ผมขอให้ความหมายมันว่า “หน้าเว็บเพจที่เราสร้างขึ้นมา โดยมีข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วนและเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อ จากผู้เข้าเยี่ยมชม ” อธิบาย มากว่านี้เด๋วจะยาว เหอๆ ซึ่งจริงๆแล้วเจ้า Landing Page นี่ ถ้าอธิบายอีกแบบหนึ่ง แบบที่ผมเรียกว่า แบบลูกทุ่ง อะนะ จะอธิบายได้ดังนี้ครับ ตามพจนานุกรมไทยยังไม่มี (หุหุ) ผม
Landing Page อาจ เป็นหน้าเว็บเพจไหนๆ ก็ได้บนเว็บไซต์เรา ซึ่งมันจะทำงานทุกครั้งเมื่อมี Traffics วิ่งเข้าไปหา แต่จะสามารถปิดการขายได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ คุณภาพของตัวมันเองครับ
อาจเปรียบได้ดังการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งมันก็มีกติกาว่า ใครยิงประตูมากสุดเป็นผู้ชนะ เช่นเดียวกันหากเราจะเอาชนะ(ใจ หมายถึงการตัดสินใจ) ลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม หน้า Landing Page ของเราก็จะต้องมีคุณภาพมากพอที่จะปิดการขายได้ครับ (อย่าพึ่งงงละครับ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Landing Page จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขนาดไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า Traffics หรือผู้เยี่ยมชม เขาเข้ามายังหน้า Landing Page ของเราแบบไหนครับ เอาตัวอย่าง Landing Page มาให้ดูซะหน่อยครับ

ด้าน บนเป็นตัวอย่างนะครับ ซึ่งเมื่อดูแล้วข้อมูลนั้นครบถ้วนใช้ได้ครับ ละก็มีปุ่มแสดงการกระตุ้นให้ผู้สนใจทดลองใช้แบบฟรีๆซะด้วย จูงใจจนอยากสมัครเลยหละ อิอิ
จริงๆแล้วอาจกล่าวได้ว่า เจ้า Landing Page เนี่ยนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นตัวชี้วัดเลยว่า เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ทำเป็น ร้านค้า E-commerce เต็มรูปแบบ การทำ Landing Page หน้าสินค้านั้น ถือเป็นกุญแจสำคัญเลยครับ ถ้าพูดแบบนี้เฉยๆจะ เห็นว่ามันดียังไง เจ้า Landing Page ผมขอลองลิตส์ข้อดีของมันมาให้ดูแล้วกันครับ
ข้อดี(แสนดี)ของ Landing Page ครับ
1. สร้างแรงจูงใจในการตัดสินใจซื้อสินค้า
2. สามารถให้ข้อมูลลูกค้าของท่านอย่างครบถ้วน
3. วัดผลและตรวจสอบได้ง่าย( กว่าการส่งไปที่หน้าสินค้าเลยครับ)
4. จบการขายด้วยหน้า (Landing Page) เดียว
จริงๆมันมีอีกเยอะๆ หุหุ
ทำไม Landing Page มันถึงมีความสำคัญนักหนา? มันสำคัญเพราะว่า มันคือหน้าเว็บเพจที่จะแสดงข้อมูลทุกอย่างของสินค้าตัวนั้น ที่เรากำลังเสนอขายอยู่ เพื่อให้ลูกค้านั้นตกลงปลงใจ ซื้อสินค้าครับ หากว่าเราเองได้แต่ยัดเอาข้อมูล ที่คิดว่าใช่ หรือข้อมูลมากมายก่ายกอง จนลืมนึกไปว่า..เฮ้ยคนที่เขาเข้ามา…เขาต้องการอะไร? และ เข้ามาที่ Landing Page ได้ยังไง?
โดยทั่วไปแล้ว หน้า Landing Page คือหน้าที่ผู้เยี่ยมชมคลิกเข้ามาเอง โดยอาจมาจากโฆษณาใน PPC หรือ SEO จากการโปรโมทหน้านั้นๆ ของเรา เพราะ ฉนั้นเราต้องไล่เรียงความสำคัญว่า Landing Page ของเรานั้นต้องการนำเสนออะไรด้วย และเราหวังอะไรจากผู้เยี่ยมชม เช่น
1. กรอกแบบฟอร์ม (โดยปกติผู้คนมักไม่ชอบการกรอกแบบฟอร์ม)
2.ให้ข้อมูลชื่อที่อยู่ต่างๆ และอีเมลย์เพื่อการทำการตลาด (โดยปกติผู้คนมักไม่ชอบกให้รายละเอียดออนไลน์)
3. ให้อ่านข้อมูลสรรพคุณสินค้ามากมาย( โดยปกติข้อมูลที่ผู้เยี่ยมชมไม่สนใจ จะไม่ชอบอ่าน)
4. ยัดเยียดให้ซื้อสินค้า ( การสแปมหรือผลักดันด้วย ปุ่มสั่งซื้อมากจนเกินไป ผู้เข้าชมไม่ชอบครับ)
นั่น อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราไม่สามารถปิดการขาย หรือสำเร็จผล ตามจุดประสงค์ที่เราต้องการจากเจ้า Landing Page ครับ แล้วอะไรละที่เราต้องแก้ไข?………….คิดกลับกันซิ…คิดว่าเราคือผู้เยี่ยมชมครับ… ถามตัวเราเองว่าต้องการแบบไหน
ลองตอบคำถามง่ายๆเหล่านี้ดู เช่น

1. ใช่ที่นี่หรอ? เรามาถูกทีหรือเปล่า?
2. อ่าสินค้าตัวนี้มันจะทำได้แบบที่เขียนหรอ?
3. หรือเราจะย้อนกลับไปดูจากที่ๆเราผ่านมาไหม?
4. เอ๋เว็บนี้มันน่าเชื่อถือไหนเนี่ย?
5. จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าของจะส่งมา?
6. เราจะโดนแฮกข้อมูลบัตรเคริตรไหมหว่า?
7. มีเบอร์ติดต่อหรอเปล่า?
แล้ว ก็ บราๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็อีกหลายๆคำถามในใจครับ เราต้องตอบโจนท์เหล่านี้ให้ได้ ถ้าทำได้ Landing Page ของเราก็จะมีความสมบูรณ์พอที่จะปิดการขายได้ครับ ซึ่งปัญหาของมันคือ ทำยังไงจะทำให้ลูกค้าของเรา ตกลงกดคำสั่งซื้อครับ จึงเป็นที่มาของการปรับปรุง รังสรรค์ เจ้า Landing Page กันอย่างมีหลักการ พูดง่ายๆว่า กลายเป็นเรื่องราวขึ้นมา คล้ายศาสตร์แขนงใหม่ ของเรื่อง Landing Page แลนดิ้ง เพจ
ซึ่ง ก็ต้องมานั่งศึกษากันอีกครับ เช่น การดูปรับปรุงเนื้อหา, ดูสื่อมีเดีย เช่น ภาพ มันจะโดนไหม วีดีคลิปกระต้นการซื้อหรือเปล่า การออกบบสี การวางเลย์เอาท์ และอีกหลายๆๆอย่าง…..แต่ท้ายๆสุด น่าจะอยู่ที่ตัวสินค้า หรือบริการเป็นหลักครับ ว่ามันดีพอไหม

หากมีการเขียนอะไรเพิ่มเติม ผมจะมาอัพเดตให้นะครับ หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างนะครับ
ทรงชัย ณะอำภัย

0 comments:
Post a Comment