขายได้คือเวลาอะไร
ไปนั่ง งมเข็มในมหาสมุทรทุกๆ ชม. ตั้งนานจะเจอไหมครับ เจออาการ Bid บดบัง เข้าไปก็หาอะไรไม่เจอแล้ว


wanwan037



Addinfor
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, March 7, 2009

Orderism

เดี๋ยวอธิบายวิธีเลยแล้วกัน ถือว่าเป็น โบนัสกับคนคุยเป็นเพื่อนตอนดึกๆ แล้วเดี๋ยวลบวิํธีออก
คนอื่นๆค่อยเอาตอน ผมแจกอีกที ไม่รู้ว่าเคยทำกันรึป่าว
วิธีนะ
ผมจะบอกสิ่งที่ผมได้จากข้อมูลชุดนี้ละกัน
ข้อมูลชุดนี้มาจากเว็ป Shopping.com หน้า Top search ทุกคนก็รู้
ไม่รู้ว่าเห็นไรกันมั่งนะครับ แต่คัดออกไปเลยคือ KW ที่โอมบอก พวกที่เป็นMass อะ
แล้วทีนีั้เราจะได้รุ่นสินค้าที่ คนนิยม เป็นตลาดที่มีความต้องการหรือสนใจ เพราะถ้าไม่สนใจคงไม่รู้รุ่น
จนเอามาค้นหาจนเป็น Top search ได้ เท่ากับว่าเราไม่ต้องResearch หาเทรนด์เอง แต่เขาทำมาให้แล้ว
ที่ นี้เราเอา ชื่อรุ่นพวกนี้มาเข้ากระบวนการแปรรูป ดูว่าตัวไหนมั่งที่ เป็นBest ของอเมซอน ถ้าติดหน้า1 นี่เอาออกไปได้เลย อัตราการแข่งขันสูง เราเอาตัวที่ มันไม่ติดมาลองดู ที่ Yahoo หรือ Google
มีใครเอาลิ้งของ สินค้าตัวนี้ที่เป็นโดเมน Amazon ไปโฆษณา รึยัง ถ้ายัง เราก็เริ่มเข้ากระบวนการ Compare ราคาครับ ถ้ามันถูกสุด หรือว่า โปรโมชั่นดีกว่า เจ้าอื่น
ก็จับมาลองได้เลย ส่วนจะบิดเท่าไร KW แบบไหนผมว่าโอมบอกไปแล้วมะกี้

วิธี นี้มันได้ประโยชน์คือ เราไม่ต้อง Research ตลาดเอง เทรนด์ก็ค่อนข้างจะ+ สินค้าบางตัว ยัีงไม่มีโดเมนของamazonด้วยซ้ำ ผมเองก็เจอมาบ้าง ที่จริงเป็นวิธีง่ายๆ เว็บที่ให้ข้อมูลก็ รู้จักทุกคน แต่การเอาข้อมูลมาใช้ไม่เหมือนกัน แค่นี้เราก็ได้ สินค้า+KW ที่กำลังนิยม แล้วพอผ่านกระบวนการ เรายังได้เจอสินค้า ที่อัตราการแข่งขันน้อย แต่มีความต้องการในระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าไปเจอสินค้าที่ยังไม่มีโดเมน Amazonอยู่ เราอาจไปเปิดตลาดคนแรกเลยก็ได้
นี่เป็นวิธีหนึ่งที่ผมได้จากข้อมูลชุดนี้ โดยให้่ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า
ไ่ม่รู้ว่าเป็น Niche long tail ป่าวรอโอม คอนเฟริ์ม

ปล. ส่วนมากผมใช้กับ ELec นะเพราะมีชื่อรุ่น โทษทีพิมพ์นานไปหน่อย อีกแปบ ลบนะ
Orderism
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Friday, February 27, 2009

ในทีสุดก็ได้กับเขาซักที $$$$$$ 2 Addinfor

Code:
อ่านแล้วยังสงสัยครับ ใช้ Buying Keyword แต่ Keyword Buy coffee.. เค้าไม่ใช้หาข้อมูลกัน
แปลว่าต้องหาคำอื่นที่เหมาะกับ KW นั้นใช่หรือเปล่าครับ แล้วอย่าง Best price , cheap, Low price, Discount พวกนี้เหมือน Kw buy xxxx... หรือเปล่าครับ


เป็นการวิเคราะห์ครับว่า สินค้าประเภท Coffee เนี่ย คนรู้แล้วว่ามันคืออะไรถูกไหมครับ เพราะฉนั้นการที่เพิ่มคำว่า Buy ลงไป
ก็วิเคราะห์ได้ว่าเค้าต้องการที่จะซื้อ ไม่ได้ต้องการที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับ Coffee ดังนั้น % ที่เค้าจะซื้อก็จะสูงขึ้น
กว่าสินค้าประเภทที่คนต้องการหาข้อมูล หรือต้องการรู้คุณสมบบัติ ต้องวิเคราะห์สินค้าแบบนี้ กับ KW ให้สัมพันธ์กันครับ
ก็คือ Buy coffee เค้าไม่ได้ search เพื่อต้องการหาข้อมูล อาจจะไม่ 100% แต่ก็ลดความเสี่ยงได้เยอะครับ
ยิ่งถ้าใส่ Buy+ชื่อยี่ห้อ coffee แล้วคนก็ต้องการจะซื้อสูง
การหาสินค้าประเภทอย่างนี้ขายแล้วมาวิเคราะห์ดีๆก็ทำให้ลดอะไรได้หลายๆอย่างครับ



Quote
คุณ istupid ทำใน Adword หรือ YSM ครับ ใช้ kw แบบ ชื่อรุ่น+ยี่ห้อ ไปตรง ๆ เลยหรือเปล่าครับ เริ่มแทรกเป็นรัฐ เป็นเวลาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่าครับ...ขอโทษน่ะครับที่ถามมาก อยากรู้น่ะครับ...

adword กับ Yahoo ครับ ใช้ adword test แล้วก็เอาตัวที่ได้กำไรไปใส่ Yahoo ครับ
แรกๆ ของผมนั้น บอกไว้แล้วครับ ว่าขาดทุนย่อยยับ ที่ผมได้เดือนนี้ก็ได้จากการเก็บข้อมูลมาทั้งสิ้น
ที่ได้กำไรมาเดือนนี้ หักเฉลียกับที่ขาดทุนไปตั้งแต่ทำมา ก็ได้กำไรแค่นิดเดียวเองครับ
เพราะฉนั้น สินค้าที่ผม test ไป ผมก็ต้องเก็บข้อมูลได้หมด ถึงได้ขาดทุนมาหมดเหมือนกัน
เอาเป็นทางลัดละกันครับ เพื่อนๆจะได้ไม่ขาดทุนเท่าผม
เพื่อนๆ ลองใช้ gg insig' ดูครับ ดูว่ารัฐไหนน่าจะขายได้ เลือกในดวงใจมาซัก 3 รัฐ แล้วใช้
google adpreview ดูคนทำโฆษณาหรือปล่าวครับ ถ้าใช้ ลอง Search ด้วย Keyword
ในรัฐที่เราต้องการทำโฆษณาดูครับ ปกติจะเจอคนที่ทำโฆษณาอยู่ด้วย ถูกไหมครับ
ลอง search ทั้ง us แล้ว add ของคนนี้ขึ้น แล้วเราก็ลอง search ดูอีกที ทีนี้ search เป็นรัฐ
ถ้าคนทำโฆษณาเฉพาะรัฐ add จะมี 5 บรรทัด จะมีชื่อรัฐในบรรทัดที่ 5 ครับ
ถ้ายังไม่มีก็ลองไปทำโฆษณาดูครับ
ปกติผมจะเริ่มอย่างนี้ไม่ได้เลือกโฆษณาหมดทุกรัฐครับ แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ + กับการเก็บข้อมูล
ทีนี้เรื่องเวลา ผมจะ Test 24 ชม. ก่อนแล้ว Track ดูแล้วค่อยๆลดเวลาที่ขาดทุน ลงไป จะเหลือแต่เวลาที่ขายแล้วได้กำไร
เรื่อง Track ยังไงนั้นลองหาดูในบอร์ดนี้ดูก็ได้ครับ มีบอกไว้หมด
ผมก็จะได้โฆษณาที่มีประสิทธิภาพ โฆษณาเฉพาะที่ๆ มันขายได้ + เวลาที่ขายได้ ตัดตัวที่ค่าโฆษณาแพงแล้วไม่คุ้มออกเหลือแต่ที่คุ้ม
เท่านั้นเองครับ แล้วก็ใช้ความไวในการทำโฆษณานิดนึงครับ เพราะ
1. ผมไม่ได้ทำโฆษณาทั้ง US แล้วก็ทำตลอดเวลา
2. สินค้าที่ผมขายผมไม่ได้สู้กับเค้าใน Red Ocean
3. ต้องผสมเล็กผสมน้อยเอาครับ สินค้าชิ้นนึงอาจจะกำไรแค่ $10 ต่อวัน หรือต่อ 2-3 วัน แต่มันก็คุ้มครับ อาศัยสินค้าเยอะ
เฉลี่ยแล้วมันมารวมกันมันก็เยอะครับ
4. การแข่งขันทำโฆษณากันมันไม่มีอะไรที่บอกได้ว่าเราจะได้กำไรตลอด Pro ๆ เซียนๆ ก็โดนกันมาหมด ผมจึงรักสงบ

เพราะฉนั้น การที่เราทำโฆษณาเฉพาะรัฐแล้วบิทมากกว่าคนที่ทำโฆษณา ก็จะทำให้ add เราขึ้นแทนที่เค้าเฉพาะรัฐนั้น
รัฐอื่นโฆษณาเค้าก็ยังขึ้นอยู่ครับ เราก็เขียน add ให้สัมพันธ์กันกับที่เราโฆษณาในรัฐนั้นลงไป CTR & QS เราย่อมดีกว่าอยู่แล้ว


คุณ Addinfor จากที่คุณบอกว่าทดสอบสินค้าหมด หน้า 1-5 ทุกตัวทดสอบมาหมดแล้ว ผมอยากถามเกี่ยวกับอัตราส่วนระหว่าง สินค้าที่ทดสอบต่อสินค้าที่ทำกำไรน่ะครับ

ทดสอบ 100 ตัว เจอตัวทำกำไรโดยเฉลี่ยกี่ตัวครับ

1. test 7 วันมันต้องมีสินค้าที่ไม่มี imp ถูกไหมครับ อันนั้นตัดไปก่อน
2. + 7 วัน เป็น 14 วัน วิเคราะห์โฆณาสินค้าไหน bid น้อยน่าทำมี Order เล็กๆน้อยๆ ก็เอามันไว้ครับ
3. ก็จะเหลือสินค้าที่มา Test อีกประมาณ 10 ชิ้น (ประมาณนี้แหละครับ)
4. มันจะมีสินค้าที่นานๆ ทีจะมีคน search แล้วก็ซื้ออยู่ แต่นานๆ search ที ผมก็เก็บไว้ใน แคมเปญ นึงรอคนมาซื้อ wanwan020:
ทำไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรถูกไหมครับ
5. ใน 10 สินค้าที่มี Click กับ imp ดีๆ ต้องใส่ใจมันมากๆ ผมก็จะแยกมาทำอย่างที่ตอบคุณ kamao ข้างบนนั้นครับ
6. ก็จะได้สินค้า ถูกที่ ถูกเวลา เหลือประมาณ 5 ชิ้น (ประมาณเอานะครับอยู่ที่การวิเคราะห์) ผมก็จะทำโฆษณา
เฉพาะรัฐไปเรื่อยๆ สบายๆ ไม่ต้องไปแข่งกับใคร

สุดท้ายก็ต้องขยันครับ อย่าคิดว่ามันเหนือย วิเคราะห์สินค้า วิเคราะห์ตลาดดีๆ สังเกตุบ่อยๆ เก็บข้อมูลเยอะๆ

แล้วก็อีกอย่างนึงที่ผมใช้ก็คือ Mass Product + Niche Keyword
Mass Product ของผมก็คือจะดูว่าสินค้าในหมวดหมู่มารวมกันแล้วขายครับส่งไปยังหน้า LP amazon เองเลยครับ
ยกตัวอย่างเช่น Zune MP3 ขายได้หลายรุ่นถูกไหมครับ (ไม่แน่นะ wanwan016) ผมก็ใช้หน้าที่มี Zune mp3 หลายๆรุ่น
มารวมกัน แล้วก็ลองใส่ Niche Keyword ลงไปเช่น Zune ...(รุ่น)...... ลงไปหลายๆ Keyword เอาแต่ niche ๆ นะครับ
ใส่ Keyword ของสินค้าที่มีใน LP ของ Zune ลงไป แล้วลองไป test ทำโฆษณาดูครับ
เพราะว่ายังไง เค้าต้องการซื้อ Zune แบบที่ 1 แต่เปลี่ยนใจไปเอา Zune อีกแบบ เราก็ยังขายได้อยู่ ถ้า KW เรา Niche จริงๆ

อันนี้ต้องวิเคราะห์ดีๆ นะครับ ไม่ใช่สุม4สุม5 ไปทำจะโดนแต่ Click ไม่มีข้อมูลว่าขายได้อย่าทำครับ wanwan012
เรามีสินค้าที่ขายได้เป็นหมวดหมู่อยู่แล้ว ต้องรู้จักทำให้มันได้กำไรมากขึ้น หรือขายได้มากขึ้นครับ


สู้ๆครับ wanwan012
Addinfor

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, February 26, 2009

Trend แล้วก็รัฐไหนขาย Addinfor

ที่ถามเรื่อง Trend แล้วก็รัฐไหนขายอะไรนั้นก็คือ

Trends สินค้า
1. แรกๆ เลย ผมใช้ หมวดหมู่สินค้า Search ที่ google trends ก่อนครับ ว่าสินค้าประเภทนี้นิยมซื้อกัน เดือนไหน
เช่น หมวด buy camera หมวด buy navigator แล้วก็ Search แล้วดู กราฟ ว่าช่วงไหนขายดี ก็ขายช่วงนั้นครับ
2. ดูตาม Blog, ที่เกี่ยวกับสินค้านั้น ดู website ว่ามีการ Comment ว่ายังไงบ้าง Comment สินค้าอะไรกัน
แล้วก็ดูเวลาที่เค้ามา Comment กันว่าอยู่ช่วงประมาณกี่โมง เพื่อให้รู้ว่ามันชอบเข้า net ตอนนี้นะ แล้วก็ลองทดสอบดูครับ
3. แล้วก็กลับมาเลือก Product ไปทดสอบเลือกเอาหมวดหมู่เดียวกัน มาประมาณ 3 ชิ้น ที่เค้าพูดถึงกัน โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทำโฆษณา
บางสินค้าดูที่ google trends อย่างเดียวไม่ได้ข้อมูลมากนัก สำหรับผมนะครับ wanwan012
4. ปกติเวลาผม test สินค้าผมก็จะ เลือกมาเกือบหมดทั้งหมวดหมู่เลย (เป็นรุ่นๆ) แล้วก็ค่อยๆ ตัดออกไป แต่สำหรับพี่ๆ แล้วแต่นะครับ wanwan018
อ๋อ แล้วก็อีกเรื่องนึง อย่าคิดว่าสินค้าเก่าๆ ที่ไม่มีอะไรเลย จะขายไม่ออกนะครับ อยู่ที่เราทดสอบและวัดผลครับ

เรื่องรัฐไหนขายอะไร
1. Geography ช่วยได้ครับ ช่วงแรกผมศึกษา ภูมิประเทศก่อน รัฐไหน hit อะไร อย่างเช่น ไม้กอฟ์ล ก็ขายรัฐที่มีสนามกอล์ฟเยอะๆ
คุณเคยรู้ไหมครับว่า รัฐไหนชอบเล่นไวโอลีนเยอะ รัฐไหนคนชอบปีนเขา ? ถ้ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากๆ ยิ่งดีครับ เราก็ยิ่งจะขายถูกจุด
โอกาศที่จะขายได้มันก็เยอะขึ้นครับ
2. ลอง Search Keyword โดย Search ในรัฐนั้นดูครับ อาจจะเจอ Web หรือ Blog ที่คนเค้าชอบพูดคุยกัน
เวลา search google ดูหน้า 2-3.... ด้วยก็ดีครับ บางทีข้อมูลดีๆ แต่ไม่ติดอันดับก็มีเยอะ เราก็จะรู้เรื่องราวคล้ายๆ อยู่ที่รัฐนั้น
ยกตัวอย่าง hi5 สมมุติว่าฝรั่งอยากขายของที่ประเทศไทย ก็เค้าไปสมัคร hi5 แล้วก็สวมลอยสิครับ สืบข้อมูลอร่อยเลย
แล้วก็ website ที่ Review สินค้า ปกติจะมี Comment ก็เข้าไปดูครับ เช่น โอ้ววว อยากได้ Zune mp3 มากก พรุ่งนี้ฉันจะซื้อมัน
อะไรประมาณนี้แหละครับ


มันเป็นแค่ข้อมูลเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถหาได้ครับ
แต่ผลเป็นยังไงนั้นต้องทดสอบครับ ที่ทำไปเดพื่อลดความเสี่ยงลง


ขอบคุณครับ wanwan012
Addinfor
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, February 24, 2009

เปลี่ยนจากมองสินค้ามามองตลาด Threst ๒

พี่เบสครับ ตอนนี้ผมขายสินค้ายี่ห้อหนึ่งอยู่ มีหลายรุ่นมากๆ

ถ้าเกิดเรารู้ว่า สินค้านี้เรามาถูกทางแล้ว เราหาจุดขายได้

แต่ตอนนี้ผมอยากลองแบบไปหาอ่านตามเว็บบอร์ดที่เกี่ยวกับสินค้าหรือ วิธีการเอาสินค้าผมไปใช้

เพื่อที่จะเอามาวิเคราะห์หาสินค้าออกใหม่และ ก็หาสินค้าที่น่าจะขายได้แบบเจาะจงไปเลย

เพราะเวลาผมจะซื้อไรทางเน็ตผมมักจะไปอ่านข้อมูลในเว็บบอร์ดก่อน ว่าเขาว่าอันไหนดี

แล้วค่อยไปหาซื้อ และอีกเหตผลสำคัญคือ ผมจะสามารถรู้ได้เลยว่าสินค้าตัวไหนออกใหม่บ้าง

แล้วมันดียังไง ผมคิดว่า ถ้าเรารู้ก่อนเราน่าจะนำมาโฆษณาเพื่อหาผลกำไรได้ก่อน

พี่เบสว่าดีรึป่าวครับวิธีนี้

วิธีนี้ดีนะครับ แต่ให้ดียิ่งกว่าต้องลองครับ เผื่อว่าคอนเซปเรามาดีแต่พอปฎิบัติมันไม่เป็นดั่งใจ แล้วเราจะทำอย่างไร?(ควรวิเคราะห์ต่อว่าเพราะอะไร)

เหมือนอย่างเบสตอนไปบอร์ดนึง แล้วพบว่ามีคนมาถามหาสินค้าชนิดหนึ่ง ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะโพสลงบอร์ดเลย(เสนอขาย) หรือรีบเอาไปทำPPC
แต่ ว่าเบสกลับเฉยๆๆ เพราะว่าบอร์ดนั่นมันเป็นของเว็บขายของเจ้านึงที่ไม่มีaff. แปลว่าเขามาถามหาของกับเว็บนี้หรือขอข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ฯลฯ (แต่ก็มีเคยเอามาลอง Grin impต่อเดือนแทบไม่มีหรือไม่มีเลย)

ยังไงก็ต้องไปลองครับ จะได้รู้ว่าอะไรเป็นยังไง มีข้อมูลเยอะๆๆก็ดีกว่าไม่มีเลย วันนี้ไม่ใช้ วันหน้าเราอาจจะอยากใช้ครับ


เพิ่มเติม

เราขายของให้ผู้คน ฉะนั้น ตลาด คือ ผู้คนที่มีความต้องการของหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสองอย่าง

เราก็Mix & Match ครับ มันหน้าที่ของaffiliatesอย่างเราๆๆเลย

ใคร เรียนการตลาดมาก็เอามาใช้นะครับ เพราะมีวันไหนไม่รู้ไปคุยกับคนเรียนทางนี้และทำaff. เขาบอกว่า"นึกว่าเบสเรียนการตลาดมาซะอีก" "อ่อ ทำaff.ก็ใช้หลักการตลาดนี้เอง" คุยครั้งนั้นเลยรู้เรื่อง4 P.

price place product Promotion


Edit ****

ที่เบสบอกว่า ในเมื่อรู้แนวการหาสินค้า น่าจะรู้ตลาดด้วย เดียวจะยกตัวอย่างให้

อย่างตอนเดือนธันวานั้นเองที่เบสทำมา (ตย.นี้ก็อันเดียวกับที่เขียนลงeMagazineเดือนที่แล้ว)
ตอน แรกเบสไปsurvey ที่gg. trendsใช่ม้า มันทำให้เบสรู้ว่าอันนี้คนฮิต (ช่วงสิ้นปีคนมันต้องหาของเล่นให้ลูกๆๆอยู่แล้ว คริสมาส ปีใหม่ ฉะนั้นแค่หาของที่คนกำลังสนใจ) เบสก็เลยเอาไปโฆษณา ตอนนั้นเบสมั่นใจมากเหมือนที่เขียนลงeMagazineน่ะแหละ เพราะมีข้อมูลไง

ข้อมูลเช่นที่บอกไป แจกแจงให้ก็ได้

1.ช่วงสิ้นปีคนมันต้องหาของเล่นให้ลูกๆๆอยู่แล้ว คริสมาส ปีใหม่ ฉะนั้นแค่หาของที่คนกำลังสนใจ เบสิคมากอันนี้
2.ไปsurvey ที่gg. trends
3.จำได้ว่าเข้า GG. Insightด้วย เอาไปเช็คน่ะ กำลังมาจำได้
4.ดู3 PPC อันนี้ดูคนโฆษณาเฉยๆๆ แค่ขี้เกียจสู้คนอื่น บังเอิญที่YSMมันว่าง (msnก็ว่าง gg.จำไม่ได้) จำได้ว่าที่ysmคนโฆษณาไม่มาก
ฉะนั้น%จะขายได้เลยสูงขึ้นไปอีก (บิดได้ต่ำด้วย)

ผลก็อย่างที่รู้ขายได้เยอะ

แต่ จากจุดนี้ (เข้าประเด็น) มันทำให้เบสรู้ไงว่า "อ่อ ควรขายพวกนี้ นี่เอง" บอกให้ก็ได้ครับ เบสขายของเล่นช่วงนั้น เน้นขายให้เด็กผู้หญิง หมายถึงที่ยกตัวอย่างนี้นะ

จากสินค้าที่พบจากgg. trends ทำให้เบสได้ตลาด คือ ของเล่นเด็กผู้หญิง คนซื้อน่ะคงไม่ใช่เด็ก แต่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง
และมี%ที่ขายได้สูงแน่ไม่ว่าถูกหรือแพง พ่อแม่ล้วนหาของดีที่สุดให้ลูก ยิ่งจะสิ้นปีด้วย

แบบนี้ละครับ (ทำให้ได้อีกหนึ่งตลาดสิ้นปีมา)
Threst
บล็อกของนาย จ.จื้อ

เปลี่ยนจากมองสินค้ามามองตลาด Threst

ทำไมไม่ลองเก็บข้อมูลสักเดือนสองเดือนดูก่อนละเพื่อความมั่นใจ
(กรณีสินค้ามันก็ใช่ว่าจะขายออกทุกวันในหนึ่งตัว)

เราจะได้มีข้อมูลมั่นใจได้ว่า "เออ !!! ค่อยคุ้มtrackแบบ เวลา วัน รัฐ เมืองหน่อย"


ส่วนสินค้าไหนที่มันขายไม่ได้ก็ไม่ควรรีบหยุด ถ้าเกิดปกติขายได้ อย่างที่บอกเก็บข้อมูลนานๆๆ
อ้างถึง

กำลังสงสัยว่า ต้องหาสินค้าขายดีมาเพิ่มอีก แล้วหัดลงบิดเป็นรัฐๆ

หรือ หาสินค้า long tail อัดเข้าไป อีก เพื่อทดสอบ
Bestseller หรอ? ลองเลือกวิธีที่จะใช้สักวิธี แล้วทำหรือศึกษาจนแตกฉานก่อนไปทำวิธีอื่นดีมั้ย?

ทำ หลายmethodพร้อมกันใช่ว่าดีเสมอไป (อย่างที่ก้องดูสับสนในตอนนี้) ลองเลือกสักวิธีหรือร่างแผนการของเราเฉพาะขึ้นมาเลย แล้วทำตามนั้นไม่วอกแวก

ก้องก็อ่านกระทู้Reportเบสนี้ เราแข่งกับตัวเองใช่คนอื่น ทำกำไรแสนให้ได้เร็ว แต่เสียสุขภาพ สับสน ไปๆๆมาๆๆ อาจจะกลายเป็นทำเงินแสนได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น


ถ้าลองทำอะไรให้ช้าลงสักนิด เบสว่า อาจไม่ต้องถึงสิ้นเดือนหน้าก้องอาจใกล้คว้ากำไรแสนบาทแล้ว

ลองคิดดูแค่นี้ก้องก็ทำเงินได้มากแล้วนะ แปลว่าอะไร?


มีปริมาณสินค้าที่ทดสอบมาแล้วว่าขายได้ (ทดลองแล้ว) รู้ด้วยว่าควรขายตอนไหน ขายดีไม่ดีตอนไหน
รู้ด้วยว่าควรทำในตลาดไหนบ้าง : ขอให้เมียงมองมาที่ตลาดนะ เล็งภาพเล็ก(สินค้า)มามากแล้วนี้ ถึงเวลาหันมาดูภาพใหญ่(ตลาด)หน่อย

พบตลาดที่เหลือแค่ใส่สินค้าลงไป วิธีแค่นี้ที่เบสใช้หลักๆๆ และนำไปสอนรุ่นน้องต่อ รู้มั้ย? รุ่นน้องเบสมันแตะเงินหมื่น(ดอล)ไปก่อนเบสตั้งนาน(เพราะเบสพยายามเน้นให้มอง ไปที่ตลาดเสมอ น้องเขาก็เห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆๆจนเข้าใจ)

ลองผ่อนคลายตัวเองหน่อย

อีกอย่างไม่ได้ทำงาน ตอนแรกเอาแค่มีเงินดำรงชีพก่อนพอ เบสว่ากำไร สักหมื่นห้าถึงสามหมื่นบาท ก็เหลือแหล่

หลังจากนั้นค่อยโฟกัสกำไรแสนบาทก็ไม่สายนะครับก้อง Cheesy
Threst
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, January 27, 2009

electronics นี่ สินค้ามันมีช่วง cycle ของมัน Dollarslism.

ถาม คนทำ adword หน่อยครับ จำเป็นต้องเช็คทุก campagin ทุกวันหรือเปล่าครับ ถ้าทิ้งไปซัก 1 สัปดาห์ ปล่อยให้มันรันไปเรื่อยๆ จะเป็นยังไงครับ


แล้ว แต่ Market และ Products ครับ ถ้าเล่นแบบพวก amazon products เป็นตัวๆ อย่างพวก electronics นี่ สินค้ามันมีช่วง cycle ของมัน ต้องขยันดูบ่อยๆ แต่มันก็มีบางตัวที่กินได้นาน
แต่ถ้าเล่นแบบ kw กว้างๆ อันนี้ก็อาจจะกินได้นาน แต่เจ๊งซะเยอะถ้าเล่นแบบนี้ ยกเว้นช่วง High Season จริงๆ

สำหรับ ผมถ้าช่วง test products ก็ดูทุกวัน แต่ถ้าผ่านช่วง test ก็นานๆ ดูที บางแคมเปนที่มันนิ่งๆจริงๆ ก็ดูเดือนละครั้ง ยิ่ง Aff ของประเทศที่ไม่มีคู่แข่งนี่ ปีนึงดูครั้งยังได้ (แต่ส่วนใหญ่จะดูเมื่อยอดตก)

ถ้าเราพอใจกับยอดที่ได้ ทำไปซักพักก็จะรู้สึกเหมือนมันไม่มีอะไรทำ 555 (คนอื่นเป็นรึเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมเป็น) ต้องหาอะไรมากระตุ้น เช่น ตั้งเป้าให้สูงขึ้น จาก 1,000 เป็น 10,000 เป็น 100,000 เป็น 1,000,000 ...

ฝากนิดนึงสำหรับคนที่จะเล่น PPC (Adwords, YSM, Adcenter ..etc) ต้องพยายามหาแนวทางของตัวเองให้เจอ โดยศึกษาจากประสบการณ์คนอื่น จะช่วยให้เราจับทางได้เร็วขึ้น ลองคิดอะไรที่แตกต่างบ้าง(think different) คิดแล้วลงมือทำด้วย... Learning by Doing (แต่ถ้า Learn แล้วนิ่ง คนอื่นก็วิ่งแซง)

Dollarslism.
ยิ้ม


บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, January 17, 2009

สินค้าน่าขายในช่วงนี้+วิธีหาสินค้าของผมทั้งหมด+การบริหารแคมเปญ : มาเฟียอินเลิฟ

สวัสดีครับเพื่อนๆ และพี่ๆ น้องๆ ที่น่ารักทุกคน
ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อน ผมชื่อ มาเฟียอินเลิฟ แต่ก่อนผมใช้แต่สายดำ (Black Hat)
มาตลอดเลย เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่ามันลุ้นดีครับ และได้เงินเร็วมากๆ ด้วย แต่โอกาส
ที่จะโดนแบนก็สูงไปด้วยเช่นกัน ปัจจุบันผมเลยต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยใช้แบบหมวกขาว (White hat)
แทนครับ วันนี้ผมเพิ่งพิมพ์เอาตอน 2 ทุ่ม กว่าจะเสร็จเกือบเที่ยงคืน

ประวัติโดยสังเขป
ชื่อเล่น: โอม
เกิดวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2528
อายุ 23 ปี ครับ
ยังโสดครับ

Black hat คือไร
คือ การแกล้งคู่แข่งครับ ให้จ่ายเต็มจำนวน หรือ โดนแบนไปเลยครับ ชีวิตอาจจนอนไม่หลับ
ตื่นเต้นทุกวินาทีที่ทำ ออกแนวมันจะจับเราได้รึเปล่า
แต่ผมจะเน้นให้น้อยหน่อยละกันครับ กลัวว่าอาจจะโดนอีกไม่ใช่น้อย T-T

White Hat คือไร
คือ การใช้แบบสงบสุขครับ ไม่มีไรให้น่าตื่นเต้น ชีวิตสงบสุข ลุ้นแค่มีคลิก แล้วมีออเดอร์ รึเปล่าแค่นั้นครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบ White Hat

เลือกสินค้ายังไง

ผมเลือกทั้ง 3 แบบครับ

แบบที่ 1
เลือกแบบหาจาก Bestsellers หมวดไหนก็ได้ หาสินค้าที่มี ราคา 50-500 เหรียญ เอาแค่อันดับ 1-24 พอครับ แล้วเอามาขาย
แบบนี้เสี่ยงครับ แต่กำไรสูงมาก รู้ผลเร็ว

แบบที่ 2
เลือกแบบหาจาก Kw ผมชอบแบบนี้ ทราฟฟิก แรงมากๆ โดยผมจะเอาชื่อหมวดนั้น มาลองใส่ในกูเกิล
KW TOOL ดู แล้วแตกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอยี่ห้อ+รุ่น แล้วมี Imp. พอประมาณ แล้วไปดูเทรน+วิจัยตลาดด้วยแบบนี้เหนื่อยครับ แต่คลิกกันกระจุย รายได้พองามครับ

แบบที่ 3
เลือกแบบ หาจาก What Do Customers Ultimately Buy After Viewing This Item?
ถ้าจะ pay save จริงๆ ผมว่าน่าจะซักประมาณ 80% ขึ้นไปครับ ผมเคยขายสินค้าอยู่ชิ้นนึง
What Do Customers Ultimately Buy After Viewing This Item? 92%
ผมขายได้และแอดผมเด่นสง่าเลย ประมาณ 3 อาทิตย์แล้วเทรนเริ่งร่วง ผมก็ชิ่งเลย
คู่แข่งสินค้าประเภทนี้จะน้อยมากๆ บางทีอาจจะไม่มี Amazon โฆษณาเลยด้วยซ้ำ
คลิกน้อย รู้ผลช้า กำไรสูง ต้องหมั่นขยันหาสินค้าครับ

ดูเทรนไหม
แน่นอนครับ ว่าต้องดูครับ เพราะว่า เราขายสินค้าที่อยู่ในเทรนเนี่ย มีโอกาศขายง่ายมากกว่าครับ
แล้วเลือกยังไง ผมเขียนไว้ให้แล้วครับ
http://forums.thaisem.com/index.php?topic=6337.0

ทำ market research ไหม
มีเวบพวกนี้เยอะครับ ที่เป็นคู่แข่งอเมซอน บางทีขายตัดหน้าเราด้วยง่ะ เน้นเลยนะครับ ว่าต้องทำครับ
หาให้ถูกกว่าเจ้าอื่นให้ได้ครับ ถ้ามันขายถูกกว่าเราเราก็เอามั่ง ไปสมัครกับเวบนั้นเลย แล้วบิทจ่อมันไปเลยครับ

หาสินค้าวันละกี่ชิ้น
- ถ้าใน YSM ยังเหมือนเดิมครับ วันละ 30 ชิ้น นี่เป็นกระทู้ที่ผมเขียนไว้ครับ
http://forums.thaisem.com/index.php?topic=6462.0
- แต่ถ้าใน Google Adword สัปดาห์ละตัวครับ เพราะเราต้องเก็บข้อมูลเยอะมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ
สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปนี่มีสิทธิ์ ม้วยได้เลยนะนั่น
- ส่วน Adcenter เคยทำเหมืนกันครับแต่ช่วงนี้ ยังไม่มีเวลาไปทำเลยครับ

หามาแล้วทำยังไงอีกอ่ะ
ถ้าทำใน Google Adword เตรียมเหนื่อยได้เลยครับ เพราะผมจะสร้าง แคมเปญออกมา 7 แคมเปญครับ
ต่อ 1 สินค้า เพื่อทดสอบว่าวันไหนขายดีครับ ผมหา Kw โดยเอาชื่อรุ่นกับยี่ห้อมาบิทให้เป็น Niche เท่านั้นไม่เติม Prefix+suffix ผมแยกออกมาเลยให้เป็น Idel Adgroup อย่างเดียวแล้วทดสอบ 20 click ทุก Kw
ย้ำนะครับว่าทุก KW สินค้าชิ้นนึงผมใช้ KW แค่ 5 KW เท่านั้นครับเสร็จแล้วผมก็จะตัด Kw ที่ไม่กำไรทิ้ง
ผม บิทเป็น [Exect] เท่านั้นครับขนาดสินค้าที่ผมขายอยู่ใน amazon ปัจจุบัน อยู่หน้า 3 ล่อไปตั้งเกือบวันละ 30 click เดือนนึงล่อไปเกือบพันคลิก โดยตั้งงบไว้เลย สินค้าละไม่เกิน $100

เคยทำแล้วไม่เห็นกำไรเลย
อ้าว แบบนั้นมันก็คงเป็นที่ สินค้าแล้วครับ บางทีอาจจะหมดเทรนไปแล้ว ลองหาสินค้าใหม่ครับ
หรือถ้ามันยังขาดทุนไม่มากลองเพิ่ม Kw ดูครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------
ทุกคนเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเราขาดทุนกับสินค้าชิ้นนี้แล้ว ทำไมอเมซอนยังขายได้อีก
เพราะว่าเราแท๊กไม่ละเอียดครับสินค้ามีคู่แข่ง เจ้าท่งที่ผมไม่สนหรอกครับ ถ้าผมแท็กละเอียดยิบเมื่อไหร่
ผมมีโอกาศชนะได้เกือบ 70% ครับ

หาสินค้ายังไง
ผมก็ใช้ Zuula นั่นแหละครับ พอเราเอาชื่อรุ่น + ชื่อสินค้า มาเสริช์แล้ว ปรากฏว่ามี Ads amazon.com
ทั้ง 3 เจ้า ทั้ง GG, YSM,MSN ผมก็จะชาโดว์เข้าไปเป็นช่วงเวลาครับ โดยใช้ "เทคนิคแทรกซึม" เข้าไป
สินค้าพวกนี้แนะนำให้เป็นหมวด Elec ครับ

"เทคนิคแทรกซึม" คืออะไร
มันคือการ โฆษณาเป็นเวลาครับ โดยแท็กให้ละเอียดยิบที่สุดครับ สมมุติว่าผมโฆษณาที่ adword ละกัน
Imp. ผมไม่ขึ้นตอนช่วงตี 2 - ตี 5 ผมก็รู้แล้วว่าช่วงนั้นเป็นช่วงทำเงินของคู่แข่ง ผมก็จะพยายามแท็กให้
ละเอียดกว่าคู่แข่งครับ เช่น ผมจะแท๊กแยกแคมเปญออกมาตอนช่วง ตี 1
1 แคมเปญ ตี 2 ก็อีก 1 แคมเปญ จนกว่าจะครบ ตี 5 ครับ แล้ว ส่วนใหญ่ผมจะเจาะเข้าไปได้ครับ

แล้วยังงี้ไม่ขาดทุนเหรอ
ก่อนแย่งควรสร้าง CTR, QS ให้เทพก่อนนะครับ ไม่งั้นขาดทุนแน่นอนครับ ในช่วงแรก เพราะเราไม่รู้ไรเลย
แต่ถ้าเราแย่งได้เราก็จะแมนมากครับ

มีวิธีสร้าง CTR,QS เทพไหม
มีครับ แต่ต้องเป็น Account ใหม่นะครับ คือเราต้องสร้าง account ขึ้นมาใหม่เลยแล้วใส่
Kw Super niche ลงไป เช่น [Low price Playstation 3 80GB Console On sale]
แล้วคลิกเองสักวันละ 4-5 click ครับ ประมาณ 10-15 วัน ครับเท่านี้เราก็จะได้ QS. เทพมา
เสร็จแล้วค่าบิทเราจะลดฮวบเลยครับ แล้วเราก็จะแย่งได้อย่างง่ายดายครับ แต่อย่ามั่นใจนักนะครับ
ว่าเราจะชนะทุกสินค้า มันมีความเสียงที่ซับซ้อนอีกเยอะครับ

แล้วแบบนี้เราควรทดสอบกี่คลิก
เอาเป็นว่าถ้าใช้เทคนิค แทรกซึมแล้วยัง ไม่กำไร ชิ่งที่ 20 click ได้เลยครับ

โดน invaid click ทำไงดี
ผมเคยโดนนะ แต่ไม่ค่อยอยากให้ทำคือเราต้อง Click คู่แข่งแบบธรรมชาติครับ อาจจะ locop
เค้าก่อนแล้วก็คลิกแอดเค้า ชม. ละ 1-2 click 8-10 ชม. คู่แข่งจะงงไปเองเอ๊ะทำไม ขายไม่ออก
แบบนี้เราก็จะกลับมาแมนในตำแหน่งเดิม กว่าที่ YSM,Adword จับได้ เราก็ไปไกลแล้วครับ

--------------------------------------------------------------------------------------

เรามาเอาใจคนที่ใช้ YSM บ้างครับ

วิธีหาสินค้าของผมก็เหมือนกับกระทู้ที่ผ่านมาครับ หาวันละ 30 สินค้าเหมือนเดิม แล้วบิทต่ำๆ ปรับ CTR
เอา เองครับ แล้วอันดับมันก็จะขึ้นมาเองครับมีวิธีแบบ Adword ไหมอ่ะ มีครับ ชีวิตผมใช้ YSM มากกว่า adword ซะอีกง่ะ (แบบธรรมดา) นี่เป็นกระทู้ที่ผมเคยเขียนไว้ครับ
http://forums.thaisem.com/index.php?topic=6462.0

วิธีคือ ให้เลือก สินค้าแบบที่ 1 แบบ (Advance)
เลือก แบบหาจาก Bestsellers หมวดไหนก็ได้ หาสินค้าที่มี ราคา 50-500 เหรียญ เอาแค่อันดับ 1-24 พอครับ แล้วเอามาขายบิทสูงๆ ไปเลยแล้วหมั่น monitor Kw ไว้นะครับ โดน 1 คลิกแล้วรีบ locop ลงมาเลยครับ เดี๋ยวเราจะโดนไม่ใช่น้อย ส่วนจะสลัดคู่แข่งหลุดไม่หลุดนั้น ขึ้นอยู่กับกึ๋นแล้วครับ บางทีผมเองก็โดนงาบไปหลายสินค้าแล้วนะ ทริกเล็กน้อย แล้วแต่นะครับ [จะคลิกแอดของคู่แข่งหรือไม่คลิกก็ได้] แต่ผมไม่ค่อยอยากให้ทำง่ะ มันบาปครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วไหนล่ะสินค้าขายดีที่สัญญาไว้เมื่อคืนง่ะ
ผมมานั่งคิดหาสินค้ามาหลายอย่างแล้ว สุดท้ายผมก็มีสินค้าที่มีคนซื้อกันทุกๆ วัน เช่น เสื้อกันหนาว กระติกน้ำร้อน ถุงมือ รองเท้าบูต
สกี สโนว์บอร์ด เครื่องกวาดหิมะ ผ้าพันคอ เยอะแยะครับ ลองคิดดูครับว่าถ้าเราหนาวเราจะทำยังไง นั้นแหละครับ คือคำตอบของผมในการหาสินค้า

------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่เขียนมาทั้งหมดเนี่ย ทำสำเร็จยัง หรือว่าแค่ทฤษฏี
โห! ถามแบบหยามมากเลยนะนั่น เดือนธันวาคม ผมฟันกำไรเกือบ 7 หมื่น ทุนไม่มากเท่าไหร่ครับ

อยากฝากอะไรไว้ไหม
อืม! จะบอกไงดีอ่ะ ผมโลดแล่นกับ PPC ทั้ง 3 มาเกือบปีเศษๆ แล้วเห็นคนบาดเจ็บล้มตายไปก็เยอะเหมือนกันครับ อยากฝากว่า หมวกดำนั้น ใช้แล้วมันไม่ดี ต่อสุขภาพจิตจริงๆ ครับ เอาไว้แค่รู้พอละกันนะครับ อันที่จริง
ผมมีอีกเยอะมากมายจริงๆ แต่ผมเข็ดง่ะ ครั้งที่แล้วผมก็โดนไปเยอะเหมือนกัน เสียใจมากเลยครับ

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะบอก
ผมว่าคงเป็นเรื่อง ราคาบิทครับ ผมว่าเรื่องนี้มือใหม่เนี่ย จะใจร้อนมากๆ ครับ บางทีเห็นแอดไม่ขึ้น
บิทไปนู่นเลย 1-2 เหรียญ ปรากฏว่าขาดทุนกันเป็นแถวมันต้องควบคู่ไปกับการเพิ่ม CTR ไปด้วยครับถึง
จะเห็นเป็นกำไร ผมมองว่าเป็นการลด CPC มากกว่าครับทำไมถึงบอกยังงั้น เพราะว่า ผมคนนึงแหละที่ไม่
อยากลดบิท กลับกันด้วยซ้ำ ผมเพิ่มบิท เพื่อไม่ให้คู่แข่ง มาบิทแข่งกับผมง่ะ

ทำไงล่ะให้ CPC ลดลง
เราก็ต้องปรับ CTR เอาครับ ให้มันมีค่าสูงๆ ไว้ อันดับเราก็จะเขยิบขึ้นไปเองครับ แล้วราคาค่า CPC
เราจะลดลงมาเองครับ

สรุป แนวทางที่ผมทำแบบปัจจุบัน
ผม เลือกสินค้าส่วนใหญ่เป็นแบบที่ 2 บิทไปเลยที่ 1-3 นู่นเลย $5 อย่าเอาอย่างผมนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน โดนคลิกปุ๊ปแล้วรีบลดบิทลงมา รีบตัด Kw ไม่ทำเงินทิ้งไปเสร็จพยายามแท็กให้ละเอียดที่สุด โดยการหาวันและเวลาที่เราเก็บสถิติมา แล้วทุ่มบิทไปวันนั้น และ เวลานั้นและพยายามเพิ่ม CTR ให้ดีอยู่เสมอๆ ครับ บางทีเราต้องยอมขาดทุนบ้างครับ สัก สัปดาห์นึงแล้ว ค่า CPC จะลดลงมาเองครับ ในกรณีที่เราขายได้นะ แต่ถ้าใน 100 click (5 kw *20 click) แล้วไม่มีออเดอร์เลยเนี่ย เตรียมเผ่นได้แล้วครับ ส่วนใหญ่ถ้าทำแบบวิธีทั้งหมดตั้ง
แต่หาสินค้าเลือกเทรน วิจัยตลาดแล้ว ทุกอย่างพร้อมเนี่ย โอกาสที่จะขายไม่ได้เลยเนี่ย แทบจะไม่มีหรอกครับ
อาจจะได้บ้างแต่ขาดทุน ถ้าขาดทุนเราก็ต้องแท๊กให้มันละเอียดกว่าเดิมครับ

ปล. ขอร้องนะครับ อย่า Quote ข้อความของผม แต่ถ้ามีคำถามก็ quote ได้ครับ แต่ผมขอร้องนะครับ เมื่อได้คำตอบแล้วขอให้ลบออกครับผมไม่อยากโดนด่าอีกครับ แต่ถ้า quote เพื่อจะมาแซวนี่ยินดีครับ

ขอบคุณมากเลยครับ ที่ตามอ่านกัน ว่างๆ เดี๋ยวผมจะมาเขียนภาค 2 ให้อ่านใหม่อีก คนนอนดึกนี่มีเฮนะนั่น

มาเฟียอินเลิฟ

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, January 15, 2009

มือใหม่ ไม่อยากขาดทุน อ่านกระทู้นี้ก่อนทำ (เรียบเรียงแล้ว)

การหาสินค้า

วิธีการหาสินค้าต่างๆ ของและคนต่างกัน แล้วแต่จะมีการหาสินค้ายังไง แต่สินค้าที่ดีต้องมี

1. มี Rating ดี
2. มีคน Review ดี (อ่านดูด้วนนะครับว่าเค้า Review ดีแค่ไหน)
3. มี Free Shipping (อันนี้ไม่สำคัญเท่าไรดูว่าราคาถูกกว่า Website อื่นก็ไม่ค่อยจำเป็น)
4. ราคาถูกกว่า Website อื่นๆ ที่ขาย
5. สินค้าวางจำหน่ายแล้วไม่ควรเกิน 2 ปี
6. มี What Do Customers Ultimately Buy After Viewing This Item มากกว่า 40% (มากน้อยไม่สำคัญอยู่ที่ Keyword)
7. Product Details & Product Description ต้องอธิบายสินค้า ครบถ้วน ยิ่งมีอธิบายมากยิ่งดี
8. มี Video ให้ดูยิ่งดี (ไม่มีก็ได้)
9. อยู่ในความต้องการของตลาด (Trends ดี) คืออยู่ในช่วงกราฟขึ้น
10. ดูใน Google adword Tool ว่าชื่อสินค้านั้นมีคน Search มากพอสมควร และก็เอา Keyword นั้นแหละมา Test เบื่องต้น

วิธีการหาสินค้าแบบอื่นๆ คือ

ดู Top Search ใน Shopping.com bizrate.com และอื่นๆ เพื่อหาสินค้าที่คน Search มาทำการขาย แต่ก็ควรดูด้วยว่าสินค้านั้น ราคาถูกหรือปล่าว
ของ amazon ถูกที่สุด หรืออยู่ในเกณพอๆ กัน web อื่นๆ

สำรวจคู่แข่ง

ดู ใน Google.com adpreview หรือ Zuula.com ว่ามี คนใช้ Url. amazon.com หรือปล่าว โดยการ Search ตาม Keyword ที่เราหามา นอกจากนั้นควรดูคู่แข่งเจ้าอื่นๆ
ด้วย ว่าขายอะไรใน Keyword นี้ เหมือนกับเราไหม ราคามากกว่าหรือน้อยกว่า อาจจะเก็บข้อมูลไว้ก็ได้
ถ้ามี Url. amazon.com อยู่ไม่ต้องกลัว สู้! ถ้าเรามั่นใจในสินค้า แต่ถ้าสินค้าดูแล้วยังขาดคุณสมบัติหลายๆประการ ก็ไม่ต้องไปทำ

การหา Buying Keyword

ชื่อสินค้า + ชื่อรุ่น

ใส่คำนำหน้า และคำลงท้าย เช่น

optoma hd73
buy optoma hd73
buy optoma hd 73 best price
optoma hd73 best price
cheap optoma hd73
optoma hd73 projector
optoma hd73 for sale
optoma hd73 sale
optoma hd73 on sale
hd73
buy hd73
hd 73 best price
hd73 projector

ประมาณนี้แหละ หามาประมาณ 10 ตัว ก็พอ Keyword ทำเงินมันไม่ค่อยมีไรมากหรอก
Keyword ที่หามาต้องมี Imp มีการ Search พอสมควร

ตัวอย่าง ข้างต้นมันเป็น Basic พื้นฐานอยู่แล้วครับ เพื่อนๆก็คงจะทำเป็นกันทุกคน แต่ที่ต้องเน้นย้ำคือ เรื่อง Trends ของสินค้า เรื่องสินค้าที่เลือกมาต้องย้ำนะครับว่าถ้าสินค้าที่เลือกมามีคู่แข่ง ปัจจุบันคู่แข่งมีอยู่แล้วครับ ควรจะดูคุณสมบัติและรายละเอียดสินค้าดีๆ ก่อนทำการโฆษณาเพื่อคววามมั่นใจ และการคำนวณหา Max Bit ของเราก่อน ซึ่งต้องเปรี่ยบเทียบกับ
ROI ของเราว่าทำไปแล้วน่าจะมีกำไร ตัวไหนที่คำนวณแล้วไม่ได้กำไรก็ไม่ต้องไปทำ

จุดที่ชี้ว่าจะ ขาดทุนหรือกำไรอยู่ที่การ Test สินค้าครับ เรามาดูกัน

การ Test สินค้าสำหรับมือใหม่นั้น อย่า Test มากไปครับ Test 3-5 ชิ้นก่อนก็พอ ทุนเยอะหรือน้อยไม่เกี่ยวครับ Test น้อยๆ ไว้ก่อน ค่อยๆ เป็นค่อยๆไป เดียวทุกอย่างจะออกมาเป็น
Step แล้วเดียวก็จะง่ายขึ้นเองครับ ต้องเริ่มต้นอย่างมีระบบ

ลองดูประสบการณ์ที่ขาดทุนของผมนะครับ

แรกๆ ผม Test สินค้า 10 ชิ้น ต่อวันประสิทธิภาพการหาสินค้าก็ลดลงจึงไม่ได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพซักเท่าไร
มี Keyword ทั้งหมด 100 ตัว หรือมากกว่านั้น (Keyword 10 ตัว ต่อ 1 สิ้นค้า) ผลของการ Test สินค้าจะเป็นอย่างงี้ครับ

ผม Test สินค้าได้ไม่หมดทุกชิ้น แหละ Test Keyword ได้ไม่หมดทุก Keyword แต่ละ Keyword มี Click ละไม่เกิน 20 Click ทำให้ไม่เจอสินค้ากำไร ทำไมละครับ ? เรามาดูกัน

ผม เสียค่า Bit Keyword ตัวละ $1 ต่อ 1 Click มีคน Click Keyword ของผม 20 Click ต่อ 1 Keyword ผมมี Keyword ที่ต้อง Test ทั้งหมด 100 ตัว
ทั้งหมดเป็นเงิน = $2,000 เป็นยยังไงครับ ^^ หาเจอไหมครับ Keyword ทำกำไร จากการ Test Keyword 20 Click ? ขาดทุนไหมครับ ? วัดผลได้หมดไหมครับ ? Track หมดไหมครับ ? ยังไม่ทันเริ่มเลย ขาดทุนไปยับเยินแล้ว ในความเป็นจริง แค่ $300-$500 ก็เอ๋อแล้วครับ เฉลี่ยจริงๆ แล้ว Test ได้นิดเดียวเองครับ ซึ่งมันไม่สามารถวัดผลได้เลย

วิธี test สินค้าใหม่หลังจากขาดทุนมาย่อยยับ

ผม คัดเลือก สินค้ามาเป็นอย่างดี 3 ชิ้น ผมคิดว่า 3 ชิ้นนี้ คุณสมบัติสุดๆแล้ว ผมก็หา Buying Keyword มาชิ้นละ 10 ตัวเหมือนเดิมครับ เป็น 30 Keyword

ผมก็สร้าง add มา 3 add ตามสินค้า 3 ตัว และนำ Keyword ไป Test ก่อน ชิ้นละ 10 ตัว ให้อยู่ใน add เดียวกัน จะได้ 3 add โฆษณา ใส่ Bit เริ่มต้นที่ $100
ผมก็วัดผลที่ 2 Click แรกก่อน ดู Keyword ตัวไหน Bit แพงเกินกำไรที่เราได้รับ ผมก็ลบทิ้งไปก่อน เหลือแต่ Keyword ที่ยังมีโอกาศทำกำไร จะเหลือ Keyword อยู่ประมาณ
5 ตัวในแต่ละ add ผมก็ Test ต่อไปอีกซัก Keyword ละ 20 Click รอดูว่ามี Order หรือปล่าว ถ้าไม่มีก็ลบทิ้งไป ถ้ามีผมก็ทำการแยก add โดยใช้ Tracking มาช่วย ผมก็สร้าง Tracking มา 15 id ตั้งชื่อแบบ Basic ใช้ Test สินค้า เช่น producttest 1-15 ใช้สำหรับ Test Keyword อย่างเดียว

แยกมากก็จะได้ 15 add 15 Keyword 15 Tracking id โดยให้อยู่ในลักษณะ 1 add 1 Keyword 1 Tracking ID
จาก นั้นผมก็ทำการ Test ต่อไปเรื่อยๆ ผมตั้งลิมิต ที่ Keyword ละ 40 Click ในเวลา 3 วัน คือถ้า 3 วันยังไม่มีคนซื้อมีแต่ Click ก็ลบ ถ้า 40 Click แล้วยังไม่ซื้อก็ลบ
ถ้า 3 วัน ยังไม่มี Imp หรือ Click ก็ลบทิ้ง ไม่ต้องไปเสียดาย ผลจะไม่ลบทิ้งถ้ามันยังไม่ถึงลิมิตที่ผมตั้งไว้ เพื่อให้มั่นใจ ผมเสียเงิน Test ทั้งหมดประมาณ $400 กว่าๆ

เชื่อไหม ครับว่าผมเจอ Keyword ทำเงิน 3 ตัว เท่านั้นที่ขายได้จริงๆ ในเมือผมเจอแล้วผมทำยังไงต่อ ? ผมก็ให้มัน Run ไปซักพักให้แน่ใจว่าได้ Order เรื่อยๆ
จากที่ผม Tracking Keyword ผมก็เปลี่ยนมา Tracking ตามรัฐเอาโดยใช้ Tracking id เดิม ผมก็แยก add ออกมาตามรัฐที่จะ Test แล้วก็รอดูวัดผลเหมือนเดิม
พอรู้ว่ารัฐไหนขายดี ก็มา Track ตามเวลาดูว่าช่วงไหนขายดี เพื่อลดต้นทุน จาก ROI ที่ 150% กว่าๆ ผมสามารถทำ ROI ได้เพิ่มขึ้นถึง 300% เพียงแค่ขยันเพิ่มขึ้น

พอได้สินค้าทำกำไรได้แล้ว ผมก็หาสินค้ามา Test เพิ่มอีกทีละ 3 สินค้าไปเรื่อยๆ ก็สามารถเปลี่ยนจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้อย่างสำเร็จ Grin


สรุป

ให้ Test สินค้าน้อยๆ เก็บรายละเอียดเยอะๆ อย่าขี้เกรียจ คงเห็นผมจากการ Test สินค้าเยอะๆ แบบผมกันแล้ว แล้วเพื่อนๆ ยังจะทำอีกไหม ?
ที่ผมนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเพื่อที่เพื่อนๆมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำจะได้ไม่ขาดทุนให้กับความใจร้อน ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆไปทีละ Step

ส่วนเรื่องการทำ Landing Page นั้นอย่าเพิ่งก็ได้ครับสำหรับมือใหม่ ลองทำดูก่อน ยอมรับว่ามีผลมากแต่คุณต้องมีสินค้าทำกำไรได้แล้วจึงค่อยไปศึกษาหรือศึกษาไป เลยก็ได้
ลองเรียนรู้การทำงานของตัวเองก่อนว่าชอบแบบไหน Landing Page ให้สำหรับลดต้นทุน แต่ถ้าหากยังไม่เจอ Keyword ทำกำไรได้ ก็ยังไม่ต้องทำครับ เสียเวลา


มีอะไรสอบถามก็ โพสที่กระทู้นี้ได้เลย เดี่ยวเข้ามาตอบให้เรื่อยๆครับ

ปล. ขอให้เพื่อนๆที่เพิ่มเริ่มทำมีกำไรได้เยอะๆนะครับ
สุขี สุขัง สุขคารัง แล้วก็สุขคา(o)
iStupid

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, January 13, 2009

เลือกสินค้าดีๆ ถ้าไม่ดีจิงมีโอกาสเจ๊งสูง Songuru

ของผมทำ ที่ Adword โดยเลือกสินค้าดีๆ ถ้าไม่ดีจิงมีโอกาสเจ๊งสูง
และใช้ Keyword ชื่อสินค้านั้นแหละ เพียงไม่กี่ตัว บิตให้อยู่ในต่ำแหน่งส่วนบนฝั่งซ้าย ที่พื้นสีเขียวๆ
KW ไหนบิตขึ้นที่ 1 แล้วยังอยู่ฝั่งขวาลบทิ้งเพราะจะได้ CTR ไม่ดีพอ และ QS จะไม่ถึง 10/10 แล้วลองดูว่าขายได้ไหม ถ้า ขายไม่ได้ ทิ้ง สินค้าตัวนั้นไปเลย ถ้าขายได้พอเสมอทุน ก็ลบ KW ที่ CPC สูงทิ้งไป

ถ้าเจอสินค้าทำเงินแล้ว KW ที่ทำเงินส่วนใหญ่ จะมีคู่แข่งอยู่ข้างล่าง ไม่เกิน 5 ADS

ส่วนที่ YSM ใช้คูปอง บิตทิ้ง ยังไงก็ไม่ขาดทุน เพียงแค่เลือก KW ดีๆ ครับ

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, January 12, 2009

$60 เทสได้อีกหลายตัวครับ Greenbiz

ส่วนตัวที่เทสๆไป มันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือป่าว ลองหาพวกสินค้าจำเป็นมาเทสดูบ้างครับ
1.ช่วงนี้บ้านเราหนาวขึ้น บ้านเค้ายิ่งหนาวยิ่งกว่า ลองนึกสินค้าที่เกี่ยวข้องขึ้นมา แล้วเสิร์ทใน Amazon ดูครับ
ว่ามีอะไรน่าขายบ้าง พยายามอย่าเลือกที่เราอยากขาย ต้องเลือกที่คนอยากซื้อครับ หาข้อมูลเยอะๆ ดูเว็บขายของหลายๆเว็บ
แล้วก็สินค้าอื่นๆที่จำเป็นใจชีวิตเราครับ ลองมองรอบๆตัวดูก่อน ก็ได้
2.ได้สินค้าแล้ว ลองดูใน Zuula เลยครับว่ามีอเมซอนหรือป่าว ถ้ามีอันดับ 1 เลยทั้ง google,yahoo แสดงว่านี่แหล่ะขายได้
ไม่งั้นเค้าคงไม่โฆษณาอยู่ที่1 ให้เสียตังค์เล่นๆ ก็อยู่ที่เราแล้วว่าจะทำยังไงจะแบ่งออเดอร์มาบ้าง
3.ลองโฆษณาเลย โดยตั้งงบไว้ต่อชิ้น ซัก $5 โดยให้คลิ้กเฉลี่ยอยู่ที่ $0.2 จะได้ 25 คลิ้กต่อ 1 สินค้า ซึ่งจริงๆดูแค่ 20 ก็รู้แล้ว
แต่คีย์เวิร์ดต้องเจาะจงนะครับ
4. หาสินค้า แพง ไม่แพงสลับกันไป อย่ายึดติด อาจดูช่วง $100-$200 หรือ $300-$500 หรือ $50-$100 ควรเน้นหมวดที่ไม่ใช่อิเล็กฯ เพื่อเวลาขายได้เยอะๆ จะได้เรทค่าคอมสูงๆ
เช่นสินค้าราคา $300*6.5% =$19.5 กับสินค้า $500*0.04 =$20 ผมว่าตัว $300 ขายง่ายกว่าเยอะเลยครับ

ลองดูครับ เอาใจช่วยครับ "ถ้าไม่ยอม เราก็ไม่มีทางแพ้ครับ" Smiley

บล็อกของนาย จ.จื้อ

ลงทุน PPC $ 80 ได้คืนมา $3.25 จะบ้าตาย magicx

สินค้าตัวไหนที่เพื่อนๆสนใจ เก็บสถิติ ราคา อันดับ เอาไว้ก็ดีครับ ว่าเวลามีโปรฯโมชั่น เช่นลดราคา หรือให้ rebate อันดับการขาย ดีขึ้นมั๊ย ราคาต้องลดสักเท่าไหร่ถึงขายดี เท่าไหร่ลูกค้ายังเฉยๆ และเวลาหมดโปรโมชั่นอันดับตกรึเปล่า สินค้าใน amazon เท่าที่ผมทำอยู่ มันจะมีโปรฯโมชั่นมาเป็นรอบๆ พักๆครับ บางทีมีช่วงโปรฯโมชั่นสัก 1-2 สัปดาห์ แล้วก็หมดไป แล้วอีกสัก 1-2 สัปดาห์ก็มีโปรโมชั่นลดราคาอีก อะไรทำนองนี้ สินค้าแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ลองสังเกตุ เก็บข้อมูลไว้ครับ สินค้ากลุ่มไหนประเภทไหนขายดีวันไหน ขายไม่ดีวันไหน ถ้าเพื่อนๆได้ลองขายสินค้าหลายๆกลุ่มอาจจะเจอความแตกต่างเหล่านี้ก็ได้ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เราวิเคราะห์สินค้า ความนิยม และโอกาสในการขายสินค้าได้ สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้อาจมีผลกับยอดขายนะครับ อาจจะทำให้ขายดีมาก หรือขายไม่ออกได้เช่นกัน รวมไปถึงสินค้าที่เคยขายดี แต่ของหมดสต๊อก มันจะยังขายดีอยู่รึเปล่า หรือคนหันไปซื้อสินค้าตัวใกล้เคียงแทน หรือ amazon ออกโปรฯอะไรพิเศษรึเปล่า ...หรือสินค้าเจ้าอื่นที่ราคาต่ำกว่า amazon คลิ๊กดูตรง used & new ในหน้าสินค้าน่ะแหละครับ ดูว่าจริงๆแล้ว ที่ราคามันต่ำกว่า amazon น่ะ ต่ำกว่าจริงรึเปล่า หรือเพราะยังไม่ได้รวมค่าขนส่ง ถ้ารวมแล้ว ราคามันถูกกว่า amazon จริงรึเปล่า? หรือเพราะสินค้านั้นใหม่ หรือไม่ใหม่ อย่างไร.... แล้วถ้าคุณเป็นลูกค้า คุณจะสนใจแค่ไหน...อะไรทำนองนี้ ลองศึกษาดูนะครับ ...อ่านแล้วเข้าใจกันป่าวเนี๊ยะ หรือผมอธิบายไม่รู้เรื่อง 5555 ขอให้ขายดีกันทุกคนครับ cheesy

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Sunday, January 11, 2009

เทคนิคการทำโฆษณาหาสินค้าและคีร์เวิร์ดที่ขายได้ภายใน 10 คลิก

ขั้นตอนง่ายๆสำหรับการทำเงินแล้วได้ผลภายใน 10 คลิก [ เหมาะกับคนที่เคยทำมาบ้าง]

เข้า ไปที่หน้าสินค้า amazon ครับ แล้วให้คลิกที่คำว่า shop all departments ข้างบนมุมช้ายมือครับ แล้วให้เลือกสินค้าที่ต้องการขาย ที่ขายดีจะเป็นพวก Books, Electronics, Apparel, toys & games furniture ครับ แล้วคลิกเลือกสินค้าที่ต้องการครับ เช่น เลือก gps ครับ คลิกเข้าไป หลังจากนั้นก็ให้คลิกที่

คำว่า GO มุมขวาบนวงกลมสีส้มเลยครับ เราก็จะเจอสินค้ามากมาย แล้วให้คลิกที่ช่องขวามือตรงที่ Sort by

แล้วให้เลือก Bestselling หมายถึง สินค้าขายดี Cheesy

ขั้นตอนต่อไปให้เลือกราคาซ้ายมือ ระหว่าง $200-499 เพราะเป็นช่วงที่คนจะตัดสินใจที่จะซื้อครับ

ต่อไปก็เลือกสินค้าที่จะขาย ให้เลือกระหว่างอันดับ 1-4 ประมาณนั้น แล้วคลิกเข้าไปเลยครับ เอาอย่างใดอย่างหนึ่ง

แล้วคุณจะเจอสินค้าที่ต้องการขาย

ทีนี้มาดูข้อดีข้อเสียว่าสินค้าที่เราเลือกน่าจะขายได้ใหมลองวิเคราะห์ดู

วิธีการวิเคราะห์คือ Huh?

1.สินค้ามีคำว่า FREE with Super Saver Shipping ไหม

2.มีคนให้ดาวเยอะไหม เกิน 30 ใช้ได้ครับ

3.มีลดราคาใหม กี่เปอร์เซ็นต์ ราคาถูกหรือแพง

4.สินค้าเป็นที่นิยมหรือเปล่า เป็นที่ต้องการของตลาดไหม สินค้าใหม่หรือเก่า โปรโมชั่นลดล้างสต็อก

ขอแค่มี ราคา ถูกส่งฟรี ลดราคา แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วครับ แต่ยังไม่พอ

เอา คีเวิร์ดไป search ใน google ว่ามีคนค้นหาเยอะไหมแนวโน้มเป็นอย่างไร ให้พิมพ์คำว่า adwords.google ลงในwww.google.com ก็ได้ครับแล้วเลือกที่ Keyword Tool แล้วใส่คีเวิร์ดเข้าไปตรงช่องสี่เหลี่ยมครับเช่นคีเวิร์ดนี้ sumsung lcdtv 40 เราสามารถดูค่าบิดแนวโน้มต่างต่างได้ดีมากๆนะครับผมก็ใช้ประจำและได้ผลแทบ ทุกครั้งลองดูนะครับ คลิกเลือกประเทศด้วยนะครับ เป็น USA แล้วเลือกดูเอาตามชอบครับผมจะไม่อธิบายมาก

ถ้าบิดไม่แพงมากเป็นใช้ได้ครับ

ทีนี้มาดูคู่แข่งว่าของที่เราจะขายแพงกว่าของเขาหรือเปล่าถ้าแพงกว่าแพงกว่าแค่ไหนแพงกว่ามากก็ไม่ควรขายนะครับ ถ้าแพงกว่านิดหน่อยไม่เป็นไรเพราะสินค้าของอเมซอนถึงแพงกว่าบ้างแต่คนก็ตัดสินใจซื้อครับ

ต่อไป เอาคีร์เวิร์ดของสินค้าที่เราจะขายไปเชิรต์ดูที่ www.google.com/products
จะ มีราคาโชว์สินค้าให้ดูถ้าราคาของเราแพงกว่าแต่แพงกว่าไม่มาก[คือสินค้ารุ่น เดียวกัน] เป็นอันว่าใช้ได้ครับ ขายได้ ถ้าราคาถูกกว่าคุ่แข่งละแจ๋วเลย
หรือถ้ายังไม่พอลองเข้าไปดูอีกเว็บก็ได้ครับ www.ebay.com ดูเขาขายกันประมาณเท่าไร

ถ้าใช้ได้แล้วก็ขั้นตอนต่อไปตอนนี้สำคัญมากๆๆๆนะครับ Cool Cool Cool

คือ การหาคีร์เวิร์ดง่ายๆไม่เสียเวลา

เช่นเราขาย sumsung lcdtv
เราอาจใส่คำนี้ไว้ข้างหน้าก็ได้ครับเช่น
cheap
lower price
low price
buy
buying
bought
order
good
new
เป็นต้น{ ตามสินค้าเราถ้าสินค้าเราราคาแพง ก็ไม่ควรนำ คำว่า cheap , lower price เป็นต้น มาใช้นะครับ
ถ้าไม่ใช่สินค้าใหม่ก็ new ไม่ควรนำมาใส่ในคีร์เวิร์ด คงเข้าใจนะครับ}
สินค้าเรามีทั้งราคาถู ดี และใหม่ เราก็ใส่ว่า
เช่น
new sumsung lcdtv
Buy sumsung lcdtv
cheap sumsung lcdtv
low price sumsung lcdtv
buying sumsung lcdtv

ถ้า
sumsung lcdtv 40 นิ้วเราก็ใส่ให้เจาะจงเข้าไปอีกว่า
buy sumsung lcdtv 40
buying sumsung lcdtv 40
new sumsung lcdtv 40
good sumsung lcdtv 40

ยิ่งเจาะจงเท่าไรก็เท่ากับว่าเราเจาะจงลูกค้ามากขึ้นเพราะจะทำให้ขายได้ดีครับ
หรือจะใส่คำตามหลังก็ได้
เช่นคำเหล่านี่

price
on sale
sale
salling
online
shop
shopping
เป็นต้น
เช่น
sumsung lcdtv 40 online
sumsung lcdtv 40 sale
sumsung lcdtv 40 on sale
sumsung lcdtv 40 shop
sumsung lcdtv 40 shopping
sumsung 40 online
buy sumsung lcdtv 40
buying sumsung lcdtv 40
แต่ละคีร์เวิร์ดไม่ควรยาวเกิน 5 นะครับ ถ้าจะให้ดีประมาณ 3-4 จะสวยมาก
เป็นต้นนะครับหาให้ได้ประมาณ สัก50-100 คีร์เวิร์ดนะครับเอาที่คิดว่าตรงกับสินค้าของเรามากที่สุด ถ้าได้ 100 คีเวิร์ด ก็ทำ 2 adgroup นะครับ
ทีนี้เขียนข้อความสัก 3 ข้อความ

เช่น
sumsung lcdtv 40 Inch-low price

in stock 47%Off Buy it Now! Free shipping

ประมาณนี้ เขียนข้อดีของสินค้าของเราที่ดูเด่นดีกว่าคนอื่นนะครับออกมา

สำคัญมาก คีร์เวิร์ด ข้อความโฆษณา แลนดิ้งเผด ต้องให้สัมพันธ์กันมากๆนะครับ

มาถึงขั้นตอนการโฆษณาผมโฆษณากับ yahoo นะครับใครที่ทำกับ ppc อื่นก็นำไปใช้ได้

ใส่คีร์เวิร์ด และข้อความโฆษณาเข้าไปและให้ตั้งค่าบิดให้ต่ำที่สุดก่อน

เช่น ใน yahoo เริ่มต้นที่$ 0.10


เราก็ใส่จำนวนนี้ไปได้เลยและต้องวัดผลทุกประมาณ30 นาที ถ้ายังไม่มีการแสดงผลเราค่อยๆเพิ่มบิดขึ้นทีละนิดๆจน

กว่าจะแสดงผลแต่การตั้งค่าบิดนั้นต้องไม่ทำให้เราขาดทุนนะครับ

เราอาจเพิ่มค่าบิด0.01-0.05 ก็ได้นะครับตามชอบ


ทำไปเรื่อยๆทุก 30 นาที ช่วงแรกต้องดูบ่อยหน่อย เพิ่มบิดเรื่อยๆจนกว่าจะแสดงผล

เช่น เราตั้งค่าบิดกับสินค้านี้ได้ไม่เกิน 0.50 เราก็ควรบิดไม่เกินนี้

ผมก็ทำอย่างนี้ไม่นานครับ impression ของเราก็จะเริ่มแสดงและมีคลิกตามมาแล้วอันดับของเราก็จะแสดงให้ดูด้วย

ว่าเราอยู่อันดับเท่าไรถ้าอันดับไกลเกินไปก็ควรเพิ่มบิดขึ้นมาอีกนิดให้อยู่ประมาณอันดับ 4-6 เพราะจะทำให้เราไม่

ต้องเสียเงินมากโอกาศที่คนจะคลิกก็มีพอสมควรเหมือนกัน หรือใครจะบิดให้อยู่อันดับ 1-3 เลยยิ่งดีเพราะจะทำให้คลิกมากขึ้นแต่ต้องเสียแพงหน่อย อันดับ 4-6 ก็มีคนซื้อเหมือนกันและได้กำไรเยอะด้วยส่วนมากผมจะเริ่มขายได้

ประมาณ 10 คลิกก็ขายได้แล้วครับ บางวันขายได้เยอะกว่าคลิกอีก ฟรุ๊กหรือเปล่าก็ไม่ทราบอิอิ Tongue

และการคลิกก็จะทำให้เรารู้ว่าคลิก 1 เราเสียประมาณเท่าไร ส่วนมากจะเสียน้อยกว่าที่เราตั้งไว้อยู่แล้วครับ เช่นตั้งไว้

ที่ $0.50 เราอาจเสีย 0.49-0.20 ก็ได้ครับ อยู่ที่คุณภาพของโฆษณา Quality index มากเท่าไรยิ่งดีจะทำให้เสียค่าโฆษณาน้องลงครับอิอิ

ถ้าตัวไหนไม่ดีก็ปรับปรุงต่อไป

ส่วนคีเวิร์ดไหนที่เราตั้งค่าบิดจนพอใจและแต่ไม่แสดงก็ลบออกให้หมดทีนี้ก็จะเหลือแต่คีร์เวิร์ดที่แสดงคีเวิร์ดไหนมี impression มากก็ควรลบออก หรือเขียนข้อความโฆษณาสำหรับคีร์เวิร์ดนี้โดยเฉพาะก็ได้

ถ้าประมาณ 10-20คลิกแล้วเข้าไปดูใน อเมซอนมีคนซื้อ 1 หรือ 2 คน ก็นำแต่ละคีร์เวิร์ดแต่ละตัวมาแทรกดูว่าคีร์เวิร์ดไหนทำเงินบ้างเพราะถ้าเอาคีร์เวิร์ดที่ไม่ทำเงินมารวมกันก็จะทำให้เราได้กำไรน้อย

เรา ทำไปเรื่อย ๆครับ ใจเย็นๆทำไปเรื่อยๆสุดท้ายก็จะเหลือคีร์เวิร์ดเดียวใน 1 แอดกรูปที่ทำเงินให้เราอย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียวนี่พูดถึงสินค้าชิ้น เดียวนะครับ

แต่ต้องดูแลนะครับอย่าพึ่งไปหาสินค้าใหม่มาทำส่วนมากผมจะดูที่ 25-30คลิกถ้ายังไม่มีคนซื้อก็จะเลิกขายทันทีหาสินค้าใหม่มาทำ

ถ้าเราดูสินค้าดีแล้ว โอกาสที่จะขายได้ก็มีสูงทีนี้เงินก็จะวิ่งเข้ากระเป๋าของเราทุกวันๆโดยอัตโนมัติครับ

เอาวันหน้าผมมีไอเดียเจ๋งๆใหม่ๆจะเอามาฝากเพื่อนๆอีกนะครับ Smiley Smiley

สู้สู้ครับๆๆๆๆทุกคน
Smiley Smiley Smiley

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Friday, December 26, 2008

บทความของคุณ R@Y

"ตลอดชีวิตที่เล่น net เล่นคอมพิวเตอร์มานี่ ไม่เคยคิดเลยนะว่าในอนาคต มันจะทำเงินให้มหาศาล"

เริ่มทำ affilate เมื่อประมาณปี 2006 กลางๆปี ตอนนั้นทำเล่นๆ ครับ ไม่ได้จริงจัง
มากอ่านหนังสือคุณ trawut เล่มแรก เริ่มกับ cj, clickbank ขายได้นิดหน่อยเท่าทุน พอประมาณต้นปี 2007
ก็มาเริ่มอ่านบอร์ด sem.or.th แล้วก็เห็นมีคนทำ amazon กันเยอะก็เลย
ลองทำบ้าง แต่ก็ยังไม่ค่อยมีแนวทางของตัวเองทำไร ทำไปเรื่อยๆ ซื้อหนังสือ
มาอ่านเกือบทุกเล่ม ไปอบรมกับคุณ trawut กับคุณ wit บ้าง จริงๆ แค่อยากรู้ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่
หนังสือก็จะเขียนแบบกว้างๆ ไม่ค่อยเจาะจงเท่าไร ส่วนที่อบรมก็พูดรวมๆ ไม่ลึก ส่วนมากก็เลยเอาเป็นแนวทาง
แค่นั้น ผมเลยไม่ค่อยได้เอามาใช้ ส่วนใหญ่ที่ทำมาก็จะเป็นแนวทางที่คิดเองเป็นส่วนมาก
หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยได้ไปอบรมอะไรแล้ว ทดลองศึกษา หาแนวทางของตัวเองดีกว่า
พอจะเริ่มทำจริงๆ ก็ต้องไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น 6 เดือน กลับมาก็ปลายปี 2007 ก็เริ่ม
ทำตอนนี้แหละ จำได้ยอดเดือนแรกประมาณ 200 กว่าเหรียญมั้ง ขาย HDTV
ถ้าใครจำได้ ที่ผม post ไว้แรกๆ


หนังสือเล่มแรกที่ทำให้รู้จักกับธุรกิจ Affiliate

ผมคงจะแปลกกว่าคนอื่นๆ ก็คือตั้งแต่ทำ affilate มายังไม่เคยขาดทุนเลย ปกติ
คนอื่นๆ ที่จะประสบความสำเร็จต้องขาดทุนก่อน แล้วก็เริ่มใหม่ แล้วก็ประสบความสำเร็จ
แต่ผมแบบ ทำเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เลยไม่เคยขาดทุนเลย (ส่วนหนึ่งก็เรียนรู้จากความ
ผิดพลาดของคนอื่นๆ แล้วมาปรับใช้กับตัวเอง ก็เลยไม่โดนมาก)

เล่ามาซะยาวเลย อย่าพึ่งเบื่อนะครับ เค้าบอกว่าคนที่ชอบเล่าความหลังนี้เริ่มจะแก่แล้ว cheesy
จริงๆ ผมก็อายุยังไม่มากหรอก 30 ต้นๆ เอง

เอาเป็นว่าดูยอดของเดือนนี้ละกัน ว่าผมได้เท่าไร กับเวลา 1 ปี



ก็ไม่เยอะเท่าไรถ้าเทียบกันคนอื่นๆ
มาดูกันเลยครับว่าผมทำยังไง ถึงได้ขนาดนี้ กับ "10 กลยุทธ์ สู่ยอด $10,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 1 ปี"
ผมคิดว่าทุกๆ คนก็ทำได้เหมือนผม ดังนั้นผมจะบอกทั้งหมดแบบไม่มีกั๊กกันเลย เอาไว้ปีหน้าเราจะมี
คนที่ได้เกินหมื่น กันซัก 100-200 คนกันไปเลย

กลยุทธ์ที่ 1 : ใช้ Google Adwords
โดยส่วนตัวแล้วใช้มาหมดทั้ง Adwords, YS!M, Adcenter ทั้ง 3 อันก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป
แต่โดยรวมแล้ว ผมชอบ Adwords มากที่สุด เพราะว่า ไม่ต้องรอให้ ads active นานเหมือน YS!M
แค่ทำ adgroup ใหม่ แค่ 5 นาที ก็ active แล้ว เวลาสำคัญมากสำหรับผม รอนานไม่ได้ ไม่งั้นสินค้าดีๆ โดนคนอื่นๆ เอาไปหมด
และก็ Google มีเครื่องมือต่างๆ ให้ใช้เยอะมากๆ ถ้าเรารู้ว่าจะต้องใช้มันยังไง และที่สำคัญ Adwords สามารถ
tracking ได้ละเอียดมากเป็นรายชั่วโมง ซึ่งมีประโยชน์มากๆ สำหรับผม และที่สำคัญที่สุด Adwords
ถ้าเราทำ CTR สูงๆ ได้ต่อเนื่อง จะทำให้ราคา bid เราลดลงเร็วมากซึ่งตรงนี้จะดีกว่า YS!M, Adcenter มากเลย

ดังนั้นใช้ Adwords เถอะ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ บางคนอาจจะบอกว่ามันใช้ยาก ต้อง
bid สูงๆ ads ถึงจะขึ้น จริงๆ แล้วมันก็ไม่ยากมากหรอกครับ เราต้องพยายามทำความเข้าใจมัน
เหมือนที่ผมพยายาม ตอนแรกๆ ผมโคตร เกลียดมันเลย มันเรื่องมาก แต่หลังจากที่หันกลับมา
ทำความเข้าใจกับมันมากๆ มันก็ไม่ค่อยดื้อแล้ว ตอนนี้ adwords ก็เลยเป็นตัวหลักที่ทำเงินให้กับผม
ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกรักมันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

เครื่องมือของ Google อันไหนบ้างที่ผมใช้ ก็ทุกอันที่อยู่ใน https://adwords.google.com/select/Tools
แล้วก็ตัวบริหารจัดการ account ก็ต้องใช้ Goolge Adwords Editer (สำคัญมาก ต้องใช้ให้เก่งๆ)

กลยุทธ์ที่ 2 : Tracking ให้ละเอียดที่สุด
ตลอดเวลาที่ผมทำงานมาจะคิดอยู่เสมอว่า "คนที่มีข้อมูลมากที่สุด จะได้เปรียบ"
เหมือนภาษิตที่ว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" ยังใช้ได้อยู่เสมอ
ดังนั้นการทำ Affiliate ถ้าใครไม่ track และเก็บข้อมูลการขายไว้ ไม่มีทางประสบความสำเร็จแน่นอน confirm!
กลยุทธ์นี้ ผมใช้ tracking ละเอียดเป็นรายชั่วโมง, แยกรัฐ ดังนั้นผมจะมีข้อมูลหมดว่า
คนอเมริกัน ชอบซื้อของตอนกี่โมง รัฐไหนชอบซื้ออะไร และก็ตอนนี้ใครกำลังเข้ามาแข่ง
ขายของตัวเดียวกับผมบ้าง ผมจะเก็บเป็นข้อมูลไว้ทั้งหมด
แล้วมันมีประโยชน์อะไร ก็อย่างเช่น สมมุติ ว่าคุณจะมาขายของชิ้นนึงแข่งกับผม
และผมรู้ว่าไอ้ของชิ้นนี้เนี่ย คนอเมริกามักจะซื้อกันตอน ช่วง ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม ผมก็ทุ่ม
bid เฉพาะช่วงนี้ แต่คุณไม่รู้ คุณ bid ทั้งวันเลย แต่คุณโดนผมแย่ง ช่วงที่ขายดีที่สุดไป
คุณจะใช้ต้นทุนมากกว่าผม แล้วคุณคิดว่า จะแข่งกับผมได้นานหรือเปล่าละ?

ทุกๆ สินค้าที่ขาย ต้อง ทำ excel แยก sheet ไว้ และก็ทำเป็นกราฟ แยกเป็น ทั้งเดือน
ใส่ข้อมูลลงไปทุกวัน เราจะรู้ได้ว่าสินค้าเราขายดีวันไหนของสัปดาห์ ช่วงไหนของเดือน
และก็เวลาไหนขายดีที่สุด อันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย ตอนแรกๆ แต่ในระยะยาวแล้วมีประโยชน์มาก

กลยุทธ์ที่ 3 : พยายามทำ 1 Keywords / 1 Adgroup / 2 Ads Text
คือทำยังไงก็ได้ ให้คำที่เรา bid มีความสัมพันธ์มากที่สุด ทั้งการตั้งชื่อ adgroup
ads text, keywords เพราะว่ามันจะทำให้เรามี CTR ที่สูง และ minimum bid
ของเราจะลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการลดต้นทุนของเรา
และทำให้เรามีกำไรเพิ่มมากขึ้น (รายละเอียดตรงนี้หาอ่านเอาในบอร์ดได้ มีคนโพสไว้เยอะ)
และที่สำคัญมันเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเราให้สูงกว่าคู่แข่ง พูดง่ายๆ คือ ถ้าจะสู้กันจริง เราจะสายป่านยาวกว่า
เพราะต้นทุนเราถูกกว่า

กลยุทธ์ที่ 4 : Keywords ที่หามาได้ต้องแยกกลุ่มก่อน
ถ้าใครจำได้ เมื่อสมัยก่อนทุกๆ คนจะสอนกันมาว่า ต้องหา keywords ให้ได้เยอะที่สุด
เพื่อว่าจะได้มีคน click เข้าดูสินค้าได้เยอะ และเผื่อว่าจะมีคนซื้อ
ซึ่งจริงๆ แล้วผมคิดว่ามันก็ใช้ได้นะ ไม่ผิด แต่ว่ามันจะมี CTR และ Conversion ที่ต่ำมาก (adwords ไม่ชอบ ctr ต่ำๆ = โอกาสขาดทุนสูง)
และดูเหมือนพึ่งโชคชะตาในการขายของมากไปหน่อย ไม่ค่อยได้ใช้ฝีมือเลย
จริงๆ แล้ว keywords ทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ มันไม่ได้หมายความว่า ถ้ามีคนค้นหา
แล้ว click เข้ามาที่สินค้าแล้ว จะซื้อทุกคน มันมีความสัมพันธ์ บางอย่าง ไม่รู้จะพูดยังไงดี
เอาเป็นผมเรียกว่า "กลิ่นไอของการซื้อ" ละกัน คือ บาง keywords ที่คนใช้ค้นเข้ามานะ
ถ้าคำไหนมันมี "กลิ่นไอของการซื้อ" มันจะขายได้ บางทีคุณอาจจะนึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไง
ผมจะยกตัวอย่างให้ดูก็ได้ อย่างเช่นผมจะขาย Garmin nuvi 760 อันดับแรกผมก็ต้องไปหา
keywords ใน Google keywords tool ก็จะได้ keywords มากลุ่มนึง ถ้าเราสังเกตให้ดี
จะพบว่า keywords ที่เราหามาได้นั้นมันจะแบ่งเป็นหลักประมาณ 4 กลุ่ม ตามลักษณะ
"กลิ่นไอของการซื้อ" ตามรูปข้างล่าง คือ ง่ายๆ อย่างคำว่า garmin nuvi 760 กับ garmin nuvi 760 review
คุณคิดว่าอันไหนมันมีกลิ่นไอการซื้อมากกว่ากัน ถ้าคุณแยกถูกก็นั้นแหละคุณพอจะเข้าใจแล้ว
คือโดยปกติเวลาผมจะแยก keywords ออกเป็นกลุ่มๆ ผมจะใช้ความรู้สึกของตัวเองว่า
ถ้าผมจะซื้อไอ้ตัวนี้ผมจะต้องทำอะไรบ้าง คิดให้เหมือนลูกค้าคิดนะ เช่นถ้าผมจะซื้อ garmin nuvi 760
สมมติว่าผมยังไม่คิดว่าจะซื่อยี่ห้ออะไรนะ คิดประมาณว่า จะซื้อ Gps ซักเครื่อง ผมก็คงจะเริ่มจาก

1) หากว้างๆ ก่อน เช่น best gps, gps review, top gps เสร็จแล้วผมก็เข้าๆ ไปอ่านๆ ดู (แปลว่าคำพวกนี้ มันไม่ค่อยมีกลิ่นไอของการซื้อเลย ไม่น่าใช้)
2) พอได้ยี่ห้อที่เจาะจงแล้ว ก็ใช้คำเช่น best garmin, garmin review, garmin gps, (ตอนนี้ยังไม่ซื้อหรอก หาๆ ดูก่อน)
3) เริ่มจะได้รุ่นหละ ก็ใช้คำเช่น garmin nuvi 760 review, garmin nuvi 760 specs, (เกือบๆ ซื้อละขอหาเพิ่มอีกนิดนึง)
4) ได้ละ จะซื้อตัวนี้แน่ๆ ก็ใช้คำเช่น buy garmin nuvi 760, garmin nuvi 760 best price (ซื้อแน่ๆ ถ้าเจอถูกๆ กว่า web อื่นๆ เวลาเปรียบเทียบราคากัน)
ช่วงที่เปรียบเทียบราคาอาจจะใช้เวลาซัก 2-3 วัน แต่ช่วงที่หาวันแรกๆ อาจยังไม่ซื้อเพราะเงินเดือนยังไม่ออก
บัตรเครดิตเงินเต็มต้องรอก่อน, ..... แต่ตั้งใจซื้อกับ web amazon แน่ๆ เพราะถูกกว่าที่อื่นๆ
5) พอเงินออก ต้นเดือนได้เวลาซื้อซะที่ รู้แล้วนี่ว่าจะซื้อที่ไหน เข้า google เลย และใช้คำ เช่น garmin nuvi 760, garmin 760, nuvi 760
ถ้าเห็น ads ที่เป็น web amazon ก็ click เข้าไปแล้วก็ซื้อเลย (มิน่า คำพวกนี้ bid โคตรแพงเลย)

ข้างบนนั่น ใช้สำหรับผมนะครับ คนอื่นๆ อาจจะต่างออกไปนิดหน่อย หลังจากที่ผมลองทำตัวเป็น
คนซื้อแล้ว ผมก็จะแบ่งกลุ่มออกได้ตามข้างล่าง ดังนั้นผมคิดว่าทุกคนน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า
ไอ้คำไหนที่ มันมีกลิ่นไอของการซื้อ ที่คนจะใช้ค้นหากัน จริงแล้วเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้
keywords เพื่อการซื้อสินค้านี่ เขียนเป็นหนังสือขายได้เป็นเล่มๆ เลยนะนี่ (ว่างๆ จะเขียนออกมาขายมั่ง จะมีใครซื้อหรือเปล่าเนี่ย)



กลยุทธ์ที่ 5 : อย่าไปกลัวสินค้าที่คนขายกันเยอะๆ
บางคนหาสินค้ามาได้ตัวนึง พอลอง test bid แล้ว ต้องประมาณ $2 ถึงจะขึ้น
ก็ท้อแล้ว อย่าพึ่งเลิกครับ ในวิกฤติ ย่อมมีโอกาสเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นหรือเปล่า
มา มา เดี๋ยวผมจะบอกวิธีที่ผมใช้ให้ รับรองขายได้ทุกคน

บอกให้เลยก็ได้ว่าผมขายของเฉพาะ หน้าแรกสินค้า 1-24 เท่านั้น ช่วงราคา $200 - up
ทุกสินค้า ทุกหมวด ผมใช้วิธีนี้ทั้งหมด เรื่องของเรื่อง ขี้เกียจนะ (ไม่ควรเอาอย่างนะ cheesy) และผมคิดว่ายังไงๆ
มันก็ขึ้นมาเป็น 1-24 สินค้าขายดีละ ก็แปลว่ายังไงๆ มันก็ขายได้ละวะ ส่วนจะทำยังไง
ให้ขายได้ ค่อยมาคิดอีกที (อืม ไม่อยากจะบอกเลยว่า ที่สอนๆ กันมาว่าให้
ดูกันตรงที่ What Do Customers Ultimately Buy After Viewing This Item? ถ้ามากกว่า 70% ขึ้นไปแล้วน่าสนใจ
จริงแล้วตัวที่ต่ำๆ น้อยกว่า 40% ถ้าเราหา keywords ที่ทำเงินจริงๆ มันทำกำไรมากกว่าพวกเกิน 70% อีกนะดังนั้นก็คือ
อย่าไปเชื่อคนอื่นๆ มาก เชื่อตัวเองดีที่สุด ทดสอบเอง เก็บสถิติเอง ดีที่สุด ที่ผมบอกไปก็อย่าเชื่อมากละ
ต้องลองทำเอง ผมอาจจะมั่วแล้ว ก็วางยาพวกคุณก็ได้ 5555555555 )

ทุกคน คงรู้จัก Long tail ใช่หรือเปล่าครับ อันนี้ก็ใช้กฏ long tail เหมือนกัน ในสินค้า 1 ตัวที่เรา
เลือกมา keywords ที่คนใช้ค้นหา ก็จะเป็นแบบ long tail ด้วย คือจะมี keywords อยู่
ไม่กี่คำที่คนค้นหาเยอะ มีการ bid ที่สูง และคำอื่นๆ ก็จะลดหลั่นกันลงไปเป็นลักษณะ
กราฟ แบบ long tail และถ้าเราลอง bid ทั้งหมดทุกคำที่มีอยู่เลยนะ (สมมติ อย่าไป bid จริงละ)
มันก็จะเกิดเส้นขึ้นมาอีกเส้นนึงก็คือ เส้น ROI (อันนี้ผมคิดเอง) คือไอ้พวก keywords ท้ายๆ เนี่ยจะให้ค่า ROI ที่ดีกว่าเสมอเพราะว่า
มัน bid ถูก และถ้ามีคนซื้อก็จะได้กำไรมาก ตามรูปข้างล่าง



ตรงที่ผมใช้ลูกศรชี้ไว้ก็คือ จุดที่ผมสนใจเพราะว่ามันลงตัวที่ ราคา bid ไม่สูงมาก
มีคนค้นหาและซื้อพอสมควร มันเป็นจุดสมดุลของระบบ เอาละพักตรงนี้ไว้ก่อน
เดี๋ยวจะอธิบายอีกทีว่าจะเอาไปใช้ยังไงต่อไป

กลยุทธ์ที่ 6 : เข้าใจความสัมพันธ์ของ Ads Text, CTR, Keywords
หลังจากที่เราคัดแยก keywords ที่มีกลิ่นไอของการซื้อ ออกมาได้แล้ว ขั้นต่อมา
วิธีที่ผมใช้ก็คือ ผมจะลอง bid keywords ทั้งหมดที่ผมได้เลือกมาแล้วโดยให้อยู่ Adgroup เดียวกันก่อน
ขั้นตอนนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่สุด ในการที่จะคัดแยก keywords ที่มีกลิ่นไอของการซื้อ ออกมาเป็น keywords ทำเงิน
การเขียน Ads text และ keywords ต้องสัมพันธ์กันมากๆ และเราจะทดสอบ bid ให้สูงที่สุดเพื่อให้ ads แสดงขึ้นมา
ในขั้นตอนนี้ต้องเฝ้าดูอยากระมัดระวัง ตลอดเวลา เพราะว่าเราต้องกรองเอาตัวที่ค่า bid สูงๆ ออกไปก่อน (ตามกลยุทธ์ที่ 5)
ถ้าเราไม่เฝ้าดูอยู่หรือ bid ทิ้งไว้แล้วไปนอน ตื่นตอนเช้ามาอาจจะช๊อคตายได้นะครับ ขอเตือน!!! ขั้นตอนนี้ต้องเสียเงินไปก่อน
จำนวนหนึ่ง (เป็นต้นทุน ที่เอาไว้กรองหา keywords ทำเงิน ถ้าหาเจอแล้ว เดี๋ยวก็ได้คืนกลับมาทั้งหมดทบกำไรด้วย)
โดยลักษณะเฉพาะตัวของ Keywords ทำเงินที่เราต้องพิจารณาก็คือ

1. Bid Exact เท่านั้น
2. ราคา bid ต้องไม่แพงมาก < $1
3. CTR > 10% ขึ้นไป
4. การ click อย่างน้อย วันละ 5 - 30 click / วัน
5. อย่าลืม track แยก keywords รายตัวด้วย

ถ้าไม่ตรงตามข้างบนลบทิ้งไปเลย ไม่ต้องเสียดาย
ตรวจสอบ update ยอด amazon ว่าขายได้หรือเปล่า กี่ชิ้น กำไรขาดทุนเท่าไร
ถ้ากำไร ก็แยกไปทำ 1 Keywords / 1 Adgroup / 2 Ads Text และก็เก็บสถิติตาม กลยุทธ์ที่ 2
การ bid ทดสอบ ถ้าในเบื้องต้นเราเก็บข้อมูลมาดี ก็เลือก bid เฉพาะช่วงเวลาที่คนซื้อเยอะๆ
ก็ได้ เพื่อลดต้นทุนในการทดสอบไปส่วนหนึ่ง (ข้อมูลที่เก็บไว้เริ่มเอามาใช้ประโยชน์แล้ว)
จริงๆ แล้วถ้ามีงบซะหน่อยก็ควรจะทดสอบให้ครบ 1 อาทิตย์ เพราะว่าจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว
สินค้านี้ขายได้จริงๆ หรือเปล่า เพราะบางครั้งเราดันไป test bid ในช่วงที่คนไม่ซื้อพอดี
แล้วคิดว่ามันขายไม่ได้ ก็จะเสียโอกาสไปเปล่าๆ

การทดสอบตรงนี้ ในสินค้าที่เราเลือกมา อาจจะไม่มี keywords ทำเงินเลยก็ได้นะครับ
ก็ไม่ต้องไปเสียดาย หาตัวใหม่แล้วก็ทำแบบเดิม อาจจะต้องลงเงินทุนไปส่วนหนึ่งก่อน
บางครั้งเป็น 10 ตัวก็อาจจะไม่เจอเลย แต่ถ้าเจอแล้ว 1 ตัวมันจะคืนเงินทุนที่เราใช้ไปทั้งหมด
คืนมาเองบวกกำไรให้ด้วย ดังนั้นไม่่ต้องตกใจ สถิติที่ผมทำไว้ ก็ประมาณ 5-10 สินค้าก็จะเจอ
ซักตัวหนึ่ง (อันนี้แล้วแต่ เทคนิคการค้นหาสินค้าใครแข่งแกร่งกว่าก็ได้เปรียบครับ)

โลกของความจริงมันไม่สวยหรู ขนาดว่าหาปุ๊บ เจอปั๊บ เลยนะครับ ต้องเตรียมใจไว้ด้วย

"ลักษณะพิเศษของ Keywords ทำเงินก็คือ จะต้องเขียน Ads Text ให้สัมพันธ์กับ Keywords มากๆและ CTR>10%"

CTR ที่สูงเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า keywords และ ads text โดนใจ โอกาสซื้อสูงมากๆๆ
ถ้าหาได้เจออย่างข้างบนโอกาสที่จะเจอ keywords ทำเงินก็จะสูงมาก และที่สำคัญ เราจะกรองออกมาเฉพาะ
keywords ที่เราสนใจในกราฟ ของ long tail ข้างบนที่ผมแสดงให้ดูไปโดยอัตโนมัติ ก็คือ bid ไม่สูงเกินไป ctr ดี มีคนค้นหาพอสมควร และ ROI สูง

มาดูตัวอย่างส่วนหนึ่งใน adwords เดือนนี้ของผมตามข้างล่าง พวกนี้เป็น keywords ทำเงินทั้งนั้น ผลตอบแทนประมาณ 3 เท่า
ถ้าทำได้ตามนี้ ก็จะได้ Conversion เท่าๆ ผมครับประมาณ 30 - 50% หมายความว่า มีคน Click เข้ามา 3 คนต้องซื้อ 1 คน (เจ๋งใช่ปะ)
และที่สำคัญนะ ผมจะบอกให้ว่า ผมขายแค่ 2 ตัวเองช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็ได้ยอดหมื่นกว่าเหรียญแล้ว แล้วถ้าผมหาได้ซัก 10 ตัวละ
จะได้เท่าไร อืม น่าคิดๆ (จริงๆ ที่ทำแค่ 2 ตัวไม่มีอะไรหรอกเงินไม่พอนะ ถ้ามีเยอะกว่านี้ทำเป็น 10 ตัวแล้ว 55555555)



ดังนั้นบางครั้งเราก็ไม่เห็นต้องกลัวเลยว่าสินค้าที่ขายดีแล้วมีคน bid แข่งเยอะๆ เราจะเข้าไปทำกำไรไม่ได้
ถ้าข้อมูลที่เราเก็บไว้ดี และเราเลือกโจมตี เฉพาะช่วงทำเงิน ที่เรา track ไว้
เราก็ได้กำไรเรื่อยๆ ผมเรียกวิธีนี้ว่า กองโจร เข้าไปตีๆ แล้วก็ถอย 55555555 พวกที่ไม่ยอม track มันไม่รู้ตัวหรอก
ว่าเราแอบไปตี ช่วงทำเงินมา ก็คงแค่คิดๆ ว่า ตัวนี้ขายไม่ดีเลย แล้วก็เลิกขายไป 555555 ก็เสร็จเรา

กลยุทธ์ที่ 7 : รอบรู้ ว่าช่วงไหนควรทำอะไร
การที่เรารู้ข้อมูล มากกว่าคนอื่นๆ นี่ มันจะทำให้เราได้เปรียบหลายอย่างนะครับ
อย่างที่ผมบอกว่าผมชอบ Adwords มากกว่า PPC ตัวอื่นๆ เพราะว่าส่วนหนึ่ง
แล้วมันมีส่วนแบ่งของการค้นหาที่มากกว่าเจ้าอื่นๆ มากทีเดียวครับ ตามรูปข้างล่าง
ดังนั้นเหนื่อยกับ adwords ตัวเดียวก็คุ้มแล้ว ตัวอื่นๆ ก็ลองไปเล่นๆ ดูเพื่อให้รู้ไว้



หลายคนคงทราบกันมาแล้วบ้างว่า ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ยอดรายได้
ของสินค้าที่ขายทาง internet หรือกำไร เกือบจะ 80% ของยอดทั้งปีเลย
อันนี้ไม่ได้พูดลอยๆ นะครับมีข้อมูล ดูตามข้างล่างได้เลย
เราควรจะรู้ว่าเราจะต้องเข้าไปทุ่มเมื่อไร ถอยเมื่อไร หยุดเมื่อไร และเริ่มสะสมเงินทุนเมื่อไร
ตามที่ผมบอกไว้ว่า คนที่มีข้อมูลมากกว่า ย่อมได้เปรียบ ดังนั้นปีนี้ใครพลาดอะไรไป
ปีหน้ายังมีให้แก้ตัวใหม่นะครับ รีบซ้อมๆ ไว้ได้เลยตั้งแต่ต้นปี



การค้นหาสินค้าบางครั้งสินค้าใหม่ๆ ถ้าเรารู้เร็วกว่าคนอื่นและลอง เข้าไปทดสอบขายดู
เราก็สามารถที่จะโกยกำไรไปก่อน ในช่วงแรกๆ ที่คนยังทำน้อยๆ พอคนมาแข่ง bid กันเยอะๆ
จนกำไรน้อยแล้ว เราก็ค่อยชิ่งไปหาตัวใหม่ ตัวที่จะ hot หรือไม่ hot นี่บางครั้งก็มีสัญญาน
ง่ายๆ ให้เราสังเกตกัน ถ้าเราลองไปหาใน Google trends แล้วได้ประมาณข้างล่างละก็ใช่เลย ลุย!





กลยุทธ์ที่ 8 : วางเป้าหมายให้ใหญ่ และซอยเป็นแผนย่อยๆ ถอยหลังกลับมา
การวางเป้าหมายนี่สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่มีเป้าหมายแล้ว เราก็จะไม่รู้ว่าเราต้องทำอะไร
เหมือนกับแข่งยิงธนู แล้วไม่มีเป้าให้ แล้วทุกคนจะรู้มั้ยว่าจะต้องยิงอะไร เพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ?

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มทำ affiliate คุณต้องวางเป้าหมายก่อนว่าต้องการมียอดเดือนละเท่าไร
ผมจะยกตัวอย่างที่ผมคิดให้ดูนะครับ เมื่อต้นปีผมวางเป้าหมายไว้ที่ $10,000 ต่อเดือนภายใน 1 ปี และตอนนี้
ผมก็ทำได้แล้ว ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของผมก็คือ $100,000 ต่อเดือน เมื่อผมได้เป้าหมายแล้วผมก็จะ
มาซอยออกเป็นแผนย่อยถอยหลังลงมา ก็คือ ถ้าผมต้องการ
$100,000 / เดือน = จะต้องได้ $3,333 / วัน
สถิติเก่าๆ ที่เก็บไว้ ผมทดสอบสินค้าประมาณ 10 ชิ้น เจอที่ทำไร > $100 = 1 ชิ้น
ดังนั้นถ้าผมจะต้องทำเงินวันละ $3,333 ต้องมีสินค้าทำเงิน = 34 ชิ้น ซึ่งต้องทดสอบสินค้าทั้งหมด 340 ชิ้นเป็นอย่างต่ำ
หนึ่งเดือน ผมทดสอบได้ประมาณ 8 ชิ้น 1 ปี ผมจะทดสอบได้ประมาณ 96 ชิ้นเป็นอย่างต่ำ (ขึ้นอยู่กับเงินทุนด้วย มากก็เร็ว น้อยก็ช้า)
ดังนั้นผมก็รู้คร่าวๆ แล้วว่าผมจะไปถึงเป้าหมายนี้ได้ก็ประมาณ 3 ปี โดยต้องทดสอบอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ

บางคนคิดว่า โอโหตั้ง 3 ปีแนะนานจัง แต่ลองคิดดูดีๆ นะครับ 3 ปี กับ $100,000 / เดือน กำไรประมาณ 6-7 หมื่นเหรียญ
คิดเป็นเงินบาทก็เดือนละประมาณ 2 ล้านกว่าๆ คุณคิดว่าทำงานอีกกี่ชาติ ถึงจะได้เงินเดือนเท่านี้นะ แล้วคุณรู้หรือเปล่า
ว่าผู้บริหารระดับสูง ใน ตลาดหลักทรัพย์ปี 2550 ที่ผ่านมา อันดับ 1 คุณประชัย เลียวไพรัตน์ เงินเฉลี่ยต่อเดือน 2,666,580 บาท
อันดับ 2 คุณบุญคลี ปลั่งศิริ เงินเฉลี่ยต่อเดือน 1,498,571 บาท และผู้บริหารเหล่านี้ต้องใช้เวลา 20-30 ปีในการที่จะได้เท่านี้นะครับ
ในการสร้างธุรกิจขึ้นมา อันดับสุดท้าย เดือนละ 3 แสนกว่าๆ แล้วคุณคิดว่า ถ้าเราพยายามกันแค่ 3 ปี แล้วได้เกือบเท่าๆ กัน หรือ
มากกว่า ผู้บริหารบริษัทดังๆ มันคุ้มหรือเปล่าครับ

กลยุทธ์ที่ 9 : กระจายความเสี่ยง
ถ้าคุณเป็นคนที่ทำธุรกิจ Affiliate มาตั้งแต่ต้นจะรู้ว่า ไม่ได้มีแค่ Amazon ที่เดียว และผมก็ไม่ได้ทำ
ที่เดียวด้วย ผมทำหมดทั้ง Amazon, CJ, Clickbank, Linkshare, Shareasale, Google affiliate อื่นๆ อีก นึกไม่ออกเยอะ
และแต่ละที่ก็มีรายได้พอสมควร หลักการทำก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก
ควรจะกระจายรายได้ไปหลายๆที่ เพราะว่าไม่มีอะไรแน่นอน และคนเราควรมีแผน 2 แผน 3 ไว้ด้วย
ไม่ควรทุ่มไปที่ใดที่หนึ่งเป็นเงินเยอะๆ เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาด อาจจะเจ็บหนักได้

จริงๆ ผมลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานดีๆ มาตั้งแต่ก่อนที่จะทำ Affiliate แล้ว เริ่มประมาณปี 2004 ก็เลยมีพอร์ต อยู่ประมาณนึง
ผมเป็นโรคจิต ชอบวิเคราะห์พวกข้อมูล ตัวเลข อะไรแบบนี้ ก็เลยชอบเอางบการเงิน ของบริษัทในตลาดหุ้น
มาวิเคราะห์ ถ้าบริษัทไหนพื้นฐานดีมีอนาคตก็จะไปซื้อเก็บไว้ ผลตอบแทนก็ประมาณ 10-20% ต่อปี
อันนี้ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอันหนึ่ง ผมลงทุนแบบ VI เก็บยาวรอกินปันผล

กลยุทธ์ที่ 10 : ทำบุญมากๆ, อ่านหนังสือเยอะๆ , แบ่งเวลาให้เป็น และอย่าลืมฝันของตัวเอง
ทำบุญกันเยอะๆ นะครับบางครั้งผมก็บอกไม่ได้ว่ามันมีผลหรือเปล่า เพราะผมถ้ามีเวลาผมก็พยายามทำให้มากๆ
ซึ่งก็ไม่รู้จะเกี่ยวกันหรือเปล่าเวลาทดสอบสินค้าต่างๆ ผมมักจะเจอสินค้าทำเงิน แค่ทดสอบไป 1-2 ตัวเท่านั้น
ดังนั้นทำบุญกันเยอะๆ นะครับ การทำงานจะได้ราบรื่น

หนังสืออะไรที่เราคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อเรานะ ซื้อไปเถอะครับ อย่าไปเสียดายเงินเลย
หนังสือดีๆ ซักเล่มอ่านแล้วอ่านจะเปลี่ยนชีวิตเราไปเลยก็ได้ครับ
ดูหนังสือของผมส่วนหนึ่งก็ได้ ที่จริงข้างหลังเป็นตู้หนังสืออีก 2 ตู้ ไม่อยากถ่ายให้ดูมันรก 5555
อันนี้ office ผมเอง ไม่เคยโชว์ให้ใครดูเลยนะครับ (มีหนังสือใครบ้าง ก็ลองๆ ดูได้นะครับ ซื้อมาเกือบครบทุกคน)



ผมบอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมเป็นพนักงานบริษัทดังนั้น วันธรรมดาของผมก็เลยต้องทำงานอยู่ที่ทำงาน
แล้วผมเอาเวลาที่ไหนมาทำ affiliate ละ ผมก็พยายาม ทำแผนการทำงานของผมออกมาว่า ช่วงเวลาไหน
ผมต้องทำอะไรบ้าง ก็จะได้ออกมาตามข้างล่าง จริงๆ แล้ว ผมว่าเวลาของทุกคนเท่ากันแหละครับ
อยู่ที่ว่าใครจะใช้ได้คุ้มค่ากว่ากัน ผมจะให้เวลาช่วง 2 ทุ่ม - เที่ยงคืน ทุกวันในการทำงาน วันเสาร์ก็พักผ่อน
ตอนกลางวันให้เวลาตัวเองบ้าง (ลืมบอกไปผมยังไม่ได้แต่งงาน) วันอาทิตย์ก็ทำ affiliate ทั้งวัน
ใครจะลองเอาไปใช้บ้างก็ได้นะครับ ถ้าเรามีแผนการทำงานก็จะฝึกความมีวินัยของตัวเราเองด้วย



และสุดท้ายถ้าคุณมีความฝันอยากที่จะทำอะไรในชีวิต ก็อย่าลืมมันนะครับ ให้นึกถึงทุกๆเช้า
เวลาที่คุณตื่นนอน นึกให้เป็นภาพเคลื่อนไหว ให้รู้สึกว่าคุณไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ แล้ววันหนึ่งคุณ
จะได้ไปอยู่ตรงนั้นเอง อย่างผมก็มีฝัน ที่จะไปซื้อที่ที่จังหวัดน่าน บนเขาซักผืน ทำไร่นาสวนผสม เลี้ยง
เป็ดไก่ ปลูกผักกินเอง ในบ้านก็จะมี internet ผ่านดาวเทียม ทำ affliate มองออกไปข้างนอกเป็นเทือกเขาสุดสายตา
ข้างๆ บ้านมีห้องวิจัยพนักงานไฟฟ้าทดแทนสำหรับในบ้าน เพื่อว่าในอนาคตประเทศเราจะได้มีเครื่องผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก
อยู่ทุกบ้าน เป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด ติดยี่ห้อ R@Y ซึ่งตอนนี้ก็คิดขั้นตอนไว้หมดแล้วยังขาดทุนวิจัยอยู่
ไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง 2 ครั้ง (ผมอยากไปเกาะ Bora Bora มากเลย ถ้ามีโอกาสเมื่อไรต้องไปแน่นอน)
อันนี้คือความฝันของผม แล้วคุณละ?



สุดท้ายนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะบอกอะไรอีกแล้วนะครับ เพราะนี่ก็บอกไปแบบสุดๆ แล้ว ถ้าคิดเป็นเงินนี่ไม่รู้
จะมีมูลค่าเท่าไร แต่ผมไม่คิดหรอก ผมคิดว่าการที่เราให้ความรู้กับคนอื่นๆ อย่างน้อยก็เป็นการฝึก
ความเข้าใจของเราให้มากขึ้นไปอีก และผลบุญก็ส่งให้ผมมีความคิดอะไรดีๆ มาให้ทุกคนได้อีก

และอีกอย่างนึงที่อยากจะบอกก็คือ
เงินน้อยเงินมากไม่เกี่ยวกับความสุขนะครับ ถึงวันนี้เราจะได้แค่นิดเดียว แต่ถ้าเรามีความสุขกับมันก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะครับ
อย่าไปคิดว่าทำไมยอดขายเราน้อยจัง แล้วเกิดเป็นทุกข์ อันนี้ไม่ใช่นะครับ ถ้าพยายามแล้วมันไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าเรามองกลับ
ไป เราก็มาไกลกว่าคนอื่นๆ มากมายแล้วครับ ได้รู้ในสิ่งที่คนอื่นๆ อีกมากมายไม่รู้ ได้เห็นโลกที่แตกต่างเกินจิตนาการ อันนี้คือกำไรที่เราได้แล้วครับ
และที่ผมอยากหาเงินมาเยอะๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมต้องการเงินมาทำวิจัยเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าทดแทนนะครับ ซึ่งตรง
นี้ ไม่มีใครยอมให้ทุนวิจัยผมเลย ก็เลยต้องหาเอาเองก็ได้ (ว่ะ) เกิดมาชีวิตหนึ่งก็อยากจะฝากชื่อไว้กับประเทศไทยบ้าง.. จะได้ไม่เสียชาติเกิด

"เราต้องควบคุมเงิน ไม่ใช่เงินควบคุมเรา"

ก็หวังว่า ทุกคนจะรวยๆ กันทุกคนนะครับ แล้วก็ปีหน้า เราก็จะมาโพส กันว่าเกินหมื่นเหรียญ กี่คน
กันนะครับ เอาให้สนุกกันไปเลย แล้วก็อีกประมาณ 3 ปีข้างหน้าผมคงมาโพสหัวข้อนี้ให้กับทุกคนได้อีกว่า
" เผยหมดเปลือก 10 กลยุทธ์ สู่ยอด $100,000 ต่อเดือน ได้ภายใน 4 ปี" เนื้อหาข้างในก็เขียนว่า " กลับไปอ่านอันเก่าเมื่อ 3 ปีก่อน" 55555555

อยากจะบอกทุกๆคน นะครับ ว่ามันไม่ยากอยากที่คุณคิดหรอก ถ้าเราพยายามมากพอ จะได้เลิกเป็นมนุษย์เงินเดือนกันซะที
และคิดดูนะครับ ถ้าเราทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ อีก 10-20 ปีข้างหน้าเราเอาเวลาไปเที่ยวทั่วโลกได้เลยนะครับ
เพราะตลาด online มันจะใหญ่กว่านี้อีกมากเลยครับ เด็กอเมริกัน ที่อายุ 10-20 ปีตอนนี้ พอโตขึ้น มีงานทำ
ชีวิตของเด็กพวกนี้จะอยู่กับ internet นะครับ มีกำลังซื้อมหาศาล ดังนั้นคนที่เข้ามาธุรกิจนี้ตอนไหนก็ไม่ช้าหรอกครับ

"ถ้าอยากขนะมากพอ เราจะชนะ"

R@Y

ปล.

มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 5
มีอธิบายเพิ่มที่หน้า Click ---> 10

หมายเหตุ (4/01/09)

ขอทำความเข้าใจกับทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความของผมก่อนนะครับ วิธีการทำงานของผมที่ได้เขียนเล่าให้ฟังไป
ผมไม่ได้หมายความวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ทุกคนต้องทำตามนะครับ มีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จได้
วิธี การของผมก็เพียงแค่เส้นทางเล็กๆ เส้นหนึ่ง ที่จะไปให้ถึงจุดหมาย จากเส้นทางอีกเป็นล้านๆ เส้นทาง (วิธีของผมอาจจะอยู่ปลายๆ กราฟ Long Tail)
และผมก็อยากจะเพียงแค่มาเล่าประสบการณ์ในการทำงานของผมกับ Amazon ให้กับทุกๆ คน ได้ทราบว่าบางครั้งเราก็ต้องหาแนวทางที่เราถนัดที่สุด
ที่ เหมาะกับตัวเราที่สุด เพื่อจะเดินไปที่จุดหมาย จุดเดียวกันครับ, ถ้าเราจะไปเชียงใหม่ ก็ไปได้ตั้งหลายทางใช่มั้ยครับ เดินไป, ขี่จักรยานไป
ขับรถไป, โบกรถไป , หรือนั่งเครื่องบินไป ก็ถึงเชียงใหม่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้นทุนเงินและเวลา ของใครจะดีที่สุดครับ
(ของผมอาจจะเป็นแบบนั่งเครื่องบินไปก็ได้ครับ เร็ว และแพง แถมเสี่ยงเครื่องบินตกอีก 5555555555)

R@Y
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan