Wednesday, July 21, 2010

วิเคราะห์ ข้อมูลของท่าน ad9sensecomeback เพื่่อมือใหม่ โดย whitecross

1. ถ้าหากท่านเป็นมือใหม่ทำเว็บ และกำลังใช้ Blogger หรือ Flixya ให้เปลี่ยนความคิดครับ ให้หันมาสร้างเว็บตัวเอง มันอาจเป็นการลงทุนที่สูงกว่า
แต่รายได้ก็มากกว่าด้วยเช่นกัน หากท่านใดที่ยังไม่มี Domain Name เป็นของตัวเอง แนะนำให้จดโดเมนเนม แบบ .co.th อ้าว! ทำไมทำเว็บ eng
แล้วจดแบบ .co.th เพราะว่าเจ้า Domain Name นี้จะทำให้เราติด อับดับ Google มากกว่า Domain Name แบบ .com ครับ เพราะ Algorithm
ของ Google จะให้ความสำคัญของ Local Domain มากกว่า แต่ต้องใช้กับ www.google.co.th แน่นอนครับ ว่าเรามักจะใช้ google.co.th
การจดโดเมนที่ดีมีชัยไปกว่าเครื่อง เพราะผมมักจะจดโดเมนเนม ให้สอดคล้องกับ Keyword หลักที่ผมต้องการใช้ครับ แล้วทำ Domain Name Traffic ไทย
แล้วจะได้ราคาคลิกสูงอย่างไร ได้ครับ โดยที่เราจะทำให้เว็บเราติดอันดับต้นๆ ของ Google Search จากนั้น จึงสร้าง Link มายังหน้าที่เป็นภาษา อังกฤษล้วนๆ
ผมคิดตรงกันข้ามนะครับ เราทำ Adsense เราก็ต้องการ Kw ที่ต่างประเทศเค้าค้นหากัน ดังนั้นเราจะอ้างอิงจาก Local ไม่ได้ แต่เราต้องทำให้ติด First Page ใน Primary Local ดังนั้นผมว่า .com น่าเล่นสุด เพราะเป็น Local ที่ทุกชาติค้นหาเจอได้ง่ายที่สุด
จด co.th ต้องเป็นบริษัทจำกัดครับ ส่วนเรื่องการสร้างลิงค์ไปไหนเป็นภาษาอะไรไม่จำเป็นเท่าไหร่ครับ เนื่องจาก Google Adsense คือ โฆษณาแบบกิ้งก่า (ขอใช้คำไทย) จะแสดงผลตามเนื้อหาที่มันไปเกาะอยู่ และนอกจากนั้นยังอ้างอิงการตั้งค่าของผู้ประมูลโฆษณา หรือผู้ลงโฆษณา Adsword นั่นเอง กล่าวคือผู้ลงโฆษณาสามารถตั้งค่าละเอียดได้ว่าจะให้แสดงเฉพาะ ประเทศไหน พื้นที่ไหน จังหวัดอะไร เวลาไหนบ้างยังทำได้

ดังนั้นการแสดงโฆษณาจึง อ้างอิงกับพื้นที่และช่วงเวลาที่ Ads แสดงอยู่ สังเกตุง่าย ๆ เวลาเราเข้าเว็บนอกภาษาอังกฤษนั้น บางที Ads จะแสดงเป็นภาษาไทย เนื่องจากอยู่ในประเทศไทย และ google แปลภาษาได้
ดังนั้นก่อนทำเว็บไซต์ หรือบล๊อกท่านควรที่จะ กำหนดคีย์เวิร์ดและ พื้นที่ที่ต้องการจะทำตลาดไว้ตั้งแต่แรก

ไม่จริงคับ ไอ้นี่มั่วตั้งแต่ข้อแรกเลย โดเมน .co.th จะจดได้ต้องมีเลขทะเบียนการค้าคับ ไม่ใช่นึกจะจดก็จดได้เลย อีกอย่างเว็บ .com หรือ ดอทอื่นๆ ก็สามารถมีอันดับที่ดีใน google ได้คับ มันไมได้ขึ้นอยู่กับโดเมนไปทั้งหมด


2. หลายคนมองข้าม Adsense for Search มื่อท่านทำ Google Adsense อย่าลืมครับ ว่าท่านต้องสร้าง Adsense for Search ด้วย มันทำให้เว็บคุณน่าเชื่อถือ
จาก Algorithm ของ Google และ Google Bot ชอบไม่ใช่น้อย หากในเว็บท่านมี Adsense for Search ด้วย มันจะทำให้ Bot Google วิ่งมาที่เว็บคุณมากขึ้น
และมีส่วนทำให้การ Index ติดอันดับได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
ข้อนี้ขอไม่ตอบ เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่มากพอ ดังนั้นผมขอตอบแบบผ่านๆแล้วกันครับว่า...ผมไม่เคยใช้งาน search ในเว็บไหนเลย เวลาจะ search อะไรก็จะกดเข้าไป google ก่อนทุกครั้ง ดังนั้นขอผ่าน ไม่ตอบ...
ไม่เกี่ยว กันครับ Google For Search เอาไว้อำนวยความสะดวกให้ผู้เยี่ยมชมเท่านั้น (แต่ถ้าเค้าคลิ๊กต่อจากการเสริขก็ได้ตังค์นาาา) เนื่องจากว่าใช้ Engine ระบบเสริชของ google ทำให้ได้ข้อมูลที่ไวและตรงกว่า ทั้งนีี้ขึ้นอยู่กับว่าเราให้มันค้นใน เว็บเรา หรือว่าทั่วไปด้วย

เรื่อง Adsense for Search จะติดก็ได้ แต่ค่าคลิกที่ได้จาก Adsense for Search มันไม่ได้เยอะเท่า Ads ที่เป็น text หรอกครับ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับ Algorithm ของ Google อะไรเลยครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ Google Bot จะชอบด้วยคับ


3. ไฟล์ Robots.txt อย่ามองข้าม! มันเป็นสิ่งที่การัณตี เว็บคุณว่าคุณใส่ใจกับการทำเว็บมากแค่ไหน ไฟล์ Robots.txt หลายคนมองข้าม อาจคิดเพียงว่ามันเป็นเพียง
ไฟล์ที่ควบคุมไม่ให้ Bot วิ่งเข้ามา หรือให้วิ่งเข้ามาที่หน้าเว็บ นั้นๆ หรือไม่ ความจริงแล้ว ไฟล์ Robots.txt มีความสำคัญมากกว่านั้น อาจเรียกได้ว่า มันเป็นตัวชี้วัด
ว่าเว็บเราให้ความสำคัญกับ Google Search มากแค่ไหน การใช้ไฟล์ Robots.txt ทำให้การติดอันดับ Google ได้เร็วกว่าเดิมครับ ตัวอย่างไฟล์ Robots.txt ที่ผมใช้
User-agent: *
Disallow: /login.txt
Disallow: /information.txt
Disallow: /database.mdb
Disallow: /caculate.php
Disallow: /checkuser.php
Allow: /

User-Agent: Googlebot
Disallow:


# Sitemap files
Sitemap: http://www.mewebdd.com/sitemap.xml

แนะนอนครับว่า การอ้างอิง Site-Map ภายในไฟล์ Robots.txt มีความสำคัญมากครับ อันนี้แนะนำครับ ตัวอย่างไฟล์ sitemap.xml ของผม มีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

- http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9 " xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance " xsi:schemaLocation="http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9 http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9/sitemap.xsd ">
-
-
http://www.mewebdd.com/

-
http://www.mewebdd.com/index.php

-
http://www.mewebdd.com/contact_us.php



อย่าลืมนะครับว่าทำเว็บทุกครั้ง ต้องไม่ลืมสร้างไฟล์ Robots.txt ถึงแม้ว่าท่านจะมีความจำเป็นต้องใช้ หรือไม่มี ก็ต้องใช้ไฟล์ Robots.txt นะครับ และอย่าลืมระบุตำแหน่ง
Site-Map ที่มีนามสกุลเป็นไฟล์ XML ที่ท่านเก็บไว้นะครับ และ Site-Map อาจมีได้มากกว่า 1 หากเว็บท่านมีเนื้อหาและหน้าเว็บมาก
Robot สำคัญสำหรับการทำ SEO แต่ว่าผมมองในมุมที่ว่ามันชี้ให้เห็นว่าเว็บเราเป็นระเบียบขนาดไหน แล้วบอทจะสามารถไปไหนได้บ้าง ไปได้ครบทุกเพจไหม ไม่ใช่ว่าไปได้ไม่กี่หน้า หรือไปทุกหน้า แต่วิ่งวนอยู่ซ้ำๆในบางหน้าเท่านั้น...
Robot.txt หน้าที่ของมันคือการกันไม่ให้บอทเข้าไปในส่วนที่เราไม่ต้องการให้มันเก็บ ครับเช่น หน้า Adsmin หน้าของสคริปต์ หรือ ปลั๊กอินต่าง ๆ ไม่ใช่การทำ SEO
ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ มีผลไม่เยอะครับ


4. Google Webmaster Tools เครื่องมือที่หลายคนมองข้าม หากท่านต้องการทำให้เว็บท่านติดอันดับ Google นั้น เครื่องมือ Google Webmaster Tools เป็นสิ่งสำคัญ
พอๆ กับการระบุตัวตนท่านให้ Google รู้จักกันเลยทีเดียวครับ เมื่อท่านสมัครใช้งาน Google Webmaster Tools และเพิ่มไซท์ของคุณเข้าไป มันจะมี Meta Tag ที่ระบุ
ว่าเว็บท่านมี Meta Tag สำหรับติดตาม ตัวไหน ซึ่งให้คัดลอก Meta Tag ที่ได้ไปวางไว้ในส่วนของ Head Tag ก่อน Body Tag ครับ จากนั้นจึงเพิ่มตำแหน่ง Site-Map
ให้ Google รู้จักครับ ผมขอแนะนำว่า หากท่านได้ทำการ Generate Meta Tag แล้วนั้น ให้ใช้ค่า Meta Tag หรือ Code ที่ Generate ได้ ไปใช้กับเว็บของคุณ โดยที่ไม่
ควรลบข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซท์ ออกจาก Google Webmaster Tools ไม่ใช่นั้น หากท่าน Gernerate Code ใหม่ เว็บที่เราทำมาเป็นปี อาจต้องรับการ Index ใหม่อีกครั้ง
เหตุเพียงเพราะว่า Meta Tag ระบุตัวตัวเว็บเราที่ใช้มายาวนาน และน่าเชื่อถือ ได้ถูกยกเลิกไปครับ อันนี้ผมเจอมากับเว็บผม หลายเว็บเลย นอกจากนี้ ผมขอแนะนำเลยว่า
หากเว็บท่านติดหน้าแรก Google แล้ว และไม่เคยใช้ Google Webmaster Tools และไม่มี Meta Tag ติดตาม หากท่านสร้าง Meta Tag ใหม่ อาจทำให้ท่านล่วงลงไป
ชนิดที่อาจหาตัวไม่เจอก็เป็นได้ครับ
ไม่ ค่อยได้ใช้เลย ส่้วนมากจะใช้ tools จากที่อื่นที่เค้าใช้งานกัน แ้ล้วก็ได้ผลดีเสียด้วย ผมว่าไม่เกี่ยวหรอกว่าใช้งาน google webmaster tools แล้วเค้าจะมองว่าเว็บเราสำคัญ ผมถ้าเป้นอย่างนั้นคนที่ใช้ google search ก็คงสำคัญในฐานะที่ใช้ search engine ของเค้า ไม่ไปใช้ของที่อื่น...

ถ้าทำเว็บขาว ๆ ก็ใช้ได้ครับเอาไว้วิเคราะห์ ข้อมูลเบื้องตนในการทำเว็ฐ และ ทราฟฟิคที่เข้ามา Webmaster tools สำหรับผมนั้นมีประโยชน์ในการทำ SEO เฉพาะเวลาอยาก Submit Sitemap เท่านั้น

ก็ถ้าทำได้ก็ดีครับ แต่เรื่อง Gernerate Code ใหม่ แล้วต้องไปรับการ index ใหม่อะไรเนี่ย ไม่จริงครับ อย่ามามั่ว แล้วที่สำคัญ Google Webmaster Tools ไม่มีผลต่อการทำ SEO ครับ มันเป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้เราวิเคราะห์เว็บของเราได้ดียิ่งขึ้นเท่า นั้นเองคับ ตรงกันข้าม หากเว็บเราเป็นสายดำหรือออกเทาๆ เนี่ย ไม่ควรจะยุ่งกับมันคับ Google จะรู้ว่าเว็บเราทำอะไรไปบ้าง ได้ traffic มายังไง มี kw อะไร มากน้อยแค่ไหน จนนำไปสู่การแบนเว็บได้ครับ เพราะงั้นระมัดระวังเรื่องการใช้ Google Webmaster Tools ให้ดีๆครับ จริงๆ ไม่ใช้ก็ไม่เสียหายอะไรเลย


5. เรื่องที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดไม่ถึงว่า Google Backlink มีความสำคัญ สำหรับผมแล้ว นอกจากการสร้าง Backlink จากเว็บไซท์อื่นๆ Link เข้ามายังเว็บไซท์ของเรา
การสร้าง Backlink กลับไปยัง Google สำหรับผมแล้ว เป็นการทำให้ Bot Google วิ่งออกจากเว็บเราไปยังปลายทางคือ Google ทำให้ Google รู้ว่า Bot วิ่งผ่านเว็บเรา
กลับไป แนะนำว่าทำ Google Backlink เด่น ชวนให้คลิกนะครับ เพราะถ้าคนมาชมเว็บเราแล้ว เขาอยากกลับไปใช้หน้าหลัก Google โดยใช้ Home ที่เป็น Start Page
มันไม่ช่วยให้เราสร้าง Bot มากขึ้นเลย ให้เขาคลิกจาก Link ที่อยู่ใน URL ของเราจะดีกว่าครับ
ข้อนี้ขอไม่ตอบเช่นเคย เพราะไม่มีข้อมูลมากพอ แต่คิดว่าไม่เกี่ยวกันสักเท่าไหร่กระมังครับ เพราะว่ามีคนส่วยน้อยที่จะกดลิ้งค์Googleจากหน้าเว็บเรา ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เวลาจะไปGoogleแล้วต้องพิมพ์ใหม่เองทุกครั้ง หรือเปิดซ้ำเพจในหน้าต่างเดิม หาน้อยคนมากที่จะติดลิ้งค์ไปเว็บGoogleในหน้าเว็บตนเอง
มั่วครับ ลิงค์ออกเราต้องควบคุมให้น้อยที่สุด ถ้าจะส่งลิงค์ออก ส่งมาที่เว็บผมดีกว่า google ไม่ช่วยอะไรหรอก wanwan016 wanwan016 wanwan016
มาข้อนี้เริ่ม จะออกแนวทำให้คนอื่นไขว้เขวคับ จริงๆ ไม่ควรจะมี link ออกไปจากเว็บเราเลยนะคับ แต่ถ้าอยากจะมีเพื่อทำให้ดูว่าเว็บเรามีประโยชน์จริงๆ ให้มี link ออกไปที่เว็บที่ Relate กับเนื้อหาของเว็บเราครับ เช่น เนื้อหาเว็บเราเกี่ยวกับ รตยนต์ ก็ให้มี link ออกไปที่เว็บ one2car.com แบบนี้ครับ ไม่ใช่ link ออกไป google.com จะ link ออกไป google.com ทำไมเนี่ย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะ link ออกไป google.com ไม่ได้นะคับ แต่คำถามคือ ทำเพื่ออะไร มันไม่ได้เกิดผลทาง SEO อะไรเลย


6. เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ Domain เก่าๆ ทำมา 5 - 10 ปี บางคนไปจดใช้ Domain Name ใหม่ เพื่อโอกาสจะได้ติดอันดับ Google มากขึ้น ความจริงแล้ว การใช้ Domain Name
เก่าๆ Google จะมีความเชื่อถือเรามากกว่าครับ และโอกาสติดอันดับ Google มากกว่าครับ เนื่องจากระยะเวลา Domain Name ที่ใช้นั้นยาวนาน และน่าเชื่อกว่าครับ การ
ที่คุณไม่ติดอันดับ Google ทั้งที่ใช้ Domain Name เก่าๆ อายุ 5 ปีนั้น เป็นเพราะอาจทำผิดกฎหรือไม่ถูกต้อง ลองจับมาวิเคราะห์ดูครับ
ไม่จำเป้นหรอกครับว่าจะต้องอายุมากๆ 5-10 ปี จดโดเมนครั้งแรกทีเดียว 5-10 ปีเลยก็ดูน่าเชื่อถือเช่นกัน แล้วก็คุณภาพเว็บไซต์ในส่วนต่างๆก็บ่งชี้ได้ว่าเว็บเราน่าเชื่อถือขนาดไหน แต่ท่านเองทำให้คนในนี้เชื่อใจได้แล้วหรือยัง...
ตรงนี้ตรงกันช้ามกับความจริงเลยครับ โดเมนยิ่งอายุมากยิ่งดีครับ แต่ต้องเช็คก่อนว่าเคยโดนแบนจาก Google หรือเปล่าด้วยการเอา โดเมนเก่าที่ว่าไปเสริชใน google เลยถ้าเจอก็สบายใจไปได้หน่อยนึงครับ
ส่วนการจดโ่ดเมนทีละหลาย ๆ ปีนั้นช่วยได้อย่างเดียวคือกันลืมครับ Google คงไม่ปัญญาอ่อนให้ความน่าเชื่อถือจากการ ควักกระเป๋าเช่าโดเมนหลาย ๆ ปีเป็นแน่ จำไว้ครับ อันดับในเสริชซื้อไม่ได้

ถูกแต่ไม่ทั้งหมดครับ Google ให้ความสำคัญกับโดเมนที่มีอายุมากๆจริงคับ แต่เรื่องที่บอกว่าจดโดเมนครั้งเดียว 5-10 ปีไปเลยเนี่ย มั่วคับ ไม่จริง 100% การจดโดเมนหลายๆปี ไม่ได้ทำให้เว็บเรามีความน่าเชื่อถือนะคับ อย่ามามั่ว


7. Content นั้น ดีไม่ดี มีผลต่อการติดอันดับ ด้วยเช่นกันครับ การสร้าง Content เนื้อหาเว็บไซท์นั้น ที่ดี ผมแนะนำให้สร้างเนื้อหา โดยไม่เน้นวิชาการมากเกินไป สำหรับเว็บที่เป็น
Community หรือเว็บบอร์ดต่างๆ ครับ สำหรับเว็บที่เป็นประเภทธุรกิจ และมีหน้าร้านขายสินค้านั้น ผมแนะนำให้ท่าน ระบุชื่อผลิตภัณฑ์ ขนาด ประเภทสินค้า ราคา และราย
ระเอียดสินค้า ซึ่งการค้นหาสินค้า ใน Google Search อาศัย Content เหล่านี้ ในการอ้างอิงครับ บางครั้งถ้าผมเร่งทำเว็บมาก ก็อาจ คัดลอกบทความ มาดัดแปลง แล้วค่อย
มาปรับปรุงภายหลัง หากต้องการเปลี่ยน Content อย่างต่อเนื่อง และผมแนะนำว่า อย่าพิมพ์เนื้อหาโดยที่ไม่มีลูกเล่น เช่น ตัวหนา ตัวเอียง สีตัวหนังสือ ตัวหนังสือวิ่ง การสร้าง
ตัวหนังสือในตาราง สิ่งเหล่านี้ทำให้เว็บดูมีโครงสร้าง Content ที่หน้าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ
เนื้อหาจะเด่นไม่เด่น จะดีไม่ดี สำตัญไหมนั้น ผมว่าอยู่ที่ Tag ครับ ถ้าเราเน้นหัวข้อไปว่า h1 หรือจะ h อะไรก็ตาม และตรงเนื้อหาเป็น p มันก้จะทำให้บอทเข้าใจได้ว่าอะไรเป้นเนื้อหา อะไรเป็นหัวข้อ ซึ่ง่สวนมากหัวข้อก็จะสำคัญเสมอและแน่นอนว่าหัวข้อส่วนมากถูกทำเป็น KW ยกตัวอย่างเช่นบางครั้งเรา validate css และ xhtml เราจะเคยเจอกันว่ามันฟ้องว่าใช่ Tag H1 ผิดที่ ตรงนั้นควรเป็น H2 หลายคนอาจจะเจอมาแล้วก้เป็นได้ ผมคนหนึ่งบ่อบๆ เพราะต้องมานั่งจัด validate ให้ลูกค้า ทำให้คิดว่าใช้ Tag ดีที่สุด ส่วนเนื้อหาก็แทรก KW ลงไปบางประปรายก็พอ
อันนี้จริงครับ Content is King ยังใช้ได้เสมอ แต่การทำอันดับนั้นเราควรทำบทความให้เสร็จไปเลยทีเดียวไม่ควรมาแก้ไขทีหลัง ครับ เสียเวลาอินเด็กซ์
อันนี้ใช้ ได้ๆ Content เป็นสิ่งสำคัญคับ ว่าแต่คุณมีลูกค้าด้วยเหรอเนี่ย

8. รูปภาพ มันมีค่าและมีความหมายมาก รูปภาพที่นำมาใช้ ท่านควรตั้งชื่อภาพ ตาม Keyword ที่ท่านต้องการให้ติดอันดับครับ และใส่รายละเอียดของรูปภาพด้วยครับ ด้วยการ
ใส่เนื้อหาในส่วนของ img tag เช่น Rent car in USA อย่างนี้เป็นต้นครับ
บางครั้งบอทก็ไม่ได้ฉลาด เสมอไป มันไม่รู้หรอกว่าภาพนั้นภาพอะไร เราถึงต้องใส้ Tag Alt ให้มันรู้จัก เราอาจจะใส่เป็น KW ให้กับภาพทุกภาพของเราก็ได้ ไม่ต้องใส่รายละเอียดรูปลงไปหรอก
อัน นี้จริงครับ รูปภาพต้องใส่ alt tag ทุกครั้งครับ bot ไม่มีตาครับ มันใช่อ่านเอา อีกนิดนึงคือ นอกจาก จะส่งผลดีทางด้าน SEO แล้วบางครั้งรูปภาพนั้น ๆ ก็สามารถส่งทราฟฟิคให้เราได้จากคนค้นหาภาพครับ
เยี่ยมมากไอ้น้อง อันนี้จริง ^^

9. สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำเว็บเคือ การทำ Meta Tag ต่าง ดูตัวอย่าง Meta Tag ที่ผมใช้ ท่านควรใส่ใจและให้ความสำคัญครับ มีผลต่อการติดอันดับ SEO ครับ


......................................




















.......................................................................


อันนี้ ไม่เถียง เพราะต้องมีกันทุกเว็บ ไม่งั้นจะใส่ KW ที่ต้องการให้บอทเก็บข้อมูลได้อย่างไร -*- แต่ผมไม่ได้นั่งตรวจนะว่าโค๊ดคุณใส่ถูกไหม พิมพ์ผิดไหม แล้วก็เกินความจำเป้นไหม...
Google ใช้ Meta Tag Meta Keyword อะไรพวกนี้ไว้จับแสปมครับ ไม่จำเป็นต้องใส่ หรือถ้าจะใส่ก็สั้น ๆ ตัวเดียวพอ
ใส่ บ้าบออะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะ meta keyword ใส่เพื่อให้มันแบนเราเหรอ ใส่เท่าที่จำเป็นก็พอครับ แต่ถ้าคิดว่าทั้งหมดนี่มันจำเป็นก็ใส่ๆไปเหอะ มันไม่ได้ช่วยเรื่อง SEO เท่าไรหรอก แต่เอา meta keyword ออกซธนะ


10. อีกวิธีหนึ่งที่ผมชอบทำคือ ผมมักจะไปสร้าง Backlink เองจากเว็บไซท์ดังๆ ครับ โดยการพิมพ์ข้อความ เนื้อหาที่เว็บบอร์ด และสร้าง Backlink กลับมายังเว็บไซท์เรา
ได้ผลมากครับ และผมก็มักไปสร้าง Backlink จากต่างประเทศด้วยครับ นอกจากนี้ หากผมพยายามส่งเมล์ เอา Link URL ของผม ไปให้เว็บดังๆต่างๆ Backlink
กลับมาเยอะมาก และหลังจากดูสถิติ คนรู้จักผมผ่าน Backlink ตัวนี้ค่อนข้างมากด้วยครับ
อันนี้มันพื้นฐานอยู่แล้ว เรื่องของ BL แต่ความจริงยังคงมีเทคนิคของ BL อีกเยอะ แต่คิดว่าปีนี้งานแข่งขันอาจจะได้เห็นพลังของ BL กันแน่ๆ...ดูขนาดท่านเจ้าของกระทู้สิ ขนาดไม่มี BL มาติดใน TSB แต่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ^^ ถ้ามี BL สงสัยดังเข้าไปใสเว็บพันทิปแน่ๆ
อัน นี้ถ้ามีความสามารถในการใส่ Bl ในเว็บชาวบ้านก็เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ระวังอย่าไปแสปมหรือสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเว็บเค้าแล้วกัน
เป็นเรื่องปกติของการหา Backlink ครับ


11. เวลาผมปรับปรุงเว็บหนึ่งหน้า หรือทั้งเว็บ ผมจะ Generate โค๊ด Ads มาใหม่ เพื่อให้รู้ว่าเรามีการเปลี่ยนแปลง เสมือนว่าเราทำการอัพเดทครั้งสำคัญ สำมากผมจะสร้าง
Code ของ Ads ใหม่ทุก 1 สัปดาห์ครับ
ความจริงถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งของ Adsense หรือว่าแก้ไขต่างๆ เราไม่ต้อง Gen ใหม่ก็ได้ครับ ตรงนี้มันแล้วแต่คนจะคิดกันด้วยแหละครับ แต่ผมเน้นไปที่เนื้อหามาใหม่ บอทมันก็มาเก็บข้อมูล มันก็รู้ว่าเออนี่มาใหม่ เพราะวันนั้นมาไม่เจอ...
เว็บเดิมตำแหน่งเดิมจะสร้างใหม่ทำไมให้เสียเวลาครับ ไม่ควรทำเปลือง Channel และเสียเวลาเริ่มวิเคราะห์ใหม่
เฮ้อ....ชักเละเทะละไอ้นี่ จะไปสร้าง code adsense ใหม่หาพ่ออุลตร้าแมนทาโร่รึไง จำไว้เลยนะคับ Google ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Code Adsense ในทาง SEO เลย นอกเสียจากเอาไว้จับผิดเรา มีร้อยเว็บ ไม่ต้องเสียเวลาสร้าง code adsense ใหม่ 100 ครั้งเหรอ ไปเอาความคิดนี้จากไหนเนี่ย


12. อีกวิธีหนึ่ง ในอีเมล์ผมมีชื่อลูกค้า เพื่อน ญาติ พี่น้อง มิตรสหาย มากมาย เวลาเว็บผมปรับปรุงสินค้า หรือมีอะไรแนะนำ ส่งเนื้อหาความรู้ไปให้ ผมมักจะดึงเอารูปภาพ
ที่มากจากเว็บผมแนบไปด้วยครับ เพิ่มเติมด้วย Link ที่สามารถคลิกเข้ามายังเว็บผม วิธีนี้ ผมใช้กับคนที่ผมรู้จักเท่านั้น และจะส่งให้กับคนที่เขาจะคลิก และเป็นประโยชน์
ต่อเขาด้วยครับ
,u]มันก็เหมือนสแปมดีๆนั่นเอง แค่ว่าทำให้หลงคิดว่าเมล์อัพเดทข้อมุลของผลิตภัณฑ์ แต่ที่จริงก็หวังให้คนคลิกลิ้งค์...คาดว่าถ้าส่งมาหาผม คงจะโดนด่้า หรือคิดว่าสแปมนะครับ...^^
สแปมเมล์ นั่นเอง wanwan004
ก็เป็นอีก เทคนิคนึงนะครับ แต่ระวัง มันผิดกฏของ Adsense ถ้าไปชวนให้เข้าเว็บแล้วชวนให้ คลิกหรือดูที่โฆษณา จริงๆแล้วติด adsense อย่าพยายามใช้วิธีนี้ดีกว่าคับ อันตราย


13. แนะนำว่าเว็บที่ท่านทำ อย่าได้ลืมการสร้างเว็บบอร์ดเด็ดขาด หากต้องการ Bot วิ่งเขามามากๆ และควรทำเว็บบอร์ดที่มีสาระ และอยู่ในความสวนใจของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
ผมคิดว่าถ้าผมทำเว็บใหม่เกี่ยวกับ IT ผมคงทำบอร์ด IT+SEO แล้วใครจะมาเข้าล่ะเนี่ย บอร์ดดังๆดึงคนไปหมด ร้างล่ะทีนี้ ไม่จำเป้นหรอกครับ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นเถอะ เช่น รดน้ำ พรวนดิน ปลูกต้นไม้ โลกจะได้เย็นๆ
มีความสามารถก็ควรทำ ไว้ครับ แต่เวลาดูแลบอร์ดร้างเนี่ยมันทรมานจิตใจเสียนี่กระไร
มีแรงทำได้ก็ทำไปคับ แต่มันไม่ได้ช่วยเท่าไรหรอก


14. ทำเว็บแจกรูปภาพฟรี ทัวทัศน์ ภูเขา น้ำตก ภาพต่าง ยกเว้นสิ่งที่ผิดกฎ Google การทำเว็บประเภทนี้ มีผลต่อการคลิก เป็นอย่างมาก แม้ไม่ใช่โปรแกรม หรือเพลง เพราะเว็บ
เหล่านั้นมีโอกาสโดนแบนจาก Google มาก ส่วนแจกภาพที่ถ่ายเองนั้น โอกาสโดนแบนไม่มี เว้นแต่จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำอะไรแบบแหกกฎ
ภาพถ่ายเองแบบไหนที่โดนแบนล่ะ ใครจะเอาภาพตอนมีอะไรกับแฟนไปโพสให้คนอื่นดู เค้าก็มีแต่อัพภาพที่ใช้งานหลักๆได้กันเท่านั้นหล่ะ -*- ยกเว้นโลกจิต หรือท่านเคยลองอัพภาพแบบวิปริตของท่านขึ้นไปลองมาแล้ว ^^
ทำแจกได้ครับ แต่ห้ามรูปโป๊ อนาจาร อาวุธสงคราม ยาเสพติด และที่สำคัญ อย่างทะลึ่งเอา Adsense ไปไว้ไกล้ ๆ รูปล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
ทำได้ครับ ถ้าขยัน อันนี้ไม่มีปัญหาอะไร


15. อย่าลืมสร้างแผ่นที่ Google Map วางไว้ในเว็บไซท์ของคุณด้วยครับ เพราะการสร้างแผนที่ด้วย Google Map มาเก็บในไซท์คุณ มีส่วนช่วยให้ติดอันดับครับ
อืม ผมก็สร้างแผนที่แล้วนะ แต่ผมแคปเจอร์มา ไม่เห็นได้อันดับเลย หุๆๆ
ถ้าเว็บท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแผนที่ก็ไม่มี ความจำเป็นต้องไปทำให้เว็บมันช้าโดยใช่เหตุ
จำใส่ใจไว้อีกข้อนะคับว่า Google Map ไม่มีผลต่อการทำ SEO ครับ


16. สำหรับการนำโฆษณามาติด ผมแนะนำสร้างเว็บขึ้นเองครับ ส่วนการสมัคร Google Adsense นั้นผมแนะนำ สมัครผ่านทาง Blogger.com อนุมัติเร็วกว่า
จะเร็วจะช้า ขอให้มันได้เถอะ ทำเว็บด้วยตนเองก็ผ่านได้ใน 1 อาทิตย์ ถ้าสาระมากพอ ไม่มั่วก๊อปบทความคนอื่นมา
ถ้ายังไม่ มีทุนมาก Blogger ยังคงเป็นทางทำเงินที่ดีเสมอ แต่ถ้าคุณมีทุนและมีความสามารถผมคงต้องยุให้สร้างเว็บของตัวเอง ส่วนการอนุมัติ Adsense ขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ครับ
ก็โอเคครับ สมัครผ่าน blogger ก็ได้


17. สิ่งสำคัญคือ Keyword คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า Keyword ไหนมีค่า และราคาคลิกสูง สำหรับผม Keyword ที่แนะนำคือ คีย์เวอร์ดราคาคลิกสูงจากประเทศอเมริกา
เป็นหลักกล่าวคือ หากผมค้นหา คีย์เวิร์ด ที่เอมริกา เกี่ยวกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเอมริกา ผมมักคิดคำขึ้นเอง เช่น USA Hostpital, Hostpital of America
พูดง่ายๆ คือผมมักจะคิดคีย์เวิร์ดขึ้นเอง หรือดัดแปลงให้ใกล้เคียงคีย์เวิร์ดราคาคลิกสูง เพื่อจะทำให้โฆษณานั้นมาโผล่ที่เว็บเรา
ไม่ ต้องราคาสุงก็ได้ เพราะทุกอย่างมีขึ้นมีลง วันนี้สูง พรุ่งนี้ต่ำ เน้นดุที่การผันผวนของตลาดดีกว่า อะไรที่มันเป้นผู้นำหรืออินเทรนมันมักจะแพงเสมอ แต่อย่างไรก็ตามมีนำก้ต้องมีตาม ระวังไว้ด้วย
เครื่องมือฟรีของ google มีครับ จะไปนั่งคาดเดาราคาทำไม ว่าคลิ๊กล่ะเท่าไหร่ แค่คิด Keyword ก็หัวจะแตกล่ะ ผมใบ้ให้แล้วกัน "จราจร ค่าประมาณการ ทราย กล่อง"
มันหมดยุคของการคิด keyword ขึ้นเองแล้วครับ ตอนนี้ tools ต่างมีเยอะแยะมาก ควรจะใช้ tools พวกนี้ดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา


18. ควรหลีกเลี่ยง CSS, Joomla, Wordpress, Drupal หรือ CMS อื่นๆ เพราะการสร้างเว็บด้วยฝีมือเรา ทำให้เว็บเรามีโครงสร้าง เป็นที่น่าสนใจของ Google รวมทั้ง Google Bot ด้วย
ไม่จำเป้น เพราะถ้าเราสร้างเว็บเอง แต่ Tag / Class / ID และอื่นๆอีกมากมาย เราใช้งานผิด บอทคงจะงง คนส่วนมากเลยพึ่ง CMS เพราะมันเป้นภาษามาตราฐาน และ validate ผ่านเรียบร้อยแล้ว
ก็ใน เมื่อมัน Validate ผ่านเรียบร้อยแล้วจะไปนั่งเขียนเองทำไม มันเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว และอีกอย่างการใช้ CSS ทำให้การเข้าหน้าเว็บรวดเร็วมากขึ้นด้วย ถ้าจะหาเงินก็ CMS เถอะท่านไม่เสียเวลาดี
ไม่จริงคับ CMS ต่างๆ เหล่านี้สามารถใช้งานได้ดีครับ ช่วยลดเวลาในการสร้างเว็บให้กับเราอย่างมาก นอกเสียจากอยากทำเว็บไซด์ 2.0 ที่มีขนาดใหญ่เป็นของตัวเองเช่น hi5 หรือ facebook ก็เขียนเองได้คับ แต่ถ้าเอาแค่ใส่ content อะไรพวกนี้ ใช้ CMS ก็พอคับ จะไปเสียเวลาสร้างเองทำไม


19. สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ พยายาม มุ่งการทำ SEO ไปยังหน้าแรกของเว็บไซท์ เช่น www.mewebdd.com ตำแหน่งหน้าแรกคือ http://www.mewebdd.com/index.php
พยายามมุ่งทุกอย่างไปนี้ตำแหน่งนี้ก่อน เมื่อหน้าหลักติด หน้าอื่นจะตามมาเองครับ
หน้า ไม่ให้หน้าหลักติด แล้วจะให้หน้าไหนติดล่ะครับ -*- ตอบแปลกๆ เปลืองพื้นที่ตอบมากๆ -*-
อันนี้ขึ้น อยู่กับคีย์เวิร์ดของท่านแล้ว สมมุติว่า หน้าแรกของผมคือ SEO Samutprakarn มันไม่ทำเงิน แต่ว่าไอ้หน้าที่เป็น หน้ารับสัมมนา ผมก็คงทำ SEO ให้หน้าหลังครับ จำไว้ครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำอันดับให้คีย์เวิร์ดที่ไม่ทำเงิน
ไม่จริงทั้งหมด การทำ SEO ไม่ได้เน้นที่โดเมน แต่เน้นที่ web page ครับ ดังนั้นถ้าเราต้องการให้หน้าไหนมีอันดับที่ดีใน google ก็ควรทำ SEO ที่หน้านั้นๆ ครับ ตรงนี้ขอให้เข้าใจเสียใหม่นะคับ เดี๋ยวคนอื่นจะสับสน



20. เรื่องการใช้ Hosting สำหรับใครที่ใช้ Web Hosting จากต่างประเทศ เปลี่ยนมาใช้ Web Hosting ไทยนะครับ เพราะ IP Adress เซิร์ฟเวอร์ไทย Google จะรู้ว่าเว็บเราเป็นเว็บ
สัญชาติไทย 100% ทำให้ Google จะพิจารณาเว็บเราให้ติดอันดับ Google.co.th อันดับแรกๆ เลยครับ
คนส่วนมาก ใช้ .com จะเปิดจาก google.com หรือ .co.th มันก็เหมือนๆกัน -*- เพราะมันไม่มี Local ส่วนตัว แต่มันเป้น Primary Local หรือเป้นนามสกถลหลักๆหรือสากลนั่นเอง ยกเว้นจะทำเว็บให้ติดตลาดที่ไหน ก็ใช้ . ที่นั่นรับรองได้ Local แน่ๆ แล้วก็โฮสในโซนนั้น เว้บไทยก็โฮสไทย นอกก็โฮสนอก
ทำเว็บไทย ใช้โฮสไทยครับ ทำเว็บนอก ทราฟฟิคนอก ก็โฮสนอก
ถ้า ต้องการ traffic ไทยและอันดับในไทย ก็ใช้ Host ในไทย ถูกละครับ


21. เทคนิคนี้ไม่ลับ แต่มันคือสุดยอดของการสร้างรายได้ผ่านเน็ต โดยเฉพาะกับ Google Adsense คือ การสร้างเว็บไซท์ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น อยู่ในระดับสำคัญ และน่าสนใจ
โดยที่ไม่แฝงด้วยการขายสินค้า หรือโฆษณาสินค้าของคุณ หากเพียงแต่ว่า มี Ads ของ Google ติดอยู่ตำแหน่งเด่นๆ และตำแหน่งไม้ตายของผม คือ การนำ Ads ไปอยู่ติดกับ
Menu หลักของเว็บไซท์ โดยมีระยะความห่าง Hight=50px เท่านี้หละ คลิกกระจาย ไม่โดนแบน
เนื้อหาัมันต้องสำคัญ อยู่แล้ว ใครจะไปทำเว็บท่องเที่ยว แต่เอาเนื้อหาการซักผ้ามาลง -*- แล้วท่านเคยแฝงขายสินค้าไหมครับ เห็นว่าเคยขายอะไรให้ใคร อะไรราคาหลัก 2 แสน... -*-
เนื้อหาคือสิ่งสำคัญที่ สุดครับ แต่ ณ.เวลานี้ไม่มีประโยชน์ที่จะไปทำ Ads กลืน ๆ แล้วครับ ใช้สี ดีฟอล์ตของ Adsense ดีที่สุด เพราะโดยธรรมชาติของ ADS มันจะมีข้อความชวนคลิ๊กอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์อันไดที่จะเอาของดีไปซ่อน
อืมมม เรื่องตำแหน่ง ads ไม่ขอพูดถึง อยากติดตรงไหนก็ตามใจ แต่เรื่อง Content ถ้าคิดจะทำ Adsnese อย่าริอาจทำเนื้อหา และเว็บไซด์ให้ดูน่าเชื่อถือ และสวยงาม ควรจะทำ content ที่อ่านแล้วงงๆ แต่ถูกไวยกรณ์ เพื่อให้คนรีบๆ ไสหัวออกไปจากเว็บเรา โดยการ คลิก Adsense เราไม่ได้ต้องการ traffic มากมายมหาศาลเพื่อให้คนมาดูเว็บเรา แต่เราต้องการ คนที่เข้ามาเว็บเราแล้วคลิก ads ของเรามากว่า ดูจุดประสงค์ของเราให้ออก อย่าหลงงมงายกับ traffic หรือคุณภาพเว็บมากเกินไป


22. เทคนิคนี้อาจไม่มีใครใช้ แต่ผมใช้ ใช้ได้ดี ผมเรียกว่า Ads Location Strategy ผมจะสร้าง Ads 2 อัน ขนาดเท่ากัน วางติดกัน พื้นที่โฆษณา Ads กว้างขึ้น ถึงใครมองว่าน่ารำคาญ
แต่ผมใช้วิธีนี้ เกือบทุกเว็บของผมครับ
ผมคนนึงที่ไม่กด เกะกะ ใหญ่เกินไป ไม่เนี่ยน
เอ่อ แล้วทำไมพี่ไม่ใช้ชนาดใหญ่สุดล่ะครับ

งง กับมันจริงๆ อ่ะ อยากทำก็ทำ


23. ทุกหน้าของผมมักจะประกอบไดด้วย 3 ส่วนสำคัญ ชนิดที่ขาดไม่ได้คือ 1. เนื้อหา 2. รูปภาพ 3. Ads ซึ่งเนื้อหา และรูปภาพจะต้องไม่ซ้ำในแต่ละหน้าครับ
รูปไม่ ซ้ำกัน งั้นต้องให้เปลี่ยนโลโกเว็บเปลี่ยนทุกหน้าเลยไหม... -*- เอาให้มันตรงเนื้อหาอย่างคุณนอทก็ดีนะ อย่าพยายามให้มันผิดแปลกไปจากเนื้อหา
ตามนั่นครับ รูปในบทความควรสัมพันธ์กับ Content นะครับอย่าลืมว่าเราให้คนอ่าน
ก็ดี คับ


24. ถ้าหากมีความจำเป็นต้องอ้างอิงถึง ปี ค.ศ. ให้อ้างถึง ค.ศ. ปัจจุบัน เพราะมันทำให้ Google เข้าใจว่า Content คุณไม่เก่าและมีเนื้อหาที่ไม่ล้าหลัง ผมไม่เคยใช้คำว่า 2009 กับเว็บผม
หากปีนี้คือ ปี 2010 เพราะมันมีความหมายครับ
งั้นจะค้นหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ผมต้องพิมพ์หาว่า สงคราม 2010 ใช่ไหมครับ หรือผมจะทำเว็บประวิตศาสตร์ เพื่อขายของเก่าๆ ผมต้องใส่ไหมว่าของนี้มันเป้นของจากสงครามเมื่อปี 2010 อ้าว แล้วมันของเก่าตรงไหนว่ะเนี่ย -*- มันต้องตามการอ้างอิงจริงๆสิ
ใช้ข้อมูลตามความจริงครับ ยังไง Google มันก็คิดให้ตั้งแต่วันที่มัน index ไปนั่นล่ะมันไม่นับ ค.ศ. หรอก ม้นนับตาการอัพเดท
Google มันจะเปรียบเทียบข้อมูลจากรายละเอียดที่ bot วิ่งเข้าไปเก็บครับ ไม่ได้ดูจากเลข ค.ศ. อะไรที่คุณเขียนใส่ลงไปหรอก ยิ่งใช้ google webmaster tools แล้ว มันยิ่งรู้ใหญ่เลย ไม่ต้องไปสับขาหลอกให้เสียเวลาเลยคับ

ตั้งแต่ตรงนี้ไป จะมีแต่สีแดงของผม กับสีดำของเทพนะครับ ไว้จะมา Edit สีเขียวกับน้ำเงินให้ครับ



25. ชื่อที่อยู่ ติดต่อของคุณ Contact นั้นสำคัญมาก ในสายตา Google กล่าวคือ หากคุณระบบ อำเภอ จังหวัด ประเทศ และหมายเลขโทรศัพท์ บ้างของคุณ มันจะระบุตัวตนคุณว่า คุณอยู่
ที่ประเทศไทย และจังหวัดที่คุณระบบ มีส่วนสำคัญในการค้นหา เช่น ผมค้นหาคำว่า "สร้างออกแบบเว็บไซท์ กรุงเทพ" สถานที่ตั้ง ที่อยู่เราจะมีผล และมีความสำคัญขึ้นมาทันดีครับ
เว็บไซท์ ก็เขียนผิด ต้องใช้ ต.เต่า ... จะกดผิดก็ไม่ใช่ ห่างกันเกินไป -*- ผมไม่เคยค้นหา KW กว้างๆแล้วใส่จังหวัดเลย เหมือนกับคุณจะซื้อของ คุณจะมองไปไกลขนาดไหน ทั้งที่ 7-11 ก็อยู่ปากซอย ไม่ต้องไปไกลถึง กทม. หรอก


26. พยายามลดการใช้ Flash Animation น้อยลง เพราะ Google ไม่ได้เป็นจากของ Flash เพราะ Adobe Take Over มาจาก Macromedia แล้ว Google ไม่อาจไปอ่านข้อมูลใน Flash นั้นได้เลย
หาก Adobe พยายามที่จะปกปิด เพราะมันไม่ใช่ของๆ Google
อ่าน ได้แล้วไม่รู้หรอ แต่ได้บางรูปแบบ เค้าพัฒนาแล้ว ไปหาอ่านซะนะครับ ^^


27. ใช้ Endcoding แบบ อันนี้แนะนำให้ใช้แบบนี้ครับ เพราะไม่ว่าเปิดดูเว็บเราที่ไหนในโลก ภาษา ก็ไม่เพี้ยน และมีความ
น่าเชื่อถือสูงกว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากฝรั่งเข้ามาเว็บเราและไม่รู้ว่ามันเป็นภาษาอะไร หากฝรั่งเห็นเป็นภาษาไทย อย่างน้อยมันก็ดูดีกว่า และแน่นอน Bot Google ก็เข้าใจในแบบนี้ด้วยครับ
จำทำ Adsense ให้ได้ยอดเยอะๆทั้งที ก็ต้อง KW ที่ต่างชาติค้นหาสิ ใครมัวมาทำ KW ในไทยก็อดตายพอดี กำหนดไปเลยให้มันอ่านอังกฤษได้อย่างเดียวก็ได้สำหรับคนทำ KW และเว็บภาษาอังกฤษ...แค่แนะแนวเพิ่มอีก 1 ทาง


28. อย่าสร้างความรำคาญให้กับผู้ชมเว็บเรา ด้วยการโชว์ Ads ที่โดดเด่น โดยที่เขาไม่ได้อะไรกลับไปเลย อย่างนี้ต้องมีอะไรเป็นประโยชน์กับเขา บทความ ความรู้ หรือ Link ที่จะพาให้เขาไปเจออะไรใหม่ๆ
ที่ไม่ใช่ Link จาก Google Ads เพียงอย่างเดียว มันทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า เราไม่ยึดเยียดอะไรให้เขามากเกินไป
อันนี้เอา มาจากหนังสือชัว หรือก็คัดมาจากที่อื่น ผมจำได้ว่าหนังสือ comuter.today มันก้พิมพ์อย่างนี้แหละ 555+


29. ผมไม่สนว่าใครจะทำเว็บสายดำ หรือสายขาว สิ่งสำคัญไม่ใช่ตรงนี้ มันไม่ใช่ประเด็น หากประเด็นสำคัญอยู่ที่ คุณจะทำอย่างไร ให้ค่า CTR สูงไม่เกิน 15% และคุณจะทำอย่างไร ให้ Page View คุณ
มีค่ามากกว่า 1,000 Page View ในแต่ละวัน กล่าวคือทำอย่างไรให้คนเข้ามาเว็บของคุณทุกๆ วัน อย่างน้อย 1,000 คน
ทำตัวให้มีสาระ เดี๋ยวเว็บมีสาระตาม คนมันก็ตามมากันเอง อย่าไปคิดมาก อย่าคิดไปไกล ปวดหัว


30. ทำเว็บไซท์ทีดี อย่างน้อยคุณควรมีหน้าเว็บ 100 หน้า มันทำให้ Google เข้าใจว่า เว็บคุณเป็นเว็บขนาดใหญ่ และน่าเชื่อถือ
10-20 หน้าก้พอมั้งครับ อย่าลืมว่ายังมีข้อมุลที่ดึงออกมาแสดงจาก database ด้วยการเรียกผ่าน page เดิมๆ หรือ page เดียวกัน -*- เอาเว้บมีสาระ กับเนื้อหามีสาระ เดี่ยวมันก็เข้าใจเราเองว่าเว็บเราสำคัญและยิ่งใหญ่ขนาดไหน


31. หากทำเว็บธุรกิจ ขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต หากคุณเชื่อมต่อกับระบบ PayPal หรือ Master Card หรือ VISA ได้ ความสำคัญของคุณก็มากขึ้น กับ Google Search
ก็งั้นๆนะ search หาร้านค้าออนไลน์พวกรองเท้า หรือเสื้อผ้าทีไร เจอแต่ welove ทุกที เข้าไปดู มันก็ไม่มี paypal หรือ visa นี่หว่า ทำไมมันติดหน้าแรกกันเต้มเลยว้าเนี่ย -*-


32. การ Submit Web กับเว็บไซท์ต่างชาติ ช่วยให้เรามี Traffic จากต่างชาติเข้ามาเสริมทัพ โดดเด่นมากขึ้น คุณควร Submit เว็บไซท์กับต่างชาติอย่างน้อย 100 Web Submission
ไม่ต้องอย่างน้อยหรอก เอาเป้นว่ามากที่สุด และทำเรื่อยๆจะดีกว่า แต่ซับไป 10-30 กว่าที่ก็ PR สูงได้ ถ้าเว็บมันเด่นจริงๆ


33. เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Google Adword เพราะ Google จะให้ความสำคัญของเว็บคุณมายิ่งขึ้น โดยคุณอาจตั้งเป้าโฆษณาแต่ละวัน ไม่เกิน 50 บาท เป็นต้น เพราะเมื่อ
คุณเป็น Adword ด้วย และเป็น Adsense ด้วย คุณจะเข้าใจอะไรได้ดียิ่งขึ้น เพราะทั้งสองอย่าง ทุกคนก็รู้แล้วว่ามันทำงานสัมพันธ์กันครับ
ใช่ครับ มันสัมพันธ์กัน อันนึงจ่ายเงินให้คนอื่น อีกอันหนึ่งคนอื่นจ่ายเงินให้เรา ^^ ดีมาน+ซับพลายเท่ากัน อาจจะขาดทุนด้วยสินะ ถ้าเว็บไม่มีคนคลิก Ads


34. การตั้งเชื่อหน้าเว็บสำคัญต่อ Google และ Bot Google จะอ่านชื่อหน้าเว็บเราได้เข้าใจมากขึ้น เช่น เปลี่ยนจาก webmastertools.php เป็น webmaster-tools.php เป็นต้น
มันขึ้น อยู่กับ sub folder หรือ directory ด้วครับ ถ้า sub หรือ directory ไม่ดี มันก็ งง เราได้


35. หัวข้อในแต่ละหน้า ต้องสัมพันธ์ กับ Keyword ของหน้านั้นๆ และต้องเป็นตัวหนา .................
Tag b เค้าเลิกใช้กันตั้งแต่มีเว็บ 2.0 แล้ว ไปหยู่ไหนมา มัน Validate แล้วไม่ผ่านเพราะ Tag โบราณนี่แหละ เดี๋ยวนี้เค้าใช้ H กันหมดแล้ว


36. เขียนสคริป ให้ผู้ชมสามารถคลิกปุ่มตั้งค่าเว็บเรา เป็นหน้าแรกของ Web Browser เขาได้
รำคาญ เวลาเปิดมาต้องมาโหลดเว็บเชรี้ยนี่นานแสนนาน เอาGoogleเป็นหน้าหลักแล้วกัน...ใครคิดเหมือนผมบ้างเนี่ย -*-


37. ทุกหน้าที่ท่านเอา Ads ของ Google ไปติด ต่อเป็นภาษา English ล้วนๆ นะครับ
ทำเว็บไทยก็ได้ Ads ไำทยส่วนมาก หรือทำเว็บนอกก็ได้ Ads นอกส่วนมาก มันไปสั่งไม่ได้หรอกว่าผมทำเว็บภาษาอังกฤษหมดทั้งเว็บ แต่ผมจะเอา Ads พม่ามาติด ผมอยากตีตลาดพม่า -*-





ปล. ถ้าไม่เข้าตาใคร ต้องขออภัยด้วย เพราะมันหลายมุมมองมาก มีทั้งเทพคนเดิม, ผมเอง, ท่านนอท, ท่านคันดตน่า และท่านอื่นๆอีกมากมาย

Wednesday, July 14, 2010

การหาเว็บไซต์ Social Bookmark โดยตัวเอง

รู้สึกกับการเหนื่อยหน่ายที่ต้องรอเว็บไซต์ Social Bookmark จากผู้อื่นรึเปล่าครับ ถ้างั้นเราลองมาหากันเองเลยดีกว่าครับ

หลายๆคนอาจจะรู้วิธีการหาแล้ว และคนเหล่านั้นอาจไม่เห็นด้วยกับการนำวิธีเหลานั้นมาบอก สำหรับผมได้ให้บริการการซับมิตบุ๊คมาร์คและรู้ว่ามันใช้ได้ผล จึงอยากให้ได้ลองกัน และนี่เป็นวิธีการหา social bookmarking sites จาก search engines

ความรู้เบื้องต้น

ฐานของเว็บไซต์ bookmark นั้นมี pligg, scuttle/scuttlePlus, และ PHPDug.

ขั้นตอนการค้นหาเบสิค

การค้นหาที่นิยมที่สุดสำหรับหาเว็บไซต์ social bookmarking เพียงแค่พิมพ์ “Powered by …..”

เปลี่ยน .... เป็นฐานของเว็บไซต์ social bookmarking ที่ต้องการ

“Powered by pligg”
“Powered by scuttle”
“Powered by scuttlePlus”
“Powered by PHPDug”

วิธีนี้สามารถใช้ในการหาเว็บบอร์ดหรอื forum ได้เช่นเดียวกัน

การค้นหาขั้นสูง

สำหรับเว็บไซต์บุ๊คมาร์ที่ถอดคำว่า “Powered by …..” ออกจากลายเซ็นต์หรือ footer ของเว็บไซต์เราจะทำอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเว็บฯที่ถอด “Powered by …..” ออกจะแสดงถึงเว็บไซต์บุ๊คมาร์คที่ทำขึ้นอย่างจริงจังและมี PR ที่สูงและเพื่อที่ต้องการ PR ที่สูง นี่เป็นวิธีที่เราจะหาเว็บไซต์ที่ว่าเหล่านั้น

สำหรับ pligg ในฟังชั่นการค้นหาบทความจะมีลักษณะ url ดังนี้

hxxp://socialbookmarksite.com/shakeit.php

ดังนั้นเวลาค้นหาในเสริจจึงต้องค้นหาแบบนี้ inurl:/shakeit.php

สำหรับเว็บ PHPDug
inurl:/upcoming/0/viewall/1.html

สำหรับเว็บ Scuttle:
inurl:/populartags/

หากลองประยุกต์และดัดแปลงไปเรา คุณก็จะสามารถรวบรวมเว็บไซต์ social bookmarkingต่างๆตามที่คุณต้องการ

คำแนะนำเพิ่มเติม

วิธีการค้นหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถใช้ได้กับทุกๆ search engine แต่บน Google อาจระงับการค้นหาดังกล่าว เพราะ Google จะมองในเชิงการ hack ของบรรดาลเหล่า hacker

อย่าลืมใช้เครื่องมือเช็ค PR และ dofollow link หากต้องการเว็บไซต์ social bookmarking คุณภาพ

Guide to find unlimited social bookmarking sites

Aren’t you tired of browsing social bookmark sites list given by other people? why not find them on your own.

I know some people might already know how, and I also know lots of people might want to kill me for this.
I’ve been doing social bookmarking service so I know this works for me, give it a try.

So here’s how you can find social bookmarking sites from search engines:

Know the Platforms

There are three major social bookmark platforms that I know of, pligg, scuttle/scuttlePlus, and PHPDug.
Once you know these then finding the sites is peace of cake.

Basic Search

This is the most common way to search for social bookmarking sites. Just type in:

“Powered by …..”

Replace the …. with the platform:
HTML Code:

“Powered by pligg”
“Powered by scuttle”
“Powered by scuttlePlus”
“Powered by PHPDug”

The reason to do this is because by default all platforms have those signatures in their products.
You can find usually at the bottom of social bookmarking sites.

This method can also be used to find forums.

Advanced Search

Now I said the platforms are by default have those signatures, but what if the social bookmark sites’ owners decided to remove them?
They will actually, most of the sites that you can find using the above method would be sites with lower PR, most is 3 or even 4.

This is how you find sites from “more serious” owners and the chance to get higher PR social bookmark sites,
You need to identify a unique url in each platform, for example:

In Pligg, they have a function for searching stories, they use the following url:
HTML Code:

hxxp://socialbookmarksite.com/shakeit.php

Then you would use it in search engines like this:

HTML Code:

inurl:/shakeit.php

Other examples:

PHPDug:
HTML Code:

inurl:/upcoming/0/viewall/1.html

Scuttle:
HTML Code:

inurl:/populartags/

Play around with the methods, you can collect as many social bookmarking sites that you want.
The methods work for just about anything with similar platforms.

Suggestions

You can use any search engines for this, but I prefer yahoo instead of google.
Google can stop your search with a reason that your search is similar to how hackers/viruses work.

Use pagerank and/or dofollow tools like firefox addon searchstatus to help you in your search.
If you just want to collect the sites just do it, check the PR later with digixmas’ pagerank tool (bulk pagerank check).

หา Dofollow Backlink เป็นล้านๆง่ายนิดเดียว

เปิดกูเกิลแล้วพิมพ์ตามนี้ “Powered by BlogEngine.NET 1.4.5.0″ (ต้องมีสัญลักษณ์ฟันหนู)

จากนั้นก็คอมเม้น ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ auto approve (คอมเม้นแล้วจะแสดงทันที)

อ้างอิงจาก

Open google then type this:
“Powered by BlogEngine.NET 1.4.5.0″ (with quote)

AUTO APPROVE DO-FOLLOW!!!

วิธีสร้างทราฟฟิกอย่างง่ายๆ

หนึ่งในวิธีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ article online อื่นๆ ที่เราสามารถสร้างทราฟฟิกโดยที่เราไม่เขียนบทความเองแม้แต่น้อย ตัวอย่างนี้จะใช้เว็บไซต์ Ezine Articles

1. ค้นหาบทความบนเว็บ EzineArticles ด้วยคีย์เวิร์คที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ อย่างเช่น website hosting

2. เราจะเห็นบทความเกี่ยวกับ website hosting ที่ได้รับการอ่านเป็นร้อยหรือพันครั้ง เลือกบทความที่ได้รับการอ่านเยอะยิ่งดี จากนั้นมองในส่วนของคอมเม้น

3. ตอบคอมเม้นที่ไม่ถูกมองในเชิงแสปม กล่าวคือคอมเม้นในเชิงสร้างสรรค์และมีประโยชน์ เหตุผลก็เพราะคอมเม้นอาจถูกตรวสอบก่อนที่จะขึ้นแสดง หลังจากนั้นจึงใส่ url เว็บไซต์ของคุณเอง

เพียงแค่นี้ง่ายๆสั้นๆเว็บไซต์ของคุณก็จะถูกแสดงไปหลายๆหน้าด้วยทราฟฟิกที่เยอะ ไม่ต้องเขียนบทความเอง แค่เพียงคอมเม้น

อ้างอิงจาก

Simple Way To Get Traffic

This advice can be applied to other eZine sites but I will use one of the most popular sites as an example (Ezine Articles). You can build traffic from such eZine sites without even writing an article. Follow these steps:

1. Run a search in EzineArticles and search for the some keywords related to your site (i.e. website hosting).
2. You can see which “website hosting” articles have received hundreds or even thousands of views. The more views, the better. Choose an article with a lot of views and look for the comments section.
3. Add a comment that is not considered SPAM and that actually contributes a worthwhile statement about the article. The reason for doing this is because such comments are reviewed. After making your comment, add the url of your website hosting website (or something related to the keywords that you searched for).

That is it…This is extremely simple and can get your url listed on MANY pages with a high amount of traffic. You don’t even have to write the article, just a simple comment!

Saturday, July 10, 2010

บ่นความที่ใครแวะผ่านมามิต้องสนใจ

คราวนี้มาบอกว่าด้วยบ่นความสักหน่อย ณ ตอนนี้นั่งอยู่ที่ออฟฟิศที่บริษัทป๊า ของวันที่ 10/07/2010 ความรู้สึกตอนนี้ค่อยข้างเบื่อหน่าย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เคยบ่นๆมาตลอดเกี่ยวกับการงานที่ทำงาน ไร้สิ่งกระตุ้น ไร้ความท้าทาย สิ่งแวดล้อมห่อเหี่ยว ขาดซึ่งความสดชื่น ความเหงาที่เข้าครอบงำ ประกอบกับการทำอะไรหลายอย่างทำให้ร่างกายอ่อนล้า ทำงานทำการก็ไร้ซึ่งสติ ทำใบเสนอราคาใบเดียวพิมพ์มันตั้ง 3-4 รอบ

ใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและงานที่ทำมันช่างเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก
  • อยากออกจากงานบริษัทของป๊าแล้วไปลองทำงานที่อื่นดูมั้ย? อยาก
  • อยากไปทำงานที่มีเพื่อนฝูงสังสรรค์มั้ย? ก็อยาก
  • เกี่ยงมั้ยถ้างานใหม่ได้เงินน้อย? ณ ตอนนี้ไม่เกี่ยงขอเอาความสุขก่อนดีกว่า
  • ไปเป็นลูกน้องเค้าต้องทนโดนต่อว่าด่าทอ ไหวเหรอ? ถ้าผิดจริงก็ยอม
ทำไมไม่บอกป๊าแล้วออกไปทำสักที หลายๆคนถามอย่างงั้น...

ประเด็นหลักๆเลย ไม่ได้อยากตอบให้ตัวเองดูดีแต่มันเพราะ ไม่อยากให้ป๊าเหนื่อยแล้วเสียใจที่เราไม่สานต่องานของเขา อยากอยู่ช่วยป๊าแบ่งเบาภาระให้ป๊าสบายมากขึ้น ป๊าทำงานหาเงินเลี้ยงเรามาตั้งนาน ลำบากกว่าเรามาตั้งเยอะ เป็นผู้มีพระบุญเราตั้งมากมาย เสียสละมามาก เขาสร้างสิ่งนี้มาไม่ได้เพื่อตัวเขาคนเดียวแต่เพื่อทุกคนในครอบครัว

ในเมื่อป๊าเสียสละให้เราแล้ว เราจะเสียสละให้ป๊ามั่งจะไม่ได้เลยเหรอ ทั้งนี้เราเองก็อยากยืนหยัดทำงานที่บริษัทป๊า แต่บ่อยครั้งที่มันขัดแย้งตัวเองในใจ ลึกๆก็อยากบอกป๊าว่าช่วยหาสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อยากอยู่ทำงานที่นี่หน่อยได้มั้ย สอนการเป็นเซล หาลูกค้าที่เป็นของเราเอง ให้รู้สึกว่ายังมีอะไรที่เราสร้างมาด้วยตัวเราเอง หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เราสนุกอยากทำงาน อยากมาทำงานเช้าๆ เลิกงานเย็นๆ

ทำไมไม่บอกความรู้สึกกับป๊าไป...

ภาษา..ภาษามันปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไป ป๊าถนัดจีน เราถนัดไทย ไม่ใช่เราไม่อยากบอก แต่เราบอกความรู้สึกของเราไม่ได้ บ่อยครั้งที่มันจะพูดแต่พูดไม่ออกมันทรมานจนอยากจะร้องไห้อยู่เหมือนกัน ได้แต่ปล่อยให้มันผ่านๆไป

Sunday, July 4, 2010

ทำเงินบนโลกไอที (36) : รวยด้วย CPA Network

แม้"CPA Network"จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เชื่อว่ามีคนไทยในวงแคบเท่านั้นที่รู้ว่า CPA Network สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำโดยที่ไม่ต้องไปฟาดฟันกับคู่แข่งจำนวนมหาศาล เหมือนช่องทางทำเงินออนไลน์อื่นๆ บทความนี้จะตอบคำถามว่า CPA Network คืออะไร และมีช่องทางทำเงินอย่างไรได้อย่างดี

***เปิดโลก CPA Network ช่องทางหารายได้บนอินเทอร์เน็ต
(โดยภาวี กุลจันทร์, ตำแหน่ง : Chairman of ThaiSEM.com, Twitter : @pranthaisem)

หลายคนคงจะรู้กันมาบ้างแล้วว่า การทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตนั้น สามารถทำกันได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าของตัวเองผ่านเว็บไซต์ร้านค้าบนอินเทอร์เน็ต หรือ การนำสินค้าคนอื่นมาขายเพื่อรายรับจากค่าคอมมิชชั่น แต่ยังมีช่องทางการหารายได้อีกแบบหนึ่งที่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงในวงกว้าง เท่าใดนัก นั่นก็คือ การทำตลาดขายสินค้าประเภท CPA Network (Cost Per Action) นั่นเอง

สำหรับตลาด CPA นั้น การขายก็ไม่ได้ยากไปว่าตลาดอื่น ๆ เลย ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมัน ก็จะสร้างรายได้กลับมาให้เราอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

CPA Network คืออะไร

เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักกับ CPA Network เราลองมาดูความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ที่จะต้องรู้กันก่อน

CPC: Cost Per Click คือการจ่ายเงินเมื่อเกิดการคลิก เช่น การลงโฆษณาใน Search Engine ของ Google หรือ Yahoo เมื่อมีลูกค้าคลิกโฆษณาของเรา เราก็จ่ายเงินต่อคลิก ตามราคาที่เราตั้งประมูลเอาไว้ หรือในทางกลับกัน ถ้าเราเอา โฆษณาของ Google มาติดไว้ในเว็บไซต์ เมื่อมีผู้ชมกดโฆษณาที่ปรากฏบนเว็บไซต์เราเข้าไป เราก็จะได้เงินต่อคลิกเหมือนกัน

CPS: Cost Per Sale คือการจ่ายเงินเมื่อขายสินค้าได้ โดยเจ้าของสินค้าจะให้ค่าคอมมิชชั่นกับผู้ที่ขายสินค้าได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมกันมากในประเทศไทย โดย CPS Network ส่วนใหญ่ที่นิยมคือ CJ.Com, LinkShare.com และ Amazon.com

CPA: Cost Per Action คือการจ่ายเงินเมื่อมีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้นกับข้อมูลของลูกค้า เช่น เมื่อลูกค้ากรอกข้อมูล ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือ กรอกข้อมูลความสนใจในด้านต่าง ๆ ของตนเอง ให้แก่ผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการก็จะทำการจ่ายเงิน ต่อการกระทำนั้น ๆ

CPL: Cost Per Lead คือการจ่ายเงินเมื่อมีการส่งข้อมูลให้กับผู้ให้บริการ ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของการกระทำใน CPA Network นั่นเอง

ฉะนั้น CPA Network ที่นักการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตนิยมทำกันก็คือ การทำเว็บไซต์เพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและนำส่งต่อไปยังผู้ให้บริการ CPA เจ้าต่าง ๆ เพื่อขายข้อมูลนั้น ๆ โดยค่าตอบแทนที่ได้ จะไม่มากเท่ากับพวก CPS เพราะ CPS คือการขายสินค้าที่จับต้องได้ มีค่าคอมมิชชั่นจากราคาขาย

แต่กับ CPA นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทการกรอกข้อมูล ดังนั้นค่าคอมมิชชั่นต่อ 1 Action จะน้อยมาก แต่ด้วยความที่ว่า การกรอกข้อมูลเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย และคนสามารถตัดสินใจกรอกข้อมูลได้ในชั่วพริบตา จึงทำให้อัตราการกรอกข้อมูลมีสูง ถึงแม้รายได้ต่อ 1 Action จะไม่เยอะแต่เมื่อ คนกรอกข้อมูลเยอะ ก็ทำให้รายได้ของเราเยอะขึ้นเป็นเงาตามตัว นักการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต ที่มากประสบการทั้งหลาย จึงมุ่งเน้นที่จะขายสินค้าในตลาด CPA Network มากกว่า

รูปที่ 1: ตัวอย่างเว็บไซต์ประเภท CPA
เราจะเริ่มขายสินค้าประเภท CPA Network ได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะเริ่มขายสินค้าประเภท CPA Network เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สินค้าที่เราจะขายคืออะไร และ ควรทำแบบฟอร์มเพื่อให้กรอกข้อมูลอย่างไร

โดยปกติแล้ว ผู้ให้บริการ (CPA Network Provider) จะมีแบบฟอร์มสำเร็จรูปและตัวอย่างเว็บไซต์ ให้เรานำไปพัฒนาต่อเป็นของเราเองอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำเพียงอย่างเดียวก็คือ สมัครเป็นตัวแทนขายให้กับผู้ให้บริการต่าง ๆ ให้ได้

เรื่องนี้เป็นที่น่าผิดหวังอย่างมากเมื่อพบว่าผู้ให้บริการ ต่าง ๆ ที่อยู่ต่างประเทศ จะไม่ค่อยอนุมัติให้คนไทย เข้าไปในเครือข่าย เนื่องจากว่ามีคนไทยบางจำพวกที่ สมัครเข้าเป็นตัวแทนขายแล้ว ทำการโกงโดยการกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้รับค่าคอมมิชชั่นมาก ๆ จนในที่สุด ก็ทำให้ผู้ให้บริการหลาย ๆ เจ้าสั่ง Ban คนไทยไปในที่สุด

แต่ไม่ต้องกลัว หากเจ้าไหนไม่อนุมัติเราให้เข้าเรา เราก็มีวิธีแก้ไข โดยการส่ง Email ไปหาผู้ให้บริการเจ้านั้น ๆ อธิบายว่า เรามีประวัติความเป็นมาอย่างไร มีความสามารถในการขายของผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างไร มีประสบการณ์ในการขายอย่างไรบ้าง และ แถมท้ายไปด้วยว่า หากอนุมัติเราเข้าร่วมแล้ว เรารับรองว่าเราจะทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อขายสินค้าให้เขาอย่างแน่นอน รับรองว่า มีโอกาสอนุมัติแทบทุกราย เพราะไม่ว่า ผู้ให้บริการเจ้าไหน ๆ ก็อยากจะได้นักขายที่ยอดเยี่ยมกันทั้งนั้น เพียงแต่ขอให้ผ่านการคัดกรอง และ สามารถทำให้ผู้ให้บริการเชื่อได้ว่า เราจะไม่โกงหรือทุจริต อย่างไรเขาก็อนุมัติให้เราขายให้แน่นอน

CPA Network Provider เจ้าเด่น

สำหรับเจ้าเด่น ๆ ที่นักการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตนิยมสมัครเป็นตัวแทนขายนั้นมีอยู่ไม่กี่เจ้า สาเหตุทำให้ผู้ให้บริการพวกนี้เป็นที่นิยมก็เนื่องจากว่า จ่ายเงินตรงเวลา มีการตอบคำถามและข้อสงสัยให้กับนักขาย อนุมัติชาวไทยได้ง่าย มีแบบฟอร์มสำเร็จรูปและมีเว็บไซต์สำเร็จรูปให้นำไปใช้ได้เลย ซึ่งช่วยทำให้เราย่นระยะเวลาในการจัดทำแบบฟอร์มและเว็บไซต์ลงไปได้มาก ทำให้เมื่อสมัครผ่านแล้ว ก็สามารถทำโฆษณาเพื่อขายสินค้า CPA ชนิดนั้น ๆ ได้ทันที

รูปที่ 2: Neverblue.com ผู้ให้บริการ CPA Provider เจ้าใหญ่ในตลาด


รูปที่ 3: CPALead.com ผู้ให้บริการ CPA Provider เจ้าใหญ่ในตลาด


รูปที่ 4: Hydranetwork.com ผู้ให้บริการ CPA Provider เจ้าใหญ่ในตลาด


รูปที่ 5: ClickBooth.com ผู้ให้บริการ CPA Provider เจ้าใหญ่ในตลาด
เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าเราจะทำการโฆษณาขายสินค้าให้กับ CPA Provider เจ้าไหน เราก็ทำการสมัครเพื่อเข้าเป็น Publisher ของ CPA Provider เจ้านั้น ๆ และ เมื่อสมัครผ่านแล้ว เราก็เข้าไปเลือกสินค้าต่าง ๆ ที่เราต้องการขายเพื่อมาจัดทำเว็บไซต์และทำการโฆษณาเว็บไซต์ของเราต่อไป

สินค้าทำเงินของตลาด CPA นั้นมีมากมายหลายชนิดแต่ที่นิยมทำกันและมีคู่แข่งจำนวนมหาศาล (เนื่องจากเป็นตลาดที่ทำเงินกลับมาได้เยอะ) ก็คือ ตลาดดังต่อไปนี้

- ธุรกิจประกันภัย ทั้งประกันชีวิต และ วินาศภัย
- ธุรกิจการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต วงเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงินกู้เกินบัญชี กู้ซื้อบ้าน ผ่อนรถ พวกนี้จะเป็นสินค้าที่ขายดีมาก ๆ
- ธุรกิจจัดหาคู่ เนื่องจากยุคนี้การสื่อสารไร้พรมแดน จึงทำให้ธุรกิจจัดหาคู่บนอินเทอร์เน็ตมีขนาดใหญ่โตขึ้นมาก และ ในแต่ละวันมีลูกค้าที่ต้องการหาคู่ผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นล้าน ๆ ราย
- ธุรกิจการศึกษา พวกมหาวิทยาลัย Online, โรงเรียนกวดวิชา, ติวข้อสอบ พวกนี้จะสามารถขายบนอินเทอร์เน็ตได้ดีมาก
- ธุรกิจดารานักแสดง ในทุกวันมีการคัดดาราและนักแสดงผ่านอินเทอร์เน็ต ตลอดเวลา มีดารานักแสดงหน้าใหม่ ๆ ที่เข้าวงการด้วยการสมัครเทสหน้ากล้องผ่านอินเทอร์เน็ต และ ได้เป็นดาราสมใจ จึงมีธุรกิจการรับจัดหาดารานักแสดงให้กับค่ายภาพยนตร์ต่าง ๆ ซึ่งคนบนอินเทอร์เน็ตให้การตอบรับเป็นอย่างดี

จะเห็นได้ว่า ต่อให้เรารู้ว่า CPA Network สามารถทำเงินให้กับเราได้มากแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานในการโฆษณาสินค้านั้น ๆ ผ่าน Search Engine (Search Engine Marketing) แล้ว เราก็จะไม่สามารถสู้คู่แข่งที่สามารถใช้ประโยชน์จาก การค้นหาในอินเทอร์เน็ตมาโฆษณาสินค้าได้

ดังนั้น หากท่านคิดที่จะเป็นนักการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตและต้องการขายสินค้าใน CPA Network ท่านก็จะต้องศึกษาเรื่องของ การตลาดผ่านเสิร์ชเอนจิ้น (Search Engine Marketing) เสียก่อน จึงจะสามารถทำการตลาดบนอินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่รับรู้หรือทำการตลาดผ่าน เสิร์ชเอนจิ้น เป็นอยู่แล้ว เวลาก็ไม่คอยท่า เมื่ออ่านจบบทความนี้แล้ว ก็เริ่มลงมือทำได้ทันที

ตอนนี้นักการตลาดที่ทำการขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ยังมีจำนวนไม่มาก โดยพวกเขาจะรวมตัวกันแลกเปลี่ยน ความรู้และประสบการณ์การทำการค้าซึ่งกันและกันในสังคมเล็ก ๆ บนโลกออนไลน์ที่ชื่อ http://forums.thaisem.com โดยเมื่อพวกเขา พบเจอสินค้าชิ้นใหม่ ๆ หรือตลาดใหม่ ๆ ที่สามารถขายได้ดี เขาก็จะนำมาบอกกัน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นสังคมที่มีแต่ความอบอุ่น คนในสังคมเป็นที่ปรึกษาและคอยช่วยเหลือในการแก้ปัญหา การทำธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตให้กันและกัน

หากท่านใดสนใจที่จะเริ่มต้นศึกษากลยุทธ์การทำธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงการทำตลาดผ่านเสิร์ชเอนจิ้นและการตลาด CPA Network ก็ลองไปเยี่ยมชมและพูดคุย กับนักการตลาดทั้งหลายเหล่านี้ที่เว็บไซต์ดังกล่าวได้ตลอดเวลา

ที่มา manager.co.th

Thursday, July 1, 2010

สรุปยอดอเมซอนประจำเดือนมิถุนายน 2010 (แบบอายๆ)

แห่ม ว้าา ขอขึ้นต้นด้วยอุทาน 2 คำนี้ซะหน่อย ที่ต้องอุทานแบบนี้เพราะก่อนที่จะเขียนรวบรวมผลงานงานอดิเรกหรือ affiliate ที่เราทำมาทั้งเดือนที่ผ่านมา ได้ผ่านไปดูเว็บบล็อคของรุ่นพี่หลายๆคน พี่หลายๆคนก็ได้มีการสรุปยอดเดือนที่ผ่านมาไว้แล้วเช่นกัน อย่างที่ thethaiaffiliate link และ thainetblog link และนี่ยังไม่รวมพี่ๆที่เก่งๆอีกหลายๆคน และหากหลายคนได้เข้าไปดูแล้วถ้าไม่เห็นบ่อย หรือตัวเองก็ทำได้ ไม่ทึ่ง ไม่ตาโต ก็คงจะเป็นไปได้ยาก (เกือบ 3 แสนต่อเดือนจากการทำงานที่บ้าน)

แต่เมื่อเปรียบเทียบกันของตัวเราเองแล้ว... แห่ม ว้าา ฮ่าๆ ไมมันน้อยจัง แต่ก็ไม่รู้สึกอะไรมาก ได้ก็ยังดีกว่าไม่ได้ แม้จะน้อยแต่ก็ภูมิใจกันมัน มาดูของผมหน่อยดีกว่า

ก็เท่านี้แหละ ฮ่าๆ รวมๆกันก็ได้ 335.77 เหรียญ จะว่าไปก็ถือว่าไม่เลว แต่ถ้าเทียบกับเหล่าพี่ๆ Premier League แล้วละก็เราคงอยู่ division 3 เห็นจะได้ แต่นี่ถือเป็น New High ของผมในส่วนของการทำ SEO ล้วนๆ

และหลังจากนี้คงต้องมาคิดทบทวนกันสิ่งที่ทำมาทั้งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อะไรที่ดีเราเก็บไว้ ไม่ดีก็ปรับปรุงมันเข้าไป และวางแผนกับเดือนกรกฎาคมนี่ทั้งเดือนว่าจะทำอะไรบ้าง
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan