Showing posts with label ยาระบาย. Show all posts
Showing posts with label ยาระบาย. Show all posts

Saturday, July 10, 2010

บ่นความที่ใครแวะผ่านมามิต้องสนใจ

คราวนี้มาบอกว่าด้วยบ่นความสักหน่อย ณ ตอนนี้นั่งอยู่ที่ออฟฟิศที่บริษัทป๊า ของวันที่ 10/07/2010 ความรู้สึกตอนนี้ค่อยข้างเบื่อหน่าย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เคยบ่นๆมาตลอดเกี่ยวกับการงานที่ทำงาน ไร้สิ่งกระตุ้น ไร้ความท้าทาย สิ่งแวดล้อมห่อเหี่ยว ขาดซึ่งความสดชื่น ความเหงาที่เข้าครอบงำ ประกอบกับการทำอะไรหลายอย่างทำให้ร่างกายอ่อนล้า ทำงานทำการก็ไร้ซึ่งสติ ทำใบเสนอราคาใบเดียวพิมพ์มันตั้ง 3-4 รอบ

ใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวและงานที่ทำมันช่างเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก
  • อยากออกจากงานบริษัทของป๊าแล้วไปลองทำงานที่อื่นดูมั้ย? อยาก
  • อยากไปทำงานที่มีเพื่อนฝูงสังสรรค์มั้ย? ก็อยาก
  • เกี่ยงมั้ยถ้างานใหม่ได้เงินน้อย? ณ ตอนนี้ไม่เกี่ยงขอเอาความสุขก่อนดีกว่า
  • ไปเป็นลูกน้องเค้าต้องทนโดนต่อว่าด่าทอ ไหวเหรอ? ถ้าผิดจริงก็ยอม
ทำไมไม่บอกป๊าแล้วออกไปทำสักที หลายๆคนถามอย่างงั้น...

ประเด็นหลักๆเลย ไม่ได้อยากตอบให้ตัวเองดูดีแต่มันเพราะ ไม่อยากให้ป๊าเหนื่อยแล้วเสียใจที่เราไม่สานต่องานของเขา อยากอยู่ช่วยป๊าแบ่งเบาภาระให้ป๊าสบายมากขึ้น ป๊าทำงานหาเงินเลี้ยงเรามาตั้งนาน ลำบากกว่าเรามาตั้งเยอะ เป็นผู้มีพระบุญเราตั้งมากมาย เสียสละมามาก เขาสร้างสิ่งนี้มาไม่ได้เพื่อตัวเขาคนเดียวแต่เพื่อทุกคนในครอบครัว

ในเมื่อป๊าเสียสละให้เราแล้ว เราจะเสียสละให้ป๊ามั่งจะไม่ได้เลยเหรอ ทั้งนี้เราเองก็อยากยืนหยัดทำงานที่บริษัทป๊า แต่บ่อยครั้งที่มันขัดแย้งตัวเองในใจ ลึกๆก็อยากบอกป๊าว่าช่วยหาสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อยากอยู่ทำงานที่นี่หน่อยได้มั้ย สอนการเป็นเซล หาลูกค้าที่เป็นของเราเอง ให้รู้สึกว่ายังมีอะไรที่เราสร้างมาด้วยตัวเราเอง หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้เราสนุกอยากทำงาน อยากมาทำงานเช้าๆ เลิกงานเย็นๆ

ทำไมไม่บอกความรู้สึกกับป๊าไป...

ภาษา..ภาษามันปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไป ป๊าถนัดจีน เราถนัดไทย ไม่ใช่เราไม่อยากบอก แต่เราบอกความรู้สึกของเราไม่ได้ บ่อยครั้งที่มันจะพูดแต่พูดไม่ออกมันทรมานจนอยากจะร้องไห้อยู่เหมือนกัน ได้แต่ปล่อยให้มันผ่านๆไป

Saturday, June 26, 2010

ซื้อการ์ตูนในรอบหลายปี

เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีโอกาสไปเดินซื้อของกับแม่ที่โลตัสศรีนครินทร์ และเป็นทุกๆครั้งที่เมื่อมีโอกาสไปเดินห้างฯจะแวะไปดูหนังสือที่ SE-ED เพราะจะเข้าไปดูหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ affiliate หรือ หาเงินทางเน็ต ที่พักหลังๆมานี้หนังสือจำพวกนี้เริ่มมีให้เห็นน้อยลงไปเรื่อยๆ ครั้งนี้ที่ไปก็เช่นกัน ไม่มีหนังสือประเภทนี้ออกมาใหม่

และเพราะไม่ได้ซื้อหนังสือมานาน เลยอยากหาหนังสือมาอ่านบ้าง แต่เพราะสายตาที่ช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนล้า เนื่องจากใช้สายตาค่อนข้างเยอะและนอนน้อย จึงไม่ค่อยอยากซื้อหนังสือที่มีแต่ตัวหนังสือมาอ่านให้ทรมานสายตาตัวเองมากขึ้นไปอีก

ทีแรกก็ไม่รู้ว่าจะซื้อหนังสืออะไรดี แต่บังเอิญไปเห็นหนังสือเล่มนึงที่น่าสนใจเล่มนี้ ชื่อ "ลบเหลี่ยม ไอน์สไตน์"
ที่ข้างในจะเป็นเกี่ยวกับคำถามที่ผู้คนมักไม่ทราบหรือเข้าใจผิดกัน โดยจะแบ่งความยากของคำถามด้วยหน้าตาของตัวการ์ตูนไอนสไตน์ เป็นหนังสือที่น่าสนใจมากๆทั้งได้ความรู้และไม่เครียด ไม่ต้องใช้สายตาเยอะ เพราะอ่านเพียงไม่กี่บรรทัดต่อ 1 คำถาม แต่หนังสือเล่มนี้ผมยังไม่ได้ซื้อ แต่มันทำให้ผมเกิดไอเดียซื้อหนังสือ 2 เล่มต่อไปนี้แทน
    • อัจฉริยะผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ สตีฟ จอบส์
    • อัจฉริยะผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ บิลล์ เกตส์
ซึ่งเป็นหนังสือที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง เพราะเป็นเกี่ยวกับทางคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้ง 2 เล่มนี้เป็นหนังสือเชิงการ์ตูนที่วาดเป็นช่องๆเหมือนหนังสือการ์ตูนทั่วๆไปแต่จะเน้นในทางการเรียนรู้ชีวประวัติของบุคคลสำคัญ พิมพ์เป็นสีทั้งเล่ม วาดด้วยลายเส้นที่สบายตา อ่านเพลินๆและได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปของบุคคลสำคัญของโลกอีกด้วย

แต่ทั้ง 2 เล่มนี้มีคนว่าและคนแปลเป็นไทยที่ต่างกัน ใครที่สนใจผมขอแนะนำให้ซื้อในเล่มของ สตีฟ จอบส์ ก่อน ซึ่งจะเข้าใจง่ายกว่าและสนุกกว่า

Monday, June 14, 2010

รีวิว: เบียร์ไร้แอลกอฮอล์จากไต้หวัน

ว่าจะไม่อัพบล็อกถี่ๆ เพราะกลัวจะเบื่ออัพบล็อกไปซะก่อน แต่นี่ไม่อัพหน่อยคงไม่ได้ อยากเอามาแชร์กันให้รับรู้ นานๆจะได้ลองของแปลก เรื่องของเรื่องเริ่มมาจากเห็นโฆษณาของทีวีไต้หวัน เป็นโฆษณาเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่ชวนให้ลอง โดยที่ไม่ว่าคุณจะขับรถ ทำงาน เล่นกีฬา คุณก็จะดื่มเบียร์นี้ได้ ทีแรกที่ได้เห็นโฆษณาก็อดที่จะอยากลองไม่ได้ (พยายามหาโฆษณาเบียร์ยี่ห้อนี้บน Youtube แต่หาไม่เจอ -*-)

ทีนี้เลยมีโอกาสได้ลองลิ้มรสเบียร์ไร้แอลกอฮอล์นี้แล้ว เพราะม้ากลับไปไต้หวันและได้ฝากม้าซื้อกลับมา 2 กระป๋อง ทีแรกดูจากกระป๋องแล้วคิดว่ามันคงทำภายนอกให้เหมือนกระป๋องเบียร์ แต่ภายในคงเป็นน้ำอัดลมอะไรประมาณนี้
กระป๋องเบียร์อย่างที่เห็นในรูป จะมีลักษณะคล้ายกระป๋องเบียร์ทั่วๆไป บรรทัดแรกพิมพ์ตราบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตน้ำอัดลมชื่อดังในไต้หวัน บรรทัดที่ 2 เป็นชื่อเบียร์ ถ้าอ่านไม่ผิดคงอ่านว่า "หลิงตู้พิ๋" บรรทัดที่ 3 คงเป็นชื่อภาษาอังกฤษและตามด้วยสโลแกน เขียนว่า Beer Taste ด้วยอีกต่างหาก และพลาดไม่ได้ที่จะคาดแถบแดงๆไว้ว่า "แอลกอฮอล์ 0.00% นะ"

หลังจากเทเบียร์ลงแก้วสังเกตได้ว่า ฟองมันไม่เยอะ ขนาดเทแบบเหมือนเทน้ำ ไม่มีการเอียงแก้วใดๆ
ฟองมันไม่เยอะ ขนาดเทแบบเหมือนเทน้ำ
หลังจากเทลงแก้วแล้วได้ลองเอาจมูกไปดมใกล้ๆ รู้สึกได้ว่า เอ้ย กลิ่นเบียร์จริงๆด้วยว่ะ มันชักจะไม่ใช่น้ำอัดลมอย่างที่คิดไว้แน่ๆ ไม่รอช้า กระดกคำแรก รสหวานจากน้ำอัดลมที่คิดไว้แต่แรกทิ้งไปได้เลย เพราะรสชาติมันจะเบียร์ก็ไม่ค่อยเบียร์ รสชาติปะแล่มๆแปลกๆ ขมแต่ไม่ขมมาก มันอาจจะเป็นรสเบียร์ที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน หลังจากนั้นไม่กล้าปล่อยทิ้งไว้นาน กลัวมันจะอุ่น รู้ๆกันอยู่ว่าเบียร์ยิ่งอุ่นยิ่งกินไม่อร่อย

เลยรีบซัดทั้งจากที่เทไว้ในแก้วและในกระป๋องให้หมดในทีเดียว อาจจะไม่ได้ 5 นาทีหลังจากเปิดกระป๋อง ถ้าไม่เย็นคงจะกินไม่ได้ หลังจากซัดหมดแล้ว ก็พยายามสังเกตอาการตัวเองว่ารู้สึกยังไง จะว่าไปก็มีความรู้สึกมึนๆ ที่อาจจะคิดไปเองหรือไม่ก็คงมึนกับกลิ่นที่มันไม่ชินเท่าไหร่

แต่สรุปได้ว่า ไม่อร่อยเลยว่ะ ผิดหวังๆ รู้งี้ฝากให้ม้าเอาน้ำอัดลมแอปเปิ้ลโซดากลับมาซะดีกว่า อร่อยกว่าเย๊อะ นี่เหลือเบียร์ไร้แอลกอฮอล์อีกกระป๋อง มีใครอยากลองมั่งมั้ย? ฮ่าๆ

นี่ก็จบลงเพียงเท่านี้ สำหรับการรีวิวเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ แต่ไม่ไร้กลิ่นและรสชาติของเบียร์จากไต้หวันกระป๋องนี้

ปล. พิมพ์ตรงไหน ฝากบอกหน่อยนะครับ พิมพ์ครั้งเดียวทิ้งไม่ได้เช็คเลย ^^"

Friday, June 11, 2010

ของขวัญจากพี่ๆ B-Nine ปี 2010

เมื่อปีที่แล้ว เซอร์ไพรส์วัน เกิดในรอบหลายปี 3/6/09

พอดีมีเวลาว่างนิดหน่อยในช่วงเช้าระหว่างรอทำเอกสารส่งของ เลยมาเล่าเกี่ยวกับของขวัญที่ได้รับจากพี่ๆก๊วนแบตมินตัน B-Nine ซะหน่อย (ก๊วนแบตมินตัน B-Nine แกนนำประกอบไปด้วยพี่ตั๊ก พี่น๊อต พี่โร่ พี่ปิง พี่ที พี่โอ๊ด นุ้ย มายด์) ของขวัญชิ้นนี้ถือเป็นชิ้นที่ 2 ของวันเกิด จริงๆของขวัญชิ้นนี้ค่อนข้างมีการเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว เพราะแอบเห็นพี่โอ๊ดถ้ำๆมองๆรองเท้าแบตฯคู่เก่ามาพักนึง ฮ่าา แต่ก็ไม่อยากเข้าข้างตัวเองเกินไป แต่ถือว่าไม่น่าแปลกใจเลยถ้าพวกพี่จะซื้อรองเท้าแบตฯให้เป็นของขวัญ เพราะคู่เก่าที่ใส่อยู่นี้สภาพเก่า เยิน พัง ขาด พื้นสึกชนิดทะลุมาถึงเท้า

จริงๆควรจะซื้อเองตั้งนานแล้วแต่ระยะหลังมานี้ตีแบตปวดไหล่มาตลอด จนก๊วนข้างๆตั้งชื่อก๊วนว่า "เอ็นตึง" เราอยากให้ก๊วนตัวเองเปลี่ยนชื่อก๊วนเป็นก๊วน "ไหล่พัง" มั่งคงจะเข้ากันดี แบบว่าตีก็ตีได้ไม่เต็มที่เลยไม่รู้จะซื้อรองเท้าคู่ใหม่มาทรมานตัวเองทำไม ใจไม่คิดจริงจังที่จะตีแบตเน้นมาพบประพูดคุยเฮฮากับพวกพี่ๆเค้ามากกว่า เลยได้แต่พูดเป็นข้ออ้างคนอื่นตลอดว่าคู่เก่านี้ใส่แล้วคลัง ดูผ่านอะไรมาเยอะดี ข่มคนอื่นได้ ฮ่าๆ ไม่มีใจที่จะบอกใบ้ว่าอยากให้ใครซื้อให้เลยจริงๆ

เกริ่นมาก็เยอะ ตกลงของขวัญชิ้นใหม่นี้เป็นรองเท้าแบต Yonex 101 Limited สีน้ำเงิน (พยายามหารูปจากในเน็ตหาไม่เจอแฮะ หรือว่าเป็นของก็อปเกรดเอจากจีนอย่างที่พี่เค้าว่าจริง ฮ่าๆ -*-) สีแฟชั่นมาก สวย ใส่ลงสนามหล่อแน่นอน ส่วนฝีมือว่ากันอีกที ไว้จะถ่ายรูปมาโพสเป็นทางการอีกที อ่านแบบนี้คงไม่เห็นภาพ เพราะสีมันเจ็บจริงๆ เอารุ่นเก่าที่เคยใส่มาให้ชมก่อนแล้วกัน
เพราะคู่เก่าที่ใส่อยู่นี้สภาพเก่า เยิน พัง ขาด พื้นสึกชนิดทะลุมาถึงเท้า
อ่าเพิ่มเติม พี่โอ๊ดได้ส่งรูปรองเท้ารุ่นใหม่ที่ซื้อให้มาแล้ว ดังรูปนี้เลย แต่ไว้จะถ่ายจากตัวจริงมาลงอีกที ^^ // ได้รูปแล้วว
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับของขวัญและโปสเตอร์อวยพรที่มีรูปผมอยู่ตรงกลางและมีคำอวยพรอยู่รอบๆ ไว้จะถ่ายรูปมาลงไว้ที่บล็อกนี้อีกเช่นกัน (ถ้ามีไอโฟนคงไม่ต้องรอรูป แต่นี่ไม่มีเลยจะอัพรูปอะไรลำบากหน่อย)

ขอบคุณมากๆครับ

เพิ่มเติม 2: ส่วนนี่พรีเซนเตอร์รองเท้า ถ่ายเล่นขำๆ

Sunday, August 9, 2009

รับสั่งและจำหน่ายอุปกรณ์แบดมินตันจากญี่ปุ่น [JP]

จำหน่ายและรับสั่งอุปกรณ์กีฬาแบดมินตันจากประเทศญี่ปุ่น

สินค้าทุกชิ้นส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นไปยังที่อยู่ของคุณ


ไม้แบดมิดตัน Yonex®
Yonex® ArcSaber 10 [JP]
Yonex® ArcSaber 9 [JP]
Yonex® ArcSaber 7 [JP]
Yonex Armortec 900 Power JP
Yonex Armortec 700 [JP]
Yonex Armortec 500 [JP]
Yonex Nano Speed 7000
Yonex Nano Speed 7700
Yonex Nano Speed 9900

---------------------------------------------

เพิ่มเติม 11/06/10 จำได้อันนี้เคยร่างไว้เมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นคิดว่าจะสั่งซื้อไม้รหัส JP มาขายในบอร์ด Thaibadminton

Friday, June 19, 2009

เป็นยากุ้งยิงงง เพิ่งเคยเป้นครั้งแรกเลยมั้ง

พอดีเป็นยากุ้งยิงมาเป็นวันที่สองแล้วยังไม่หายเลยหาสาเหตุและวิธีแก้จากอินเตอร์เน็ตดู เจอกระทู้ที่โพสไว้ในพันธ์ทิพที่เขียนไว้ได้ดีมากๆ คิดว่าสาเหตุที่เป็นครั้งนี้เกิดจากใช้สายตามากเกินไป อยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ประกอบกับฝุ่นด้วยละมั้ง

พักหลังมานี้ใชสายตาหนักมาก วันๆนึงเขียนบล็อก ทั้งบล็อกเกมไอโฟน บล็อกขายสินค้าในอเมซอน เขียนเสร็จก็ต้องโปรโมต แล้วยังหาความรู้อ่านกระทู้ตลอดเวลาตั้งแต่บ่ายๆถึงตีสองตีสาม เวลาวันๆนึงมันช่างน้อยจริงๆ (ขณะพิมพ์นี่ปิดตาข้างนึง - -")

เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ คิดว่าจะเขียนนานแล้วล่ะ แต่ไม่มีโอกาสได้ผ่านเข้ามาในห้องนี้ซะที พอดีได้ผ่านเข้ามาตั้งกระทู้ ก็เลยถือโอกาสในการเขียนเรื่องนี้เลยละกัน

ตา กุ้งยิง แม้มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะผมเชื่อว่า อย่างน้อยๆ คนในห้องลุมพินี ก็ไม่มีใคร (หรือถ้าจะมีก็อย่างน้อย คนหรือสองคน) ที่จะเป็นตากุ้งยิงได้บ่อยเท่าผมอีกแล้ว คือ ผมเป็นตากุ้งยิงแทบจะทุกปี แถมบางปี ก็เป็นถึงสองครั้ง และยังเคยเป็นหนักถึงขนาดต้องผ่าออกแล้วด้วย

เรียกว่า แม้ผมเองจะไม่ใช่หมอ แต่นับเอาๆ ผมก็เป็นมาน่าจะร่วม เกือบ 10 ครั้งได้แล้ว จึงพอที่จะรู้วิธีรับมือกับมันได้บ้าง แม้บางอย่าง คุณหมอจะไม่รับรองว่าเกิดจากสาเหตุนั้นๆจริงๆ แต่สำหรับตัวผมเอง มันใช่ครับ

ถ้า ใครคิดว่าตัวเอง ไม่มีทางเป็นตากุ้งยิงแน่ๆ ก็ขอให้ผ่านกระทู้นี้ไปได้เลย แต่ถ้าคิดว่า วันหนึ่ง มันอาจจะเป็นประโยชน์ ก็ขอให้กลับมาอ่านก็ได้ครับ

1. ความเชื่อผิดๆเรื่องการเป็นตากุ้งยิง

แอบมองผู้หญิงโป๊

อันนี้ ต้องขอบอกว่า ไม่จริง นะครับ (ไม่งั้นคงเป็นทุกสัปดาห์ 555) โดยส่วนตัว คิดว่า คนสมัยก่อน เวลาไปแอบดูผู้หญิงอาบน้ำ หรือเปลี่ยนเสื้อผ้า จะต้องไปแอบดูตามช่องแคบๆ เมื่อมองไม่เห็น ก็จะขยี้ตา นั่นแหละครับ ถ้ามือสกปรกด้วย และไปขยี้ตา ก็เรียบร้อยครับ โอกาสเป็นตากุ้งยิง เพิ่มขึ้น แน่ๆ

2. สาเหตุของการเป็นตากุ้งยิง

2.1 ขยี้ตา

อันนี้แน่นอนครับ ถ้ามือสกปรกแล้วไปขยี้ตา ก็เพิ่มโอกาสการเป็นตากุ้งยิงนะครับ แต่ การที่ไม่ได้ขยี้ตาเลย ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่เป็นกุ้งยิง นะครับ เพราะผมเอง ก็ไม่ได้ใช้มือขยี้ตา มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ก็ยังเป็นๆเรื่อย

2.2 ฝุ่น ลม

เป็น ไปได้ครับ การเป็นตากุ้งยิง หมายถึง การที่ต่อมน้ำตาอุดตัน แล้วติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเข้าไปอีก คนที่ตา sensitive มากๆ ก็อาจจะเป็นได้ง่ายขึ้น ถ้าโดนฝุ่นมากๆ

2.3 การใช้สายตามากๆ (โดยทั่วไป)

อันนี้ ไม่เคยเป็นกับตัวเอง นะครับ แต่ทราบมาว่า บางคนก็เป็นเพราะสาเหตุนี้ได้เหมือนกัน

2.4 การใช้สายตา เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเกม นานๆ บ่อยๆ (วันละ 6-7 ชั่วโมง ติดกันขึ้นไป)

อันนี้ คุณหมอหลายๆคน ออกมายืนยัน นะครับ ว่า ไม่เกี่ยวกันเลย แต่สำหรับผม มันเกี่ยวครับ เวลาเล่นเกม หรือใช้คอมพิวเตอร์นานๆ โดยไม่พักสายตา ตาจะแห้ง แล้วต้องกะพริบตาบ่อย ทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย อาจเป็นสาเหตุให้ติดเชื้อแบคทีเรีย แล้วพอใช้คอม หรือ เล่นเกมเสร็จ น้ำตา มันจะถูกผลิดออกมาเยอะกว่าปกติ เพื่อมาทำให้ตาไม่แห้ง สำหรับเรื่องนี้ อธิบายทางการแพทย์คงจะไม่ได้ เพราะหมอบอกแล้วว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่สำหรับบางคนที่เป็นบ่อยๆ และไม่ทราบสาเหตุ ก็ลองทบทวนดูละกันครับ

2.5 ความเครียด

มีส่วนครับ เวลาเครียดมากๆ บางที โรคแปลกๆ อะไรต่างๆก็ชอบถามหา อันนี้ หมอค่อนข้างจะยอมรับ

2.6 ทานช็อกโกแล็ต

อันนี้ คุณหมอจักษุแพทย์ในเมืองไทยท่านหนึ่งเป็นคนพูดนะครับ เขาบอกว่า การกินช็อกโกแล็ต ทำให้ ต่อมน้ำตา ผลิตน้ำตามากขึ้น ในขณะที่ ไม่มีรายงานหรือวิจัยใดๆ ในต่างประเทศเลย ที่บอกว่า การกินช็อกโกแล็ตมาก จะทำให้เป็นตากุ้งยิงง่ายขึ้น แต่สำหรับผมแล้ว ค่อนข้างจะใช่ เพราะหลายๆครั้ง ที่ผมลอง(ดี) กินช็อกโกแล็ตติดๆกัน ซักสามถึงสี่วัน ก็จะเป็นทุกที

2.7 กรรมเก่า

อันนี้ ไม่ได้พูดเล่นนะครับ บางคน อาจไม่เชื่อ แต่ตัวผมเองเคยทำกรรมไม่ดี เกี่ยวกับดวงตาของสัตว์มา 1 ชีวิต ตอนเด็กๆ ครับ

3 การป้องกัน

เวลา ล้างหน้า บางคนละเลยการทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา ดังนั้น เมื่อล้างหน้าแต่ละครั้ง ต้องถูสบู่รอบๆดวงตา ถ้าจะให้ดี ใช้พวก สบู่ฆ่าเชื้อได้ จะดีมาก แต่แค่นี้ ไม่ได้หมายความว่า จะป้องกันได้ 100% นะครับ หากต้องการให้ป้องกันได้มากกว่านี้ (แต่ก็ยังไม่ถึง 100% อยู่ดี แต่น่าจะ 90% แต่คนเขียนเอง ก็ขี้เกียจทำเหมือนกัน) คือ การนำขั้นตอนการรักษา มาใช้กับตอนที่ยังไม่เป็นครับ เนื่องจากการเป็นตากุ้งยิง เกิดจากต่อมน้ำตาอุดตัน ดังนั้น การนำผ้าชุบน้ำร้อนมาประคบตา ทั้งสองข้าง ซักประมาณ อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้ง จะช่วยให้ต่อมน้ำตามีการระบายได้ดีขึ้น ป้องกันการอุดตันของต่อมน้ำตาได้

4. เมื่อเป็นแล้ว จะทำอย่างไร

4.1 ระยะแรกเริ่ม

ดีใจ ด้วยครับ ที่คุณสามารถสังเกตตัวเองได้ว่าจะเป็นในระยะแรกเริ่ม ในระยะนี้ อาการ จะเริ่ม คัน บวม แดง และเจ็บนิดๆ ระยะนี้ จะมีโอกาสให้คนที่เป็น ประมาณ 30 - 60 นาที ครับ ถ้ารักษาได้ทัน ก็จะไม่เป็นกุ้งยิงเลย (เฉพาะครั้งนั้น)

เมื่อรู้ว่าเป็น ต้องรีบนำ น้ำร้อน (เน้นว่าร้อน นะครับ ไช้น้ำอุ่นไม่พอครับ เพราะน้ำอุ่น มันจะร้อนได้แปปเดียว เดี๋ยวก็ต้องชุบใหม่ แต่อย่าร้อน จนลวก นะครับ ตัวผมเอง ใช้น้ำเดือด ใหม่ๆ ทิ้งไว้ให้พอประคบได้สักพักครับ) มาประคบตาข้างที่เป็นทันที เป็นเวลา นาน เท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 20-30 นาที) ถ้าสำเร็จ จะมีน้ำตาไหลโจ๊กออกมาจากข้างที่เป็น นั่นก็แปลว่า ป้องกันการเป็นได้สำเร็จ แต่จะต้อง ประคบตาต่อเนื่องด้วย หรือถ้าน้ำตาไม่ไหลออกมา ก็ลองประคบ ให้บ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ ภายในวันสองวันแรก ถ้าโชคดี ก็จะหายไป โดยไม่เจ็บปวด

4.2 ระยะ แสดงอาการ

ระยะ นี้ จะบวม แดง เจ็บ ถ้าเป็นมากๆ หนังตาจะปิด (แล้วแต่ว่า เป็นหนังตาบนหรือล่าง) ถ้าเป็นหนักๆ เวลาตื่นเช้ามา ขี้ตาเปียกๆ จะเต็มตา

ระยะนี้ ต้องใช้สองอย่าง แต่หมอ มักจะแนะนำแค่อย่างเดียว เพราะหมอไม่จะไม่ชอบให้ใช้ยาแก้อักเสบพร่ำเพรื่อ

- ประคบน้ำร้อน ครั้งละ 10-20 นาที วันละ สองครั้ง เป็นอย่างน้อย กี่ครั้งก็ได้ เป็นอย่างมาก (ตัวคนเขียนเอง ทำจนหนังตาเปลี่ยนสีไปพักนึงเลย) ติดต่อกัน จนกว่าจะหายสนิท

- ทานยา แก้อักเสบ มีอยู่ไม่กี่ชนิดที่แนะนำ ก็คือ แอมม็อกซิล (สำหรับผู้ที่ไม่เป็นมาก) ค็อกซา (สำหรับผู้ที่เป็นปานกลาง มั้ง) และ อ็อกเมนติน (สำหรับผู้ที่เป็นหนักๆ และผู้ที่ไปผ่าออก) ซึ่งอ็อกเมนติน จะแพงมาก ถ้าเทียบกับสองตัวแรก นอกจากนี้ ยังมียาอีกตัว ที่ไม่เชิงเป็นยาแก้อักเสบเท่าไหร่ แต่ให้ผลชะงัดนัก นั่นคือ ด็อกซีไซคลิน ซึ่งยาตัวนี้ จะไปลดการผลิดน้ำตาของต่อมน้ำตาลง เมื่อผนวกกับการประคบน้ำร้อนแล้ว จะทำให้หายเร็ว แต่ยา ด็อกซีไซคลินนี้ มีผลข้างเคียงเยอะ เช่น ต้องกินน้ำตามมากๆ เพราะมีฤทธิ์กัดกระเพาะสูง หลังจากทานแล้ว ห้ามนอน เพราะมันจะไปกัดหลอดอาหาร และห้ามโดนแดดจัดมากๆ เพราะผิวจะแพ้แสงง่าย

- ทายา เช่น เทรามัยซิน ซึ่งเป็นยาที่ใช้ป้องกันการอักเสบบริเวณดวงตาครับ หากทาเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่น ทาให้ครับ เพราะจะต้องมีการเปิดเปลือกตาออกมาทา

- หยอดตา จำไม่ได้แล้ว ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะผมว่า ไม่ค่อยได้ผล ครับ ลองถามร้านขายยาดูละกัน

4.3 ระยะ สิ้นหวัง

หากผ่านระยะแสดงอาการมาแล้ว ไม่หาย ไม่ยุบ ไม่ดีขึ้น ปูดเหมือนสิวหัวช้างอักเสบ ... ทำใจครับ ต้องผ่าออกสถานเดียว ซึ่งการผ่าออกนี่ ทรมานมาก หมอจะใช้ยาชา อาจจะเป็นแบบทา หรือ แบบฉีด เข้าที่บริเวณ ใกล้ๆ เปลือกตาข้างที่เป็น แล้วหลังจากนั้น จะใช้มีดหมอ ผ่าออก และเมื่อผ่าออกแล้ว ก็จะใช้มือ(สะอาด) ขยี้เปลือกตาอีกครั้ง เพื่อเอาออกมาให้หมด หลังจากผ่าออกแล้ว ยังจะต้องกินยา อ็อกเมนติน ไปอีก เป็นอาทิตย์ และสองสามวันแรก ยังให้ตาข้างนั้น โดนน้ำ ไม่ได้อีกด้วย

4.4 ระยะ เรื้อรัง

หากคุณไปผ่าออก ระยะนี้ แน่ใจได้ครับ ว่า ไม่เป็นแน่นอน คนที่จะเป็นระยะนี้ คือ คนที่ ไม่ได้ประคบน้ำร้อนจนตาหายสนิท ประมาท คิดว่า ยุบไปแล้ว คงไม่เป็นอีกหรอก ... ท่านกำลังคิดผิดครับ เพราะผมก็เคยคิดเช่นนั้น ผลที่ได้กลับมาคือ

คุณ จะได้ กุ้งยิง เรื้อรังครับ ภาษาไทย ไม่รู้เรี่ยกว่า อะไร ภาษาอังกฤษ เรียก ชาเลเซี่ยน ครับ อาการ จะมีก้อนแข็งๆ ตั้งแต่เล็กๆ ขนาดเท่าปลาย เข็ม ถ้าเป็นหนักๆ จะเท่ากับ เม็ดถั่วทีเดียว และจะเป็นนาน ไม่หายไปเหมือนกุ้งยิงที่เป็นแค่ อาทิตย์ สองอาทิตย์ อย่างมาก ก็จะหาย แต่จะเป็น นาน เป็นเดือนๆ หรือ อาจเป็นปีๆ ได้เลย แต่จะไม่เจ็บปวดทรมานมากเท่าเป็นตากุ้งยิง แต่ก็สร้างความรำคาญได้มากทีเดียว

วิธีแก้ไข

1) ผ่าออก ซึ่งก็เหมือนๆกับการผ่าตากุ้งยิงออกธรรมดา
หละครับ

2) ใช้น้ำร้อนประคบอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับทานยา ด็อกซีไซคลิน

ในระยะนี้ ก้อนแข็งนี้ ไม่ได้มีอาการติดเชื้อแบคทีเรียแล้ว ดังนั้น การทานยาแก้อักเสบใดๆ จะไม่มีประโยชน์ ทั้งสิ้น ทางนี้เป็นทางเดียวเท่านั้น ที่ผมค้นพบในขณะนี้ ที่จะรอดจาก มีดหมอ ได้ ที่ว่า ประคบ น้ำร้อน อย่างบ้าคลั่ง นี่คือ ทำให้บ่อย มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ติดต่อกัน ทุกๆวัน
แต่จะมีอาการที่ดีขึ้น แต่ถ้าดูด้วยตาแล้วคือดูเหมือนจะแย่ลง นั่นคือ เปลือกตา ตรงรอบๆ ตุ่ม อาจจะเปื่อย มีหนอง และเลือด ไหล ออกมา แต่ นี่เป็น อาการที่ดี ครับ นั่นหมายถึง อะไรที่ไม่พึงประสงค์ข้างใน มันเริ่มระบายออกสู่ภายนอก แต่ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ให้หยุดประคบน้ำร้อน จนกว่าแผลภายนอกจะหาย เพราะอาจเกิดการติดเชื้อรอบใหม่ได้ แต่ถ้าแน่ใจว่า ผ้าประคบ สะอาดจริง ก็จะเสี่ยงทำต่อ ก็ได้ แต่ไม่แนะนำ เมื่อแผลหายแล้ว จึงค่อยทำต่อ ถ้าโชคดี ไอ้ ก้อนแข็งที่เรียกว่า ชาเลเซี่ยน นี่ ก็จะหายไป ใช้เวลา เป็นเดือนๆ อยู่ แต่ถ้าไม่หาย ยังไง ก็คงหนีมีดหมอ ไม่พ้น แล้วล่ะครับ สำหรับตัวผมเอง เคยเป็นไอ้ ชาเลเซี่ยน นี่มา สามครั้ง ใช้วิธีนี้ หายช้าหน่อย แต่ยังไม่เคยปรากฏว่าต้องไปให้หมอผ่าครับ

สุดท้ายนี้ เนื่องจากคนเขียน ไม่ใช่หมอ แต่เขียนรวบรวมจากประสบการณ์ตัวเอง หากจะเชื่อ ก็โปรดใช้วิจารณญาน ด้วยนะครับ และหวังว่า กระทู้นี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับคนสักคนสองคน บ้าง ขอบคุณครับ

เพิ่มเติม: ด็อกซีไซคลิน ไม่ควรทานร่วมกันกับยาแก้อักเสบตัวอื่นๆ

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, June 4, 2009

เซอร์ไพรส์วันเกิดในรอบหลายปี 3/6/09

เมื่อวานได้ซาบซึ้งกับน้ำใจพี่ๆกลุ่ม B9 ที่ตีแบดด้วยกันที่ได้ฉลองวันเกิดครบอายุ 23 เป็นเซอร์ไพรส์ที่ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดไม่ฝัน ไม่ได้เตรียมใจเลยจริงๆ ใจแค่คิดอยากไปตีแบดตามปกติ

พอกำลังตีๆอยู่ได้สักพักใหญ่ๆ ไฟก็ดับ ใจนี่คิดว่าไฟดับจริงๆ เพราะมันดับทุกคอร์ทแบดเลย คอร์ทคนอื่นที่ไม่รู้อีโน่อีเน่ก็พลอยโดนปิดไฟไปกับเค้าด้วย เป็นอะไรที่มืดมากจริงๆ แล้วอยู่คอร์ทสุดท้ายด้วย หันไปมองที่ประตูทางออกทำไมข้างนอกไฟไม่ดับว้า สักพักเห็นแสงเทียน อ่อ กูโดนเข้าให้แล้ว เขินอย่างบอกไม่ถูก ไปแอบเกาะกำแพงอยู่ที่มุม แล้วทุกคนก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ ตื้นตันมากๆ แอบน้ำตาคลอ ถ้าเป็นสมัยมัธยมร้องไห้ไปละ

เกาะอยู่สักพักพี่ๆหากันไม่เจอ มันมืดมากจริงๆ ตายังปรับแสงไม่ได้ด้วยตอนนั้น เกรงใจพี่เค้าเลยวิ่งๆเข้าไปหาแล้วเป่าเทียน จากนั้นไฟก็เปิด ตัวเราเองถือเค้กแบบงงๆ ยังสับสนๆ จนพี่ๆเอามีดมาให้ตัด ก็ "อ๋อ ต้องตัดเค้กแล้วแบ่งพี่ๆในคอร์ท" ตอนแรกนึกว่าต้องเอาเค้กไปแช่แล้วเอากลับบ้านทีหลัง - -" ไม่เพียงแค่นั้นพี่ๆยังเตรียมของขวัญไว้ให้ชิ้นนึง

ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนในวันนั้นจริงๆ ปกติไม่ได้หวังอะไรกับวันเกิดเลยจริงๆ แค่มีคนพอจำได้แล้วแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ก็ดีใจมากๆแล้ว เพราะปกติก็จำวันเกิดคนอื่นไม่ค่อยได้เหมือนกัน ปีนี้ถือว่าพิเศษมากมาย ดีใจที่ได้รู้จักพี่ๆกลุ่มนี้ นิสัยดีและเป็นกันเอง ทำให้ทุกวันนี้รู้สึกไม่เหงา เบื่อเซ็งก็ไปตีแบด เครียดก็ไปฟังมุขพี่ๆเค้า(ยิ่งเครียด) ต้องขอบคุณเจ้าของคอร์ทพี่สุชัยและแฟนพี่สุชัยที่ร่วมทำเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ แถมยังไม่คิดค่าน้ำให้ด้วย ขอบคุณพี่เอ๋ที่ช่วยเหลือและคอยบอกตอนตัดเค้กว่าควรให้ใครๆ ขอบคุณพี่หญิงที่มาอวยพรวัเกิดถึงที่คอร์ท ขอบคุณทุกๆคนที่เอ็นดูน้องคนนี้ ขอบคุณมากๆครับ

อีกนิด ขาดไปอันนี้เรื่องยาว ขอบคุณน้องวันสำหรับอวยพรวันเกิดคนแรก ก่อนเวลาไป 3 ชั่วโมงด้วยข้ออ้างคือง่วงนอน และเค้กอร่อยมาก ที่บ้านชอบกินทุกคนเลย

วันเกิด 3/6/2009
จ.จื้อ

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, June 1, 2009

"สงสารช้างไทย ไฉนห่วงแต่แพนด้า"

เมื่อเร็วๆนี้เจ้าหลินฮุ้ย หมีแพนด้าที่เป็นมิตรสัมพันธ์ทางการทูตได้ออกลูกหมีแพนด้า ข่าวนั้นดังคึกโคมไปทั้งโทรทัศน์ รายการวิทยุต่างๆนาๆ พากันเสนอกิจกรรมตั้งชื่อให้ลูกหมีแพนด้า แต่ขณะเดียวกันช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมีข่าวรถขนช้างประสบอุบัติเหตุ กลับมีคนสนใจน้อยกว่าจนข่าวนั้นเงียบหายไป ตัวเองก็เพิ่งสังเกตจาก thaisem แล้วสำนึกตามเหมือนกัน กระทู้ว่า สงสารช้างไทย ไฉนห่วงแต่แพนด้า นับถือคนแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้เหมือนกัน ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักชาติและอะไรอื่นๆเยอะดี

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Friday, May 22, 2009

ขำขันกับเกาเหลาทริป

วันนี้นึกอยากกลับมาซื้อหนังสือ Computer Today มาอ่าน หลังจากไม่ได้ซื้ออ่านมาประมาณ 2-3 เดือน ที่อยากอ่านก็เพราะอยากรู้ข่าวคราวความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องไอที แล้วพออ่านถึงคอลั่มที่ชื่อว่า เกาเหลาทริป เป็นคอลั่มที่เต็มไปด้วยเรื่องของเทคนิคต่างๆทางคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ แต่ก็มีแฝงคอลั่มขำขันเอาไว้ ตลกในเชิงเสียดสี น่าสนใจดีเลยเอามาพิมพ์เก็บเอาไว้

เกาเหลาขำขัน ตอน ช่วยด้วย! พบปัญหา [Bugs] ของโปรแกรม
เรียนนายเกาเหลา เมื่อปีที่แล้วผมได้อัพเกรดโปรแกรมจาก แฟน 7.0 มาเป็นภรรยา 1.0 พบว่าโปรแกรมนี้ มีอาการแปลกๆ รวมถึงกินพื้นที่ทรัพยากรอันมีค่าจำนวนมาก จากการสังเกตของผมพบว่าภรรยา 1.0 ได้ทำการติดตั้งตัวเอง และทำงานเอง โดยจะคอยตรวจสอบความเป็นไปได้ของโปรแกรมอื่นๆ อาทิ อาร์ซีเอ 2.5 และ จูน่า 5.0 ทำให้ไม่สามารถรันโปรแกรมเหล่านั้นได้ตามปกติ หากฝืนที่จะรันโปรแกรมเหล่านั้นจะทำให้ระบบล่ม ผมจึงคิดที่จะกลับไปใช้แฟน 7.0 แต่ปรากฏว่าโปรแกรม Uninstaller ไม่สามารถทำงานได้ กรุณาช่วยผมด้วยและขอขอบคุณล่วงหน้าครับ / จาก User ที่มีปัญหา
ตอบ
นี่เป็นปัญหาที่มีคนส่งมาถามนายเกาเหลาบ่อยมาก ผู้ใช้ส่วนมากที่อัพเกรดจาก แฟน 7.0 ไปเป็น ภรรยา 1.0 เนื่องจากคิดว่าภรรยา 1.0 เป็นโปรแกรม Utilities & Entertainment ซึ่งในความเป็นจริงแล้วภรรยา 1.0 เป็นระบบจัดการ (Operating system) ซึ่งผู้สร้างได้ออกแบบให้รันทุกอย่าง และดูเหมือนว่าคุณจะไม่สามารถถอดถอน ภรรยา 1.0 หรือแม้แต่การแปลงกลับไปเป็น แฟน 7.0 เพราะระบบจะทำการจำลอง แฟน 7.0 ให้ทำงานเป็นภรรยา 1.0 อยู่ดี ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อันใด แต่มีบางคนพยายามที่จะติดตั้ง แฟน 8.0 หรือ Small house 2.0 แต่ท้ายสุดก็มีปัญหามากขึ้น แนะนำให้กูคู่มือการใช้งานในหัวข้อ ข้อควรระวังสินไหมทดแทน

ขอแนะนำให้คุณใช้ภรรยา 1.0 ด้วยความระมัดระวังและอยากให้คุณติดตั้งโปรแกรม ได้จ๊ะที่รัก เพื่อป้องกันข้อขัดแย้งจากการใช้โปรแกรม ภรรยา 1.0 ทางแก้ที่ดีที่สุด ก็คือคุณจะต้องเรียกคำสั่ง c:\ขอโทษจ๊ะที่รัก ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ c:\ได้จ๊ะที่รัก ไม่สามรถแก้ไขได้ซึ่ง c:\ขอโทษจ๊ะที่รักขะช่วยให้ระบบจัดการเข้าสู่สภาพปกติได โปรแกรมภรรยา 1.0 เป็นโปรแกรมที่ดี แต่ต้องการการดูแลที่สูง คุณควรจะซื้อซอฟแวร์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ภรรยา 1.0 โปรแกรมที่แนะนำคือ ดอกไม้ 2.0.1 และชุดโปรแกรม เครื่องเพชร 5.1.2 แล้วก็ควรหลีกเลี้ยง การติดตั้ง เลขาสุดสวย 36.24.36 ซึ่งนอกจากเป็นโปรแกรมที่ไม่ได้สนับสนุนโดย ภรรยา 1.0 แล้ว ยังมีโอกาสสูงที่ทำให้ระบบเสียหายได้ ขอให้คุณโชคดี สาธุ!
ที่มา: หนังสือ Computer Today ฉบับที่ 358

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, May 14, 2009

iLoveApp สองสัปดาห์


หลังจากทำบล็อก iLoveApp ได้สักพักนึงแล้ว อาทิตย์นี้น่าจะเป็นอาทิตย์ที่สอง ก็มีคนเข้าบล็อกทุกวัน เสียดายตรงที่ไปสลับชื่อโดเมนไปๆมาๆ ย้ายบทความจนทำเอากูเกิลไปอินเด็กโพสเก่า ติดอินเด็กก็จริงแต่พอกดเข้าลิงค์แล้วไม่พบบทความ ไม่งั้นก้คงมีคนเข้ามาเยอะกว่านี้ แต่นี่ทำมาสองอาทิตย์ก็มี Page Load สามพันครั้งมากหรือน้อยก็ไม่รู้ แต่นี้ก็คงนับว่าเยอะตั้งแต่เคยทำเว็บบล็อกมา

ล่าสุดเพิ่งโพสบทความไป กูเกิลก็อินเด็กให้แล้ว 5 นาทีเท่านั้นเอง ไม่เคยทำได้ แปลกใจดี

บล็อกของนาย จ.จื้อ

กำเนิด iLoveApp

หลังจากซื้อ iPod Touch ได้ไม่ถึงเดือนก็ติดไอ้เจ้าเครื่องเอามาก ตอนนั้นซื้อก่อนที่จะกลับไต้หวันไปทำเอกสาร ก็มีไอ้เจ้าเครื่องนี้และแฟนอยู่เป็นเพื่อนตลอด ที่ไหนมี wifi ก็รีบดาวโหลดเกมมาเก็บไว้เล่นเพราะอยู่บ้านญาติที่ไต้หวันค่อนข้างน่าเบื่อเลยทีเดียว

จากนั้นพยายามหาเกมมาลงเครื่องไว้ให้มาซื้อตรงเลยก็กระไรอยู่ เลยพยายามหาวิธีดาวโหลดเกมมาเล่นโดยไม่เสียเงิน เลยได้เข้าไปเจอวิธีบนเว็บ smart-mobile.com ทำเอาจนได้โหลด เอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าจะโหลดเกมไรดี เลยพยายามหาเว็บไซต์แนะนำแอปพลิเคชั่น หาไปๆก็เจอแต่เว็บเมืองนอก ไหงไม่มีเว็บแนะนำเป็นภาษาไทยเลย

เลยมีความคิดว่าในเมื่อเราก็พยายามสรรหาแอปพลิเคชั่นดีๆมาลง เลยอยากจะแบ่งบันผู้ใช้คนไทยด้วย คิดคำพูดเองไม่ได้แต่ก็ยังพอแปลจากเว็บนอกได้ ไม่ได้หวังอะไร ก็แค่เป็นงานอดิเรกอย่างนึงที่ทำแล้วมีความสุขดี

และนี่ก็คือที่มาของ iLoveApp http://iloveapp.blogspot.com

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, April 28, 2009

วิธีแก้ร้อนในที่ได้ผล

หลังจากร้อนในปากเป็นแผลมา 2-3 วันแล้วยังไม่หาย กินอะไรก็ไม่อร่อย ทรมานแสนสาหัส กินอะไรแทบไม่ได้ พอกินได้แค่มาม่ากับข้ามต้ม อย่างกับไปทำกรรมอะไรมา ทนไม่ไหวเลยเสริจหาวิธีแก้ดู พอรวบรวมมาได้ ดังนี้
  • ดื่มน้ำอุ่นเยอะๆ
  • ดื่มน้ำผสมกับเกลือ หรืออาจผสมกับน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้แทน เพื่อลดความรู้สึกเค็มและเพิ่มความน่าดื่ม
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • กินของจำพวกนี้อาจได้ผลด้วย เช่น น้ำเก๊กฮวย, เฉาก๊วย, น้ำใบบัวบก, อุทัยทิพย์เยาะใส่น้ำดื่ม, น้ำจับเลี้ยง

ทั้งหมดนี้อาจแก้ไขอาการร้อนในได้ และกลับมากินอาหารได้อร่อยดั่งเดิม ใครเป็นร้อนในก็ลองดูนะครับ หรือแนะนำเพิ่มเติมมาได้เช่นกันครับ


บล็อกของนาย จ.จื้อ

Wednesday, April 1, 2009

ครุ่นคิดเรื่องการทำแมสต่อ

วันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวาน คัดคว.ที่เคยมีออเดอร์ออกมาจัดอีกหนึ่งแคมเปน คัดๆมาแล้วมีแค่ 7 ตัวจาก 50 คาดว่ายังคงเปิดตัวอื่นๆต่อไปอีกสักพักลองลดบิดหรือปรับๆแก้ดูว่าจะมีออเดอร์บ้างมั้ย ถ้าไม่มีอีกซักระยะคงปิดแคมเปนเดิมทิ้งไป

เมื่อวานลองลงแคมเปนใหม่ลงไป 2 แคมเปน เพื่อรองรับเทศกาลอีสเตอร์ 1 แคมเปน อีกหนึ่งเป้นสินค้าชั้นในหญิง ทั้ง 2 ทำแบบแมส แต่ดูทีท่าไม่ค่อยดี

ชั้นในหญิงบิดแพงชิบ บิดอยู่ 40 บาท มีมา 2 คลิก
สินค้าอีสเตอร์ยังไม่มีคนคลิก ยังไงๆอยู่ วันนี้ลองคิดอีกทีว่าจะเปิดต่อดีมั้ย หรือ โฟกัสแคมเปนเดิมให้ยอดนิ่งๆก่อน

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Tuesday, March 31, 2009

ก้าวเล็กๆของการทำ Mass ของตัวเอง


และแล้ววันนี้ก็กำไรวันแรกจากการทำคว. mass จะนับว่าโชคดีก็เป็นได้เพราะว่าสินค้าเกือบครึ่งที่ขายได้แทบไม่ใช่สินค้าที่ต้องการขายเลย แต่ยังนับว่าโชคดีบวกดีใจเล็กน้อยที่ว่าคว.ชุดนี้คนยังเข้ามาซื้ออย่างอื่นบ้าง ดีไม่ดีวันอื่นอาจซื้อของที่ใหญ่กว่าก็เป็นได้

วันนี้กำไรไม่เยอะแล้ว กำไรตกสามร้อยกว่าบาท แต่แค่กำไรก็ดีใจไปไหนๆแล้ว เพราะคว.ชุดนี้ไม่ต้องแก้ไขไรมากมายเลย ไม่ต้องดูราคาสินค้า ไม่ต้องดูแนวโน้ม ก็เพราะมันเป็นคว. mass เสร็จชุดนี้ถ้ายอดคงที่ก็ไปหาชุดอื่นได้แล้วล่ะ

ตอนนี้ออเดอร์ต่อวันก็ตกวันละอย่างน้อย 10 ออเดอร์ ค่อนข้างโอเคเลย เพราะสินค้าดึงเรท % ได้แถมได้ค่าคอมฯตามเรทที่ได้ด้วย เพราะไม่ใช่สินค้า CE ได้เรทเต็ม 7% เลยตอนนี้

แต่คว.ชุดนี้ยังต้องติดตามผลต่อไป เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ตัดคว.ที่ไม่ทำเงินออก ก็ดูๆกันต่อไป ถ้าวิธีการนี้ใช้ได้กับชุดอื่นๆที่จะได้ต่อไป ก็แสดงว่าตัวเองได้วิธีหรือหนทางของตัวเองแล้วล่ะ สู้เว้ย


คว. = คีย์เวิร์ด
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, December 18, 2008

อาชีพหลังจบการศึกษา

ยังจำได้อยู่ว่า ในกระทู้ๆหนึ่งที่ตั้งหัวข้อไว้ว่า "ทุกคนทำอาชีพอะไรกันบ้างครับ..."

ตัวเองเราเองก็ตอบในที่สิ่งเราเป็นนั่นแหละคือนักศึกษา และได้เห็นคำตอบของคุณ Dollars✩Lism (ผู้เขียนหนังสือ Affiliate Millionaire)ว่าเป็น Affiliate Marketer เลยอดใจไม่ได้ที่จะบอกว่าตัวเองก็อยากเป็นในสิ่งที่เรียกว่า Affiliate Marketer

มันจะดีแค่ไหนที่ว่าทุกเช้าฟันเฟินไม่ต้องแปรง ชุดทำงานไม่ต้องใส่ ตื่นกี่โมงมาก็ได้ เปิดโน๊ตบุ๊คเข้า adwords เช็กวันนี้ keyword ทำงานเป้นไง คลิกเยอะมั้ย น้อยมั้ย

จากนั้นก็อาจทำงานที่มั่นคง หรืออาจไม่ต้องทำงานก็ได้ ไปเดินเที่ยวมองหาไอเดียดีๆ มีอิสระที่จะทำไรก็ได้ มีเวลาทำสิ่งที่เราชอบ มีเวลาให้ครอบครัว (สำหรับจื้อก็ไปเรียนหนังสือ เล่นกีฬา)

เที่ยวตั้งวันจากนั้นกลับบ้าน ดูยอดขายที่มีแต่รอยยิ้ม จากนั้นนอน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ร่ายจ่ายนั้นบัตรเครดิตก็ตัดเอง รายได้ก็โอนมาให้ (ภาษีก็ไม่ต้องจ่าย ^^) ทุกอย่างเป็นแบบนี้

ถ้ามั่นคงแล้วเรียกได้ว่า นั่งขี้อยู่ดีๆ มีเงินก็เข้ามาให้ใช้ เสียก็แค่ใช้พลังงานสมอง

"ปล่อยให้เงินทำงาน ให้เงินหาเงินแทนเรา"

บล็อกของนาย จ.จื้อ

ศัพท์แปลกน่าสนใจ

วันนี้นั่งทำงาน read news เจอศัพท์ที่คิดว่าแปลกอีกแล้ว

fiasco ศัพท์ดูเก๋ดี แต่กลับแปลว่า ความล้มเหลวอย่างมาก, ความล่มจม, สิ่งที่ทำให้อัปยศ
hitherto แปลว่า จนบัดนี้

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Monday, December 15, 2008

ทรมาน

เฮ้อ เมื่อคืนแม่งไม่รู้เพื่ออะไรจริงๆ หลังจากกลับจากระยองไม่ถึงชั่วโมง ก้ต้องเตรียมตัวไปลานเบียร์กะเพื่อนต่ออีก ดันไปลืมนัดซ้อนกัน

และก็ไม่รู้คึกอะไร กินไปอย่างเยอะ ท้องก็เสียจากอาหารทะเล ที่นี้เลยไปกันใหญ่ ทั้งอ้วกทั้งท้องเสีย

ตื่นมาปวดหัวชิบ มีเรียนดันสี่ตัว พยายามจะไปเรียนละ เอาเข้าจริงๆไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน ตัวร้อนด้วย

เมื่อคืนขณะที่นอนอย่างทรมานเลย คิดขึ้นได้ว่า นี่จะกินให้ทรมานเพื่ออะไรว้า เลยสัญญากันตัวเองว่าต่อไปจะ เลิกกินของมึนเมาละ เปลืองตังค์เสียสุขภาพ เอาตังค์ไปเล่นกีฬาดีกว่า

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Sunday, December 7, 2008

บ่นต่อเนื่อง

วันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เซ็งว่ะ

adwords แอดเค้าใหม่ยังไม่ขึ้นโฆษณาซะที ใกล้เทสกาลคริมาสไปเรื่อยแล้วด้วย

สงสัยท้ายปีนี้ที่เค้าว่ายอดจะขายได้ขายดีจะอด

วันนี้นั่งศึกษา drop shipping ซะปวดหัว จะลองสมัคร doba.com จะสมัครไม่ได้อีก

อยากตีแบดก็ตีไม่ไหว ปวดไหล่ สุดสัปดาห์นี้ว่าจะไปหาหมอละ

Saturday, December 6, 2008

ขอบ่น

วันนี้เตะบอลมาเหนื่อยโคตรเลย หัวไหล่ก็ปวดไม่หายซะที เมื่อวานดันทะลึ่งไปตีแบดอีก

ปวดแบบยกแขนแทบไม่ขึ้น ขาดได้คงขาดไปละ แขนเนี่ย

มีแต่เรื่องเซ็งๆ ดีที่มีกีฬามาช่วยทำให้หายเบื่อบ้าง

จะว่าไปกีฬาวันนี้ เตะบอลโดนหย้ำไปที่ข้อเท้าซ้ายปวดตุ๋ยเลย วันนี้ยิงได้สองลูก จ่ายไปเยอะเหมือนกัน

รู้สึกจะชนะ 10-4 O_o

อเมซอนก็โดนปิดแอดเค้าอีกทั้งสองอันเลย ค่าคอมฯครึ่งแสนได้ แต่ก็นะ ไม่ได้หวังไว้มาก คิดว่าต้องโดนอยู่ละ ดีที่ไม่เสียค่าโฆษณา เพราะไปเปลี่ยนรหัสบัตรเครดิตก่อนมันตัดยอดก่อน ชั่วจริงๆ

เปิดadwordsใหม่ก็ไม่ยอมโฆษณาให้มาสองวันละ เมล์ไปถามก็ไม่ตอบ

ตอนนี้เรียนรู้เรื่อง dropshipping อยู่ เมล์ไปขอรายละเอียดกับ Thailand.com สงสัยจะไม่ตอบอีกเหมือนกัน

ตอนนี้อยากเรียนทำเว็บฯ มีความรู้สึกว่า อะไรๆที่ไม่เป็นเจ้าของเอง จะไม่ประสบความสำเร็จ

ทำอเมซอนก็เสี่ยง คนทำเยอะมากขึ้น แย่งกันไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายอเมซอนได้ผลประโยชน์

หาคีย์เวิร์คดีๆได้ สุดท้าย อเมซอนเข้ามาแย่งที่ เหมือนหาคีย์เวิร์คให้มัน

แต่ก็นะ มีไรทำ ดีกว่าไม่มีไรทำ หาประสบการ์ณไปเรื่อย ขอให้ได้ลอง ให้สมองทำงานดีกว่านิ่งทื้อ

ว่างๆจะเปลี่ยนเทรมเพลตบล๊อคละ

Monday, September 29, 2008

ศัพท์น่าสนใจ

วันนี้ขณะที่อ่านหนังสือบัสคอมทู เจอศัพท์คำนึง dogmatic ดูน่าสนใจดี ลองแปลเองมั่วๆคิดว่าคงเป็นคำในลักษณะดูถูกเปรียบเหมือนสุนัข แต่จริงๆแล้วมันแปลว่า หัวรั้น หัวดิ้อ ที่น่าสในเพราะเพิ่งเคยเห็นศัพท์ที่มีคำว่า dog ผสมอยู่ด้วย
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan