Showing posts with label Webmaster. Show all posts
Showing posts with label Webmaster. Show all posts

Monday, July 6, 2009

วิธีถ่ายรูปสินค้าให้ดูสวย ก่อนนำมาลงในเวป

เพื่อนๆ ที่เปิดเวปขายของพวก E-com หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องถ่ายรูปสินค้าที่เรามีไปแสดงให้ลูกค้าดูใช่มั้ยละครับ แต่บางทีรูปมันออกมาไม่สวยไม่เหมือนของจริงเลย วันนี้นำบทความจากเวปกล้อง PIXPROS มาเสนอนะครับ

ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง ก็สามารถ มีแสงในการถ่ายภาพได้ ในราคาไม่ถึง 20บาทครับ เพราะคุณสมบัติของ แสง ก็คือแสง แม้มาจากแหล่งกำเนิดแสงที่ต่างกัน หากเรามีการควบคุม และประยุกต์ใช้ ก็สามารถ นำมาใช้สร้างสรรค์ผลงานเล็กๆ ได้ และยังได้เรียนรู้ กับการจัดแสง ด้วยตนเองครับ


ภาพนี้ถ่ายโดยใช้ flash หัวกล้องยิงตรงใส่ นาฬิกาเลยนะครับ ผลออกมาอย่างที่เห็นครับ ภาพเห็นรายละเอียด แต่ขาดมิติ ดูแบน แสงแบบนี้เรียกว่าแสงที่ยิงเข้าทางข้างหน้าของวัตถุครับ


ผมคิดในใจ เอ้ ถ้าเราจะเล่นทิศทางแสง โดยไม่ใช้ flash แยก เราจะทำอย่างไร กับ อุปกรณ์อะไรได้บ้าง ปิ้ง ในสมองนึกขึ้นได้ มาลองใช้โคมไฟอ่านหนังสือดีกว่า เลยไปซื้อหลอด ใส้ 100watt จาก ปากซอยบ้านมาครับ 18บาท แหล่งกำเนิดแสง หน้าที่ก็คือให้แสงแก่เราในการถ่ายภาพ ไม่สำคัญว่าราคาเท่าไร ซึ่งแสงบางอย่างฟรี อย่างเช่นแสงจากธรรมชาติ แต่ตัวแปร เยอะมาก ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของทิศทางของแสง และเรื่องของ เงาสะท้อนที่จะถ่ายกับวัตถุที่มีเงาสะท้อนครับ
จึงเป็นที่มาว่า ทำไม ต้องมีสตูดิโอ ซึ่งควบคุมและจัดแสง ได้ง่าย แต่ราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเป็นวัตถุขนาดเล็ก ก็จะมี เต็นท์ ถ่ายสินค้า ซึ่งก็มีราคาสูงเช่นกัน


ผมจึงมาค้นของในลังเจอกับอุปกรณ์ บังคับแสงทิศทางของแสง อิอิ ยิงฟันยิ้ม เรียกซะหรูเชียว จริงๆ ก็คือโคมไฟเก่านั่นเองครับ มันปลดประจำการไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เรามีคอมพิวเตอร์ เราเองก็เริ่มลืม สิ่งที่เคยทำให้เราอ่านหนังสือที่เป็นกระดาษครับ ได้กลับมาใช้อีกครับ ทำให้คิดถึงวันเก่าๆ
อุปกรณ์ ประกอบฉากชิ้นสำคัญต่อไป หาได้ทั่วไปเลยครับ ก็คือ กระดาษ a4 นั่นเอง กับแก้วกาแฟ 5 5 5 ดูเอาเองนะครับ ว่าแก้วกาแฟใช้ทำอะไร ใครจะใช้อย่างอื่นแทนก็ได้นะครับ ซึ่งในกระทู้นี้ผมจะเน้นของที่ง่าย และหาได้ใกล้ตัวเลยนะครับ เพราะเชื่อมั่นว่า ง่ายที่สุด คือ ดีที่สุด ผมทำได้ ใครก็ทำได้ครับ


เรามีตัววัตถุคือ นาฬิกาแล้ว มีโคมไฟ พร้อมหลอดไฟแล้ว มีฉากแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่าง ก็คือขาตั้งกล้องครับ ผมใช้ขาตั้งกล้องถูกๆ อันละ 200 เอง จริงจริงจะไม่ใช้ก็ได้นะครับ เพียงแต่ ผมถ่ายคนเดียวเลย ต้องใช้ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมต้องใช้ครับ
ลองสังเกตุดูนะครับ ภาพที่ได้จากการส่องแสงของโคม ซึ่งเราเรียกแสงแบบนี้ว่าแสงต่อเนื่อง โดยยิงมุม เฉียงเข้าหาตัวแบบ จากด้านบน ขวา เยื้องมาทางด้านหน้า เรียกว่า shortlight ทำให้แบบ ดูมีมิติมากขึ้นกว่า ยิงตรง boardlight แต่แสงจะแข็ง และเกิดเงาที่ กระดาษอย่างชัดเจนครับ ที่สำคัญภาพเหลืองจริงจริงมาแก้ปัญหากันครับ


เอาล่ะครับ มาตั้ง white balance กัน ก็เลือก ทังสเตน เลยนะครับ หรือไม่ก็ custom whitebalance กับภาพถ่ายกระดาษขาวเปล่าเปล่า ภายใต้แสงหลอดไฟ หลอดที่เพื่อนๆใช้ถ่าย ภาพที่ได้จะได้ white balance ที่ถูกต้องครับ แต่แสงก็ยังแข็ง และเงาตกทอดลงบนตัวกระดาษ ก็ยังคมอยู่ดีครับ


เราจะจัดการกันอย่างไร สำหรับแสงที่แข็ง จนทำให้เกิด เงาที่ กระดาษ a4 ล่ะครับ มาทำความเข้าใจกันนิดนึงนะครับ
แสง นุ่มจะทำให้เราสามารถ ลดเงาที่เกิดขึ้นได้นะครับ และทำให้ subject ที่โดนแสงโดนตรงที่เคยขาดรายละเอียดจะมีรายละเอียดกลับมาครับ แล้วทำอย่างไรจะทำให้เกิดแสงนุ่ม

คือว่า แสงนุ่ม เกิดจาก
1. แหล่งกำเหนิดแสง มีขนาด ใหญ่ เมื่อเทียบกับวัตถุที่จะถ่าย บางท่านนึกถึงดวงอาทิตย์ เพราะมีขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่าโลกเราอีก แต่วันที่ฟ้าโปร่ง ทำไม คนยืนกลางแดด จึงมีเงาเข้ม ใต้ตา ใต้คาง หรือแม้แต่ตอนเย็น ที่ฟ้าเปิด เงาก็ยังแข็งอยู่ดี แต่เราลองสังเกตุดูนะครับ มองขึ้นไปแล้วดวงอาทิตย์ เหลือดวงนิดเดียวเลย เมื่อเทียบกับตัวเรา เพราะฉะนั้นก็คือว่า มีขนาดใหญ่ที่หมายถึงคือ ใหญ่กว่าวัตถุแบบ เห็นได้ประจักษ์เลยครับ

2.แหล่งกำเนิดแสงอยู่ใกล้ กับวัตถุ ยกตัวอย่างถ้าในสตูดิโอ อยากให้แสงนุ่มขึ้น นอกจากจะใช้ softbox ที่ใหญ่กว่าตัวแบบเยอะๆ แล้ว ก็ต้องขยับเข้ามาใกล้ตัวแบบมากขึ้นครับ ยิ่งใกล้ยิ่งนุ่ม แต่เป็นดวงอาทิตย์ นี่เราดึงมาใกล้ไม่ได้ ก็ต้องหาตัวกระจายแสงทีทำให้นุ่มมาอยู่ใกล้แบบ เช่น ผ้าใบ สีขาวขุ่น ขนาดใหญ่ ข้ามหัวตัวแบบ เหมือนถ่ายรถยนต์ครับ softbox ใหญ่ กว่าตัวรถยนต์อีก และอยู่ใกล้ตัวรถมากมาก ในขณะที่ต้องไม่บัง เฟรมนะครับ

คราวนี้มาดู สิ่งที่เราถ่ายกันบ้างครับ ว่าจะใช้อะไรในการทำให้นุ่ม ผมบอกแล้วนะครับ ว่าใช้ของใกล้ตัว และ ง่ายที่สุดคือดีที่สุด ผมทำได้ ใครก็ทำได้ที่ผมทำคือ ใช้ถุงพลาสติก ทำให้แสงนุ่มขึ้นโดยทำให้แสง ฟุ้งกระเจิง ทำให้ขยายแหล่งกำเนิดแสงจากโคมไฟ ให้ใหญ่ขึ้น เท่าขนาดของถุง ซึ่งเมื่อเทียบกับ นาฬิกาแล้ว ใหญ่กว่ามากเลยครับ แล้วผมก็ขยับถุงเข้ามาใกล้กับ นาฬิกาให้มากที่สุด โดยที่ไม่บังเฟรมที่จะถ่ายนะครับ


นี่คือที่ผมติดข้างใว้ว่าทำไมผมต้องใช้ขาตั้ง เพราะผมต้องใช้มืออีกข้างถือ ถุงพลาสติกนี่เอง และตั้งเวลาถ่ายเราลองมาเปรียบเทียบดู ระหว่าง สองภาพนี้นะครับ ภาพที่ใช้ ถุงพลาสติก กับภาพที่ไม่ได้ใช้ ภาพนี้ไม่ได้ใช้ถุงพลาสติก นะครับ สังเกตุดูเงาที่วัตถุนะครับ แข็ง และมีขอบคม รายละเอียดตรงขอบหน้าปัดสีส้มด้านขวาตัวเรือน รายละเอียดหาย เนื่องจากโดนแสงกระทบโดยตรงครับ


แล้วมาดูอีกภาพครับ ภาพนี้ใช้ถุงพลาสติกครับ ในที่นีถ้าใครมีอุปกรณ์อื่นที่ เป็นสีขาวขุ่น โปร่งแสง นะครับ เช่น กระจกฝ้า แผ่นกระดาษไขเขียนแบบ แผ่นพลาสติกขุ่นสีขาว กระดาษสา ผ้าม่านสีขาวบาง ผ้าขั้นกระทิของคุณแม่ ม่านห้องน้ำ และอีกมากมาย ก็แล้วแต่ความถนัดเลยนะครับ พอดีผมหาไม่ได้ และอยากให้ง่าย ก็ใช้ถุงนี่ล่ะ แต่ละวังมันไปโดนหลอดไฟละครับ เดี๋ยวมีวาบ เพราะมันร้อนมาก อิอิ

คราวนี้ลองดูนะครับ ส่วนของเงาที่ตกกระทบบนฉาก ลดความเข้มลง ความคมที่ขอบเงา หายไป ดูนุ่มนวลขึ้น รายละเอียดที่ตัวขอบหน้าปัดสีส้มด้านขวา กลับมาแล้วครับ เห็นชัดขึ้น


เทียบให้ดู ระหว่าง ใช้ flash หัวกล้องถ่าย กับ การจัดไฟโคมถ่าย แล้วใช้ถุงพลาสติกสีขาวขุ่นบัง ครับ


ขอขอบคุณ Pixpros ครับ

ลองใช้กันดูนะครับใช้ได้กับทุกๆสินค้า

http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,66795.0.html
บล็อกของนาย จ.จื้อ

Thursday, June 25, 2009

Tag ไปทำไมให้เมื่อย

seo tagging

seo tagging

ถ้าพูดกันทั่วๆไปคำว่า “tag” ก็คือสิ่งแรกหลังจากที่คุณไปเดินห้าง หรือเดินตลาดแล้วได้เสื้อผ้าสิ่งของมาใหม่แล้วมีป้ายราคาติดมาที่ต้องตัด ทิ้งออกไป แต่สำหรับโลก SEO แล้วมันมีประโยชน์กว่านั้นและตัดทิ้งออกไม่ได้ครับ

ก่อน WordPress เวอร์ชั่น 2.3.x ลงไป ถ้าคุณจะต้องการใช้ Tag กับโพสแต่ละอัน คุณจะต้องมี Plugin อย่าง Tag Warrior เข้ามาช่วยงาน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องอีกต่อไป เพราะระบบบล็อกเดือบทุกที่ก็ได้สร้างมาพร้อมฟังค์ชั่น Tag มาให้ด้วย แต่ Tag คืออะไร และมีประโยชน์ยังไง? มาดูกันครับ

การใช้ Tag นั้นมีคล้ายๆกับการใช้ Category หรือพูดได้ว่าถ้า Category เปรียบได้กับสารบัญของหนังสือ (table of content) Tag นั้นเปรียบได้กับสารบัญคำศัพท์ (index) ที่บอกว่าคำใดอยู่หน้าอะไรในท้ายเล่มนั่นเอง ซึ่งก็ต้องใช้ทั้งสองควบคู่กันไปด้วย เพราะจะว่าไปแล้ว มันก็มีประโยชน์กันคนละอย่าง เช่น การใช้ Tag จะแบ่งหมวดหมู่ของโพสในรูปแบบที่ใช้คีย์เวิร์ดหรือคำทั่วๆไปที่เป็นหัวข้อ ต่างๆที่คนกำลังพูดถึงกันเท่านั้น เช่น life, pet, football, games (ดูตัวอย่างที่ http://wordpress.com/tags/) ไม่เหมือนกับ Category ที่คุณสามารถตั้งชื่อหมวดหมู่ด้วยประโยคหรือคำอะไรก็ได้ตามใจชอบเพียงเพื่อ ให้ผู้ชมเว็บของคุณเปิดอ่านเรื่องต่างๆได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นทุกๆครั้งที่คุณเขียนโพสขึ้นมาใหม่ คุณควรใส่ Tag เข้าไปหลายๆ Tag ด้วยเพื่อแสดงให้รู้ว่าโพสบทความอันนี้อยู่ในคีย์เวิร์ดหรือหัวข้อใด (WordPress ก็็็จะสร้างที่อยู่ URL ให้ Tag นั้นๆที่สร้างขึ้นมาใหม่ด้วย) ซึ่งมันก็จะช่วยให้ Search Engine และ Blog Search Engine สมัยใหม่ที่ใช้ Tag ต่างๆ เช่น Del.icio.us, Technorati, Digg, Flickr ฯลฯ รับรู้ถึงโพสใหม่ๆของคุณได้ง่ายขึ้นอีกทาง ยิ่งใส่ Tag มากก็ยิ่งดีครับ เช่น คุณโพสเรื่องศาสนา (religion) เมื่อมีคนคลิกที่ Tag religion ใน Technorati โพสของคุณก็จะแสดงผลลัพธ์อยู่ในนั้นพร้อมกับบล็อกอื่นๆอีกมากมายที่มี โพสเรื่องเดียวกันนี้ด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่เคยหรือยังใช้ Plugin เพื่อการ Tag อย่าง Ultimate Tag Warrior (UTW) คุณก็สามารถ import tag จาก WordPress เวอร์ชั่นก่อนๆเข้ามาที่เวอร์ชั่นใหม่ได้ โดยไปที่เมนู Manage > Import

บล็อกของนาย จ.จื้อ

.com .info .net .co.cc …จดโดเมนอะไรดีที่สุด

โดเมนอะไรดีที่สุด

หลาย คนชอบถามกันมาว่าจะทำ ranking ได้ดี ควรจดโดเมนดอทอะไรดี พอเห็นมี .co.cc ฟรีๆ แล้วเกิดสงสัยกันไปว่า มันจะดีหรือของฟรีๆ ผมมีคำตอบให้

dotcomของ ฟรีในโลกเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วครับ แถมของฟรีๆดีๆก็มีเยอะเลยในเน็ตนี้ แต่สำหรับเรื่องการจดโดเนมเนมเพื่อการทำเงินกับระบบ ppc หรือการว่านพืชหวังผลแล้ว ไม่ควรใช้ของฟรีอย่าง .co.cc ครับ (ผมใช้กับเว็บนี้เพราะไม่สนเรื่อง ranking )

ไม่เชื่อคุณลองนึกดูสิว่า มีครั้งไหน ที่ค้นหาอะไรตาม search engine แล้วเว็บที่จดโดเมน .co.cc ปรากฎขึ้นมาให้เห็น….ก็ไม่มีน่ะสิครับ ส่วนใหญ่จะเป็นดอท .com, .net, .info, edu, org ทั้งสิ้น แถมโดเมน .co.cc นี้ เขาจะเอาคืนจากคุณเมื่อไหร่ก็ได้ แย่ไปกว่านั้นอีกคือ ถ้าเว็บคุณเกิดทำเงินแล้วหรือมี ranking ที่ดีๆ แต่จะขายต่อ รับรองไม่มีใครเอาแน่ๆ

เพราะฉนั้นผมแนะนำให้เสียเงินจดดีกว่าครับ อย่างน้อยให้เป็น .info (ตอนนี้ลดราคาอยู่ปีแรกแค่เหรียญสองเหรียญเอง) ผมเองก็ใช้ .info สำหรับ roadmap ต่างๆ จดมาซัก 5-6 โดเมนแล้วทำซัพโดเมนให้เป็นคีย์เวิร์ดนิชย่อยลงมา เพื่อทำเป็น network หรือ blog farm กัน (แล้วจะมาทำ roadmap ให้ดูวันหลังครับ)

สุดท้ายฝากไว้นิดนึงว่า จดดอทอะไร (แบบเสียเงิน) ก็ดูด้วยว่าคุณทำคีย์เวิร์ดเรื่องอะไร จะช่วยเรื่อง ranking ได้มาก เช่น เรื่องการศึกษาก็ควรจะ .edu ครับ หรือเรื่องทีวีก็จด .TV ฯลฯ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆทั่วๆไปที่ไม่เจาะจงอะไรมาก ก็ควรจะจด .com ดีที่สุด เพราะติด index ง่ายมากๆ แถมขายต่อง่ายอีก หรือ .net (ถ้าจำเป็น) ยกเว้น .co.cc!



บล็อกของนาย จ.จื้อ

Saturday, January 17, 2009

One Way Back Link From 2collab

ผมจะมาบอกว่าท่านทั้งหลายสามารถหา One Way Back Link แบบฟรีๆได้จาก 2collab เพียงแค่สมัครสมาชิก Verify แล้วก็เข้าไปแก้ไขโปรไฟล์โดยทำ Back Links กลับมายังเว็บไซด์ของท่าน ยกตัวอย่างโปรไฟล์ Thai SEO ของผม หลังจากที่แก้ไขโปรไฟล์แล้วท่านอาจโปรโมทด้วยการทำ Social Boomarking โดยใช้ Software อย่าง BookmarkingDemon ช่วย หรืออาจจะใช่การ Pinging เพื่อเรียก Robot หรือ Spider ของ search engines ก็ได้

เทคนิคง่ายๆแต่เจ๋ง มันช่วยทำให้เว็บไซด์ของท่านมีอันดับที่ดีบน search engines แน่นอน

โปรดจำไว้ว่าการหา Back Links เป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆที่จะช่วยทำให้เว็บไซด์ของท่านติดอันดับที่ดีบน search engines โดยเฉพาะอย่างยิ่ง One Way Back Links

Pudit.com

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Sunday, January 11, 2009

ไม่มีความรู้ด้านการทำเว็บ เริ่มตรงไหนดีครับ

ถ้าอยากเขียนเว็บเป็นน่าจะเริ่มจากพวกโปรแกรมประเภท WYSIWYG (What You See It What You Get) ก่อน เช่นพวก
Dreamweaver เพราะมีหนังสือให้อ่านเยอะ และสามารถพัฒนาความรู้สู่การเขียน Web Programming ได้ง่าย
แต่ส่วนใหญ่เวลาผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรสอนการเขียนเว็บเพ็จในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผมมักจะสอนด้วยโปรแกรม

NomoWebEditor แต่โปรแกรมนี้ผมไม่เห็นคู่มือตามท้องตลาด เพราะคู่มือจะให้มาตอนเราซื้อ License โปรแกรมมาใช้งาน (Text Book)

ข้อดีคือของ NamoWebEditor ก็คือ การใช้งานคล้าย ๆ โปรแกรม MS-Word ปุ่มใช้งานคล้าย ๆ กัน มีเครื่องมือช่วยงานเยอะ
ทั้งการออกแบบข้อความ ตัวอักษรและกราฟฟิกต่าง ๆ มีรูปภาพ ClipArt และ Animation เตรียมไว้ให้ใช้งานเยอะมาก ๆ

ผู้ เรียนจะเรียนรู้ง่าย และรู้สึกสนุกไปกับการเรียน เพราะมันง่ายจริง ๆ โปรแกรมนี้น่ะ เห็นสถานศึกษาต่าง ๆ ใช้สอนนักเรียน นักศึกษามากมาย
เพื่อปูพื้นฐานการใช้งานโปรแกรมจำพวก Web Design ต่าง ๆ พอเข้าใจดีแล้วก็จะสามารถต่อยอดไปโปรแกรมอื่น ๆ ได้ง่าย

แต่ถ้าหาคนสอนหรือคู่มือและโปรแกรม NamoWebEditor ไม่ได้ แนะนำโปรแกรม FrontPage หรือ โปรแกรม DreamWeaver ก็ดีครับ
อย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้น คือ มีคู่มือให้ศึกษามากมายในท้องตลาดครับ ที่สำคัญอยากเขียนเว็บเป็นก็เริ่มต้นหาโปรแกรมมา หาคู่มือมา
แล้วก็ฝึกเขียนบ่อย ๆ ครับ เดี๋ยวก็เก่งเองและครับ ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการฝึกฝนครับ

ขอให้สนุกและประสบกับความสำเร็จในการเขียนเว็บเพจเร็ว ๆ นะครับ Cheesy

บล็อกของนาย จ.จื้อ

Friday, January 9, 2009

เคล็ดลับ PR

เคล็ดลับ ต่อไปนี้ ช่วยท่านได้ ตามความคิดหนูนะ
1 เว็บวาไรตี้ หนูแลกลิ้งค์กับเว็บเพื่อนบ้าน ประมาณ 50 เว็บได้ แลกทุกเว็บ เว็บใหญ่หรือเล็ก แลกหมด อิอิ ว่างๆก็ไปซับมิทกับพี่ สนุก มีสุข น่ารัก กระปุกอะค่ะ คนเข้าเว็บตอนนี้ มีนอ้ยมาก ไม่ถึงร้อยคนเลยค่ะ แต่หลังจากสองเดือนผ่านไป ได้ค่า pr3
2 เว็บทำธุรกิจ แลกลิ้งค์เพื่อนบ้าน แค่ 2 เว็บค่ะ แต่ทำเนื้อหาให้ดีๆๆ ลอกคนอื่นมาค่ะ แต่หนูจัดให้มันเป็นระบบระเบียบ คนเข้าเว็บ ประมาณ 20 คนต่อวัน เอิกๆๆ ได้ค่า pr2
3 เว็บทำอเมซอน นี้เจ๋งมากเลยค้า พี่น้องขา ไม่มีคนเข้าเว็บเลย ฮืออๆ ทำเป็นไทย กับอังกฤษ สลับกัน มีคนเข้า แค่ 1 คนต่อวันเท่านั้น คือหนูเองค่ะ

อิอิ แต่ว่า หนูทำแค่เดือนเดียวเองนะ พี่ขา ได้ค่า pr3 แย้ว หลักการคือหนูทำสโตร์ แล้วลิ้งค์มาที่เว็บนี้ค่ะ เพราะอเมซอน มีค่า pr เยอะมั้ง หนูเลยได้ตาม เพราะเว็บนี้หนูไม่มีเว็บเพื่อนบ้านเลยจ้า
4 เว็บ ท่องเที่ยว ค่า pr2 ยังไม่ได้โปรโมทที่ไหนเลย ยังไม่ได้แลกลิ้งค์อีก ได้ค่า pr2 เพราะว่าหนูไปลอกเลียนเนื้อหาชาวบ้านเขามา แต่หนูจัดเนื้อหาเองใหม่หมดเลย และเว็บอื่นๆๆ อีกสองเว็บก็ได้ค่า pr2 และค่า pr3 และอีกหลายๆๆ เว็บ กล่าวไม่หมดค่ะ ขอไม่เปิดเผยนะจ๊ะ


สรุป สั้นๆ ง่ายๆๆ การทำค่า pr คือ
1 แม้ไม่มีคนเข้าเว็บ การแบคลิ้งค์จากเว็บใหญ่ๆ เพียงเว็บเดียว อย่างอเมซอนนี้ ก็ทำให้เว็บเรามีค่า pr สูง ได้ค่ะ
2 การแลกลิ้งค์เพื่อนบ้าน ไม่จำเป็น ถึงจะแลกเยอะแต่ค่า pr ก็มิได้สูงตามค่ะ แต่ถ้าคุณทำเนื้อหาดี และมีคีย์เวิดติดหน้าหนึ่ง ในGoogleหลายๆๆคำ รับรองได้ค่า pr ชัวร์ หนูฟังธง เพราะทดลองมาแล้ว
3 เว็บลูกค้าที่หนูทำให้ หนูเพิ่งเว็บเสร็จ วันต่อมาได้ค่า pr2 อะนะ ไม่รู้ได้มายังไง อันนี้สันนิษฐานว่า คงได้เพราะ หนูทำเนื้อหาขึ้นเอง ไม่ได้ไปลอกเลียนแบบที่ไหนเลย ค่ะ อันนี้ก็ฟังธง เพราะเว็บลูกค้าท่านนี้หนูยังไม่ได้มีแบคลิ้งค์ให้เขาเลย เขาก็ดีใจมากเลยค่ะ
4 อันนี้สำคัญมากเลยค่ะ ย้ำๆ ทำเว็บให้น่าเชื่อถือ เหมือนกับเว็บเราเป็นบริษัทใหญ๋ๆๆอะไรอย่างนี้เเหละ คือประมาณว่ามี มีทีมงาน มีที่อยู่ของร้าน มีใบผู้ประกอบการอะค่ะ แล้วก็อย่าลืมอัพเดตเนื้อหา เดือนละครั้งก้พอค่ะ ผลที่ออกมา พี่ Gooเกิลให้ค่า pr3 เฉยเลยค่ะ

บล็อกของนาย จ.จื้อ
 
Copyright 2009 จื้อเหว่ย. Powered by Blogger Blogger Templates create by Deluxe Templates. WP by Masterplan