สวัสดีครับ คุณ R@y ขอความรู้เพิ่มเติมหน่อยครับ
1. ในการเลือกสินค้ามาทดสอบของคุณ R@y นั้น
1.1 เลือกทุกหมวดหมู่สินค้า ดูที่คุณสมบัติ ดู Trends เช็ค ราคา เลยหรอครับ
1.2 เลือกในหมวดหมู่เดียวกัน เช่น TV จะขาย TV 42" ก็เลือกแต่ TV 42" ทุกๆ รุ่นมาลอง Test ดูว่าใน 42" รุ่นไหนขายได้บ้าง
ทั้ง 2 ตัวอย่างนี้ การ test สินค้าแบบไหนเป็นไปได้สูงที่จะเจอก่อน แถ้า Test แบบที่ 2 จะเสียเวลาไปปล่าวๆ ไหมครับ ทั้งๆที่ รู้ว่ารุ่นนี้ดีกว่า
2. ในการเช็คราคาสินค้า ถ้าเจอ website ที่ขายราคาถูกกว่า amazon แต่เป็น website ที่ไม่ค่อยมีชือเสียงราคาถูกกว่า $40-$80 จะ Test สินค้าไหมครับ
3. คุณ R@y ทำอย่างอื่นไหมครับ นอกจากส่ง Link ไปยังหน้าสินค้า Amazon โดยตรง เช่น WP SEO Blog website
4. Amazon Ranking Seller ที่ Amazon บอกในตัวสินค้า เป็นคุณสมบัติที่ต้องดู มากน้อยแค่ไหน
5. ขอบคุณมากครับ
1.1 ปกติผมก็จะ test สินค้าพวกอันดับ 1-24 นะครับ ราคาประมาณ $200-$499 แล้วก็ $500 up
คือในความคิดผมก็คือถ้ามันติดอันดับสูงๆ ก็แปลว่าขายได้ ผมก็มีหน้าที่หา kw ที่มันมีให้ ROI
กับผมสูงที่สุดนะครับ (bid ถูกหรือแพงไม่เกี่ยว ถ้าบทสรุปให้ ROI ที่ดี ผมก็ ok ครับ)
1.2 ในหมวดหมู่เดียวกันผมก็เลือกที่ราคาก่อนนะครับ อันดับสูงๆ ราคาตามที่ผมต้องการ ก็จะเลือก
มาทดสอบก่อนครับ คือผมจะสนใจสินค้าเป็นตัวๆ นะครับ ไม่ได้สนใจทั้งกลุ่ม เลือกตัวที่มันเด่นๆ ที่สุดในกลุ่มก่อน
2. จากที่เคยเจอมายิ่งของแพงมากเท่าไร ชื่อเสียงของเวบมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นครับ
ถึงราคาเวบอื่นๆ จะถูกกว่าแต่ลูกค้าก็เลือกซื้อเวบที่มีชื่อเสียงแต่แพงกว่าครับ แต่ถ้าเป็นของราคา
ไม่แพงมากและเวบอื่นๆ ราคาถูกกว่า อันนี้ผมก็ไม่เอามา test ครับ เพราะลูกค้าจะสนใจเรื่องราคา
มากกว่าชื่อเสียงเวบครับ (จากสถิติที่เก็บไว้มันแปลผันกันแปลกๆ)
3. ก็เคยทำ LP ครับแต่ว่าค่่า con มันไม่ค่อยดีเท่ากับส่งตรงเข้าหน้า product ของ amazon ก็เลย
หยุดไปครับ ส่วนตอนนี้ก็เริ่มๆ มาทำ web เองบ้างแล้วครับ แล้วก็เริ่มเขียน blog ทดสอบวิธีการใหม่ๆ
บ้างครับ ถ้ามีเวลาก็ทำเผื่อๆ ไว้ครับ เผื่อมันจะรุ่งบ้าง
4. มันก็บอกยากครับ มันก็มีผลบ้างครับ แต่ว่าวิธีที่ผมใช้ก็คือ ต้องลองเอาไปทดสอบครับ ไม่ลองก็ไม่รู้
ว่ามันเป็นยังไง บางตัวอันดับไม่สูง แต่ก็ขายได้มีเยอะครับ ถ้าเราหา kw ที่ทำเงินเจอ
R@Y


0 comments:
Post a Comment